Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994
Dr.Prima's Blog

บทความคุณหมอพรีมา

pro for hair loss

บอกลาผมบางด้วย PRP Treatment

ผมบางมาก…แก้ไขได้

ระยะผมบางที่ยังไม่ถึงขั้นหัวล้านจนไม่เหลือรากผมแล้ว ถ้าเราไหวตัวทัน ก็ยังไ่ม่สายเกินไปที่จะทำให้บริเวณที่บางจนเห็นหนังศีรษะกลับมาหนาและแข็งแรงได้อีกครั้งนะคะ เพราะเส้นผมบริเวณที่บางนั้นยังมีรากผมอยู่ แต่ผมแค่เส้นเล็กลงและอ่อนแอ ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไร ผมเส้นเล็กๆ เหล่านั้นก็จะหลุดร่วงไป และถ้ายังปล่อยให้ผมร่วงไปเรื่อยๆ จนครบวงจรของเส้นผมจะทำให้ผมในบริเวณนั้นๆ  ไม่งอกกลับขึ้นมาใหม่และทำให้เข้าสภาวะหัวล้านนั่นเองค่ะ

หมอเคยมีเขียนถึงวิธีการรักษาผมร่วง ผมบางด้วยการใช้เซรั่มปลูกผมต่างๆ มาบ้างแล้ว หรือการทานวิตามินบำรุง รวมไปถึงการทานยาปลูกผม เช่น Minoxidil และ Finasteride ตามที่แพทย์วินิจฉัยและแนะนำให้ทาน แต่สำหรับคนไข้บางคน พอหมอบอกว่าต้องทานยาติดต่อกันไปตลอดเพื่อช่วยไม่ให้ผมธรรมชาติบางลงอีก คนไข้ถึงกับตกใจ และถอดใจไม่ทานยาเลยก็มี หรือในคนไข้ที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นต่างๆ นาๆ ล้วนเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ค่ะ วันนี้หมอจึงอยากมาแนะนำถึงอีก 1 วิธี ที่ช่วยรักษาผมร่วงผมบางเพื่อให้เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากทานยาเพราะกลัวผลข้างเคียงจากตัวยาค่ะ

PRP Treatment อีกหนึ่งนวัตกรรมในการรักษาผมร่วงผมบาง

ทรีทเม้นต์ PRP หรือที่ย่อมาจาก Platelet Rich Plasma ที่แปลตรงตัวว่า พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นซึ่งประกอบไปด้วย พลาสมา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เจ้าตัวเกล็ดเลือดนี่แหละค่ะ ที่อุดมไปด้วย Growth Factor ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดจากการบาดเจ็บ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดอีกด้วย โดยตัว PRP ได้มาจากการนำเลือดของคนไข้มาปั่นในเครื่อง Centrifuge แยกชั้นและสกัดออกมาจนได้ PRP หลังจากนั้นก็นำมาฉีดกลับเข้าไปบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบาง ส่วน PRP ที่คุณภาพดีและมีความเข้มข้นสูงจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เครื่องปั่น Centrifuge และ Tube หรือหลอดที่ออกแบบเฉพาะเพื่อให้สามารถแยกชั้นได้ง่ายซึ่งต้นทุนก็จะสูงกว่าหลอดทดลองธรรมดาๆ ค่ะ และแน่นอนว่าการเลือกอุปกรณ์เหล่านี้ของแต่ละคลินิก ทำให้มีผลต่อราคาที่แตกต่างกันตั้งแต่ 2,000-13,000 บาทต่อครั้ง

PRP treatment

ความบ่อยครั้งในการทำทรีทเม้นต์ PRP เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของคนไข้ที่เริ่มทำช่วงแรกๆ คือการทำเดือนละครั้งติดต่อกัน 3 เดือน หลังจากนั้นก็สามเดือนครั้งนึงค่ะ โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนที่ 6-12 ค่ะ

ข้อดี

  1. ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 1ชัวโมงค่ะเนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด ดังนั้นจึงไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น
  2. ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ เพราะเป็นการฉีดเกล็ดเลือดที่ได้จากร่างกายตนเอง นอกจากคนไข้จะแพ้เข็ม
  3. เป็นตัวเลือกที่ได้ผลดีสำหรับคนไข้ที่ไม่อยากทานยาเลย หรืออยากทำ PRP เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไปอีก

ข้อจำกัด

  1. การทำทรีทเม้นต์ PRP ต้องคอยทำต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อใดที่คนไข้หยุด ผมก็จะกลับมาบางและร่วงอีกเหมือนเดิมตามกรรมพันธุ์ คล้ายๆกับการทานยาค่ะ
  2. ราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าการรักษาแบบการทานยา
  3. ทรีทเม้นต์ PRP ไม่สามารถทำได้ทุกคนค่ะ ดังนั้นคนไข้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการเข้ารับบริการ
prp result

อย่างไรก็ตามทรีทเม้นต์ PRP พูดง่ายๆก็คือเหมือนเป็นการให้อาหารเสริมกับเส้นผม ไม่ใช่หนึ่งในวิธีการปลูกผมอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจผิดกันนะคะ ดังนั้นวิธีนี้จะไม่ได้ช่วยบริเวณที่ล้านไปแล้ว แต่จะช่วยในบริเวณที่ยังมีรากผมหรือผมเส้นเล็กลงจนบางอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคนด้วยค่ะ ถ้ายังสงสัยว่าหมอจะรู้ได้ยังไงว่าบริเวณไหนยังมีรากผม ทำนัดเข้ามาหาหมอที่ Hairsmith clinic ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหมอจะตรวจเส้นผมโดยใช้กล้อง Dermatoscope ส่องให้ดูไปพร้อมๆ กัน แล้วพบกันนะคะ

Prima Tossaborvorn

ผู้เขียน

พญ. พรีมา ทศบวร คือแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมปลูกผมที่รับรองโดย American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) และเป็นสมาชิกของ International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS) ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Hairsmith Clinic ซึ่งเป็นคลินิกศัลยกรรมปลูกผมและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผม

ดูบทความทั้งหมด
Comments
แจค 4 hours ago
7 March 2021

ถามครับ แล้วถ้าเราปลูกผมโดยการผ่าตัด fue เราต้องทำ prpอีกกีีครั้งครับหมอ

Reply
author
Prima Tossaborvorn 6 hours ago
8 March 2021

จริงๆ ไม่ต้องทำ PRP ผมที่ปลูกมันก็ขึ้นและอยู่ถาวรไปตลอดอยู่แล้วนะคะ แต่ถ้าอยากทำ PRP เพื่อช่วยบำรุงผมธรรมชาติ (ที่ไม่ได้ปลูก) นี่จะเป็นอีกเรื่องนึง ซึ่งในกรณีนี้ ไกด์ไลน์ของแต่ละที่จะแตกต่างกันไป ไม่มีกฎตายตัว ที่ Hairsmith Clinic จะแนะนำให้ทำเดือนละครั้งตลอดสามเดือนแรก หลังจากนั้นค่อยทำทุกๆ หกเดือนค่ะ

คุณคิดอย่างไรบ้าง

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!