Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

แกลเลอรี่

ปลูกผมในบริเวณที่มีผมอยู่แล้วได้มั้ย

โดย : วันที่ : 2 ตุลาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

การรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านเนี่ย จริงๆ มันมีหลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์ก็จะเลือกตามความเหมาะสมของคนไข้ โดยที่วิธีปลูกผมเนี่ยมักจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ เมื่อวิธีการรักษาแบบอื่นมันไม่ได้ผลแล้วซะมากกว่า ทีนี้จะมาดูกันว่าจะพิจารณายังไงว่าควรเลือกใช้วิธีปลูกผม ลุยค่ะ! ในกรณีที่ผมบางแต่ยังไม่ล้าน หรือพูดง่ายๆ ว่ายังมีเส้นผมอยู่ ก่อนที่เราจะปลูกผมก็ควรวิเคราะห์ดูก่อนว่ามันบางจากอะไร ถ้าบางเพราะเส้นผมมีขนาดเล็กลง แต่จำนวนเส้นผมยังมีเท่าเดิม แบบนี้วิธีปลูกผมอาจยังไม่จำเป็น แค่ทานยาก็สามารถทำให้ผมที่บางกลับมาหนาได้แล้วค่ะ แต่ในกรณีที่ผมบางเพราะจำนวนเส้นผมน้อยลง หรือพูดง่ายๆ ว่าร่วงไปแล้วแต่ไม่ขึ้นกลับมาอีก แบบนี้ก็ควรใช้วิธีปลูกผม โดยสามารถปลูกแทรกในบริเวณที่มีผมอยู่แล้วได้โดยไม่สร้างความเสียหายแก่รากผมเก่า เพราะหมอใช้แว่นขยายกำลังสูงในขั้นตอนปลูก หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Graft Placement อยู่แล้วค่ะ อย่างไรก็ดี ขั้นตอนในการวินิจฉัยว่าควรทานยาหรือควรใช้วิธีปลูกผม ยกให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ดูแลให้ดีกว่า เพราะวิธีการปลูกผมนั้นไม่ใช่แค่ปลูกให้ผมขึ้น แต่มันรวมไปถึงรายละเอียดในการวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ใช้ผมถาวรหมดก่อนวัยอันควรด้วยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

วิธีประเมินจำนวนกราฟท์

โดย : วันที่ : 26 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (2)

หนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยจากคนไข้ก็คือทำไมแต่ละคลินิกถึงประเมินจำนวนกราฟท์ได้ไม่เท่ากัน แล้วเราควรจะเชื่อใครดี หมอมีคำแนะนำให้ค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่าการประเมินจำนวนกราฟท์นั้นควรประเมินแต่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพราะถ้ามากเกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับคนไข้ บางครั้งหน้างานจริงก็ไม่สามารถปลูกได้เยอะเท่าที่ประเมินมาแบบเกินพอดี เพราะความหนาแน่นที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการปลูกผมมันก็มีมาตรฐานของมันอยู่ แบบนี้คลินิกได้เงินเพิ่มขึ้น แต่คนไข้เสียเงิน เสียรากผมโดยใช่เหตุ หรือการประเมินที่น้อยเกินจริง คนไข้อาจตัดสินใจง่ายเพราะเห็นว่าราคาไม่แพง แต่ผลลัพธ์กลับไม่น่าพึงพอใจเพราะความหนาแน่นมันไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ สุดท้ายคนไข้ก็ต้องเข้ารับการปลูกผมใหม่อยู่ดี จริงๆ แล้วถ้ามีเวลา หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินที่คลินิกมากกว่า เพราะการประเมินจำนวนกราฟท์จากรูปภาพซึ่งคนไข้นิยมส่งทางอีเมลหรือไลน์ถือว่าเป็นการประเมินที่หยาบและมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ง่ายมาก เนื่องจากมุมในการถ่ายที่แตกต่างกัน ก็ทำให้การประเมินผิดเพี้ยนได้แล้ว ดังนั้นวิธีในการประเมินจำนวนกราฟท์ที่เหมาะสมคือการวัดหาพื้นที่ปลูกว่ามีขนาดเท่าไหร่แน่ แล้วคำนวณด้วยความหนาแน่นที่จะปลูก เช่น พื้นที่ปลูก 50 ตารางเซนติเมตร ใช้ความหนาแน่นในการปลูกที่ 40 กราฟท์/ตารางเซนติเมตร ดังนั้น จำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ทั้งหมดคือ 50 x 40 = 2,000 กราฟท์ เป็นต้น จากประสบการณ์ส่วนตัว เคยเจอจำนวนกราฟท์ที่ประเมินแตกต่างกันถึง 500 – 1,500 กราฟท์เลยก็มี ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินนี่ไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของคนไข้เอง คนไข้ควรขอให้ผู้ให้บริการอธิบายโดยละเอียดว่าจำนวนกราฟท์ที่ประเมินนั้นมาได้ยังไง จากการวัดพื้นที่หรือแค่ประเมินจากรูปภาพ ผู้ให้บริการที่ดีจะสามารถอธิบายหลักในการประเมินจำนวนกราฟท์ได้อย่างละเอียดและให้ข้อมูลได้ครบถ้วนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแล้วยังต้องกินยาอยู่มั้ย

