Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994
Dr.Prima's Blog

บทความคุณหมอพรีมา

ทางเลือกการรักษาผมร่วงผมบาง

ทางเลือกสำหรับการรักษาผมร่วงผมบาง

หากพูดถึงอาการ ผมร่วงผมบาง ก็คงไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรอก ใช่มั้ยล่ะคะ แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จะทำยังไงไม่ให้มันบางไปมากกว่านี้ล่ะ? มีวิธีอื่น นอกจากการปลูกผมหรือเปล่า? ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันว่าสาเหตุของผมร่วงผมบางเกิดมาได้ยังไง มาติดตามกันค่ะ

ผมร่วงผมบาง เกิดจากอะไร

ปัญหาผมร่วง ผมบาง นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เราสามารถแบ่งโรคผมร่วงออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือชนิดที่ไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Non-Scarring Alopecia) และชนิดที่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Scarring Alopecia)  วันนี้เราจะพูดถึงปัญหา ผมร่วงผมบาง จากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) ซึ่งถือว่าเป็นโรคผมร่วงชนิดที่ไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะนั่นเอง

เรียกได้ว่าสาเหตุจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) นั้นถือว่าพบบ่อยและเป็นสาเหตุหลักของคนผมร่วง ผมบาง ซึ่งพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชายเลยค่ะ

ภาวะนี้เกิดจากองค์ประกอบหลักๆ 3 อย่าง คือ ฮอร์โมน พันธุกรรม และอายุ โดยลักษณะสำคัญที่จะพบคือ ผมจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กลงเรื่อย (Miniaturization) และบริเวณของผมที่ร่วงจะมีแพทเทิร์นที่ชัดเจนคือ ในผู้ชายแนวไรผมด้านหน้าจะร่นขึ้น ที่เราเรียกกันว่าหัวเถิกนั่นแหละ หรือทำให้เห็นแนวไรผมเป็นรูปตัว M บางคนอาจมีผมบริเวณขวัญที่บางลง หรือเรียกกันทั่วไปว่าหัวไข่ดาว ซึ่งก็จะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปดังรูป

norwoodscale

วิธีการรักษาผมร่วงผมบาง

การกินยา

ยาปลูกผม

ยาปลูกผม จะมี 2 ตัวที่เราอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างอย่าง ไมนอกซิดิล (Minoxidil) และฟินาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) แต่ถึงอย่างนั้น คนไข้ก็ไม่ควรที่จะหาซื้อยามากินเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพราะยาแต่ละชนิด มีผลข้างเคียง และปริมาณการใช้ที่ต่างกันค่ะ

การทายา

แม้ว่าการกินยา จะได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจมากกว่า แต่การใช้ยาทาเฉพาะจุด ก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน โดยชนิดที่เลือกใช้กันส่วนใหญ่ จะเป็นยาทาประเภท ไมนอกซิดิล (Minoxidil) ซึ่งการรักษาผมร่วงผมบางด้วยยาทานั้น จำเป็นที่จะต้องมีความสม่ำเสมอในการทายา และต้องใช้เวลาตั้งแต่ 3-6 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนค่ะ ในข้อนี้ขอแอบกระซิบนิดนึงว่า ทาง Hairsmith Clinic ของเรา มียาทาแบบ ไมนอกซิดิล (Minoxidil) ผสมฟินาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ด้วย ซึ่งได้ผลดี และยังไม่มีวางจำหน่ายที่ไหนค่ะ

การทำทรีทเม้นต์

ทรีทเม้นต์ PRP

ทรีทเม้นต์ PRP (Platelet Rich Plasma) เป็นการเจาะเลือดของคนไข้เองมาปั่นเอาส่วนพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น จากนั้นนำมาฉีดบริเวณที่มีปัญหาผมบาง หมอแนะนำให้ทำเดือนละครั้งติดต่อกัน 3 เดือน จากนั้นก็ค่อยทำทุกๆ 3-6 เดือนค่ะ การทำทรีทเม้นต์ PRP จะเห็นผลชัดเจนหลัง 6 เดือนเป็นต้นไป

ทรีทเม้นต์ PRP ที่ Hairsmith Clinic ดีอย่างไร

ของเราจะใช้หลอดที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้สามารถแยกชั้นได้ง่าย และเป็นระบบปิดจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการปนเปื้อนใดๆ แน่นอน รวมทั้งเครื่องปั่น Centrifuge ซึ่งเป็นเครื่องที่มีคุณภาพสูงเช่นกัน

รักษา ผมร่วงผมบาง

การปลูกผม

วิธีสุดท้าย ที่ถ้าลองทำมาแล้วทุกวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผล การปลูกผมก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุนไม่น้อย เพราะนอกจากจะทำให้คนไข้กลับมามีความมั่นใจแล้ว ยังเป็นการรักษาปัญหาหัวล้านแบบถาวรอีกด้วยค่ะ

ผลลัพธ์ปลูกผม 6 เดือน
รีวิว ปลูกผมผู้หญิง

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่นี่!

แต่ไม่ว่าจะวิธีไหนๆ การหมั่นสังเกตตัวเอง และการได้รับการรักษาฟื้นฟูอย่างทันท่วงที ก็ถือเป็นวิธีที่ดีกว่า ในทุกๆ การรักษาเลยนะคะ อย่าปล่อยให้หัวล้านจนเกินแก้ แล้วจะหาว่าหมอไม่เตือน!

Prima Tossaborvorn

ผู้เขียน

พญ. พรีมา ทศบวร คือแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมปลูกผมที่รับรองโดย American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) และเป็นสมาชิกของ International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS) ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Hairsmith Clinic ซึ่งเป็นคลินิกศัลยกรรมปลูกผมและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผม

ดูบทความทั้งหมด

คุณคิดอย่างไรบ้าง

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!