โดย : วันที่ : 11 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คำถามนี้เจอบ่อยมากทั้งทางโทรศัพท์และที่เข้ามาพบหมอที่คลินิกนะคะ คนไข้หลายคนสงสัยว่าปลูกผมแล้ว ทำไมบางคนยังต้องทานยา ถ้าปลูกผมแล้วยังต้องทานยา แล้วจะปลูกไปทำไม จริงๆ แล้วประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ผมปลูก แต่อยู่ที่ผมธรรมชาติต่างหาก เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นดังนี้ค่ะ 1.) ผมที่ปลูก - ผมพวกนี้ย้ายมาจากบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นผมที่ไม่ร่วงอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มี Receptor ของฮอร์โมน DHT คุณสมบัตินี้จะติดตัวมาด้วยเมื่อเรานำมาปลูก ดังนั้นต่อให้ไม่ทานยา ผมที่ปลูกก็จะขึ้นและอยู่กับเราไปตลอดเหมือนเพื่อนๆ ที่อยู่บริเวณท้ายทอยค่ะ 2.) ผมธรรมชาติ (ผมเก่าในบริเวณอื่น) - ปัญหาจะอยู่ตรงนี้แหละ เพราะถ้าคนไข้มีกรรมพันธุ์ผมบาง ศีรษะล้าน มันก็มีแนวโน้มที่ผมพวกนี้จะหลุดร่วงไปตามกรรมพันธุ์ การทานยาก็จะมีบทบาทตรงนี้เพื่อไม่ให้ผมธรรมชาติมันร่วงไปจนเหลือแต่ผมปลูกค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรทาน ... หน้าที่นี้ปล่อยให้หมอจัดการค่ะ ต้องบอกก่อนว่ายาไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน บางคนก็ควรทาน บางคนก็ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่ต้องพิจารณาว่าคนไข้นั้นๆ ยังมีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาธรรมชาติผมบางต่อไปหรือไม่ ซึ่งหมอก็ต้องดูทั้งอายุ ระดับความบางของผม ประวัติกรรมพันธุ์ในครอบครัว ฯลฯ ไม่ทานยาได้มั้ย ... ไม่ทานก็ได้ค่ะ ไม่ได้บังคับ แต่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกันว่าหาคนไข้มีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมธรรมชาติบางไปเรื่อยๆ ผมธรรมชาติก็อาจจะร่วงไปจนเหลือแต่ผมที่ปลูก ในอนาคตก็อาจต้องกลับมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมธรรมชาติหายไปนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม

นิยามใหม่ของการปลูกผมแบบ FUE

โดย : วันที่ : 29 June 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คนไข้ของหมอหลายๆ คนคงทราบอยู่แล้วว่า FUE คือเทคนิคที่เจาะเอาผมออกจากด้านหลังทีละกอ เดิมทีมันย่อมาจาก Follicular Unit Extraction ประเด็นมันอยู่ที่ตัว E หรือ Extraction นั่นแหละ เพราะ Extraction มันแปลตรงๆ ตัวว่าการดึงออก เลยทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าแค่ดึงกอผมออกมาก็หลุดแล้ว แถมเริ่มมีการนำไปโฆษณาว่า “ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเย็บ ไม่มีแผลเป็น”​ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เพราะอย่างที่หมอเคยอธิบายไปว่าศัลยกรรมปลูกผมไม่ว่าจะเป็น FUE หรือ FUT ต่างก็เป็นการผ่าตัดทั้งนั้น ถึงแม้ว่า FUE จะไม่ต้องมีการเย็บ แต่ก็ยังทิ้งแผลเป็นเล็กๆ อยู่ดี ไม่ใช่ไม่มีเลย “เมื่อคำว่า Extraction ไม่ได้สะท้อนความหมายที่แท้จริง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการของสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) จึงได้ทบทวนและมีมติให้เปลี่ยนนิยามของตัว E สุดท้ายจากคำว่า Extraction เป็นคำว่า Excision แทน ซึ่งคำว่า Excision นี้มาจากคำว่า Incision (ผ่า, ตัด) + Extraction […]

อ่านเพิ่มเติม

บุหรี่กับศัลยกรรมปลูกผม

โดย : วันที่ : 29 June 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีงานวิจัยมากพอที่ระบุชัดเจนว่าบุหรี่มีผลเสียต่อผลลัพธ์จากการปลูกผมรึเปล่า แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่นั้นจะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หนังศีรษะลดลง นั่นจึงอาจทำให้โอกาสรอดของกอผม (Graft’s survival rate) ลดลงไปด้วย ส่งผลให้ผลที่ปลูกขึ้นไม่ดี หรือขึ้นช้ากว่าปกติ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คนไข้งดสูบบุรี่เป็นเวลา 2 อาทิตย์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการปลูกผมค่ะ อย่างไรก็ตาม บุหรี่ไม่ได้มีผลเสียต่อผมที่ปลูกเท่านั้น จริงๆ มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ ถ้าลดหรือเลิกได้ก็ทำเถอะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!