ทอผมคืออะไร ทางรอดของคนผมบาง หัวล้าน จริงหรือ

/
/
ทอผมคืออะไร ทางรอดของคนผมบาง หัวล้าน จริงหรือ
ทอผมคืออะไร

หากพูดถึง “ทอผม” หลายๆ คนอาจจะงงว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่ถ้าเรียกวิธีการเสริมผมหนานี้ในอีกชื่อหนึ่งว่า แฮร์พีซ (Hairpiece) ก็อาจพอนึกออกได้ง่ายขึ้น โดยการติดแฮร์พีซหรือการทอผมนั้นมีการใช้งานกันมาอย่างยาวนานและแพร่หลาย ตั้งแต่ในวงการแฟชั่น ไปจนถึงการเสริมความมั่นใจให้กับศิลปิน นักแสดง และคนในแวดวงต่างๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าการทอผมคืออะไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

ทอผม คือการเพิ่มจำนวนเส้นผมในบริเวณที่ผมบางหรือบริเวณที่ศีรษะล้าน ซึ่งผมที่นำมาใช้จะเป็นผมสังเคราะห์หรือเส้นผมจริงก็ได้ โดยการเอาส่วนโครงสร้างผมทอติดเข้ากับผมเดิมที่เรามีอยู่ด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายการใส่วิก แต่วัสดุที่ใช้ทำจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่การใช้พลาสติก ตาข่าย ไปจนถึงวัสดุทางการแพทย์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและระบายอากาศได้ดี จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือผู้ที่ต้องการปกปิดรอยแผลเป็นต่างๆ โดยไม่ต้องทานยาหรือผ่าตัดปลูกผม

วิธีการติดโครงผมทอเข้ากับผมเดิมที่นิยมใช้กันจะมีอยู่ 3 วิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการทอผมของแต่ละคน ดังนี้

  1. การติดผมทอด้วยกิ๊บ นิยมเรียกทับศัพท์กันว่าแฮร์พีซ (Hairpiece) มากกว่าการเรียกว่าการทอผม ซึ่งวิธีนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่เราเห็นได้บ่อยที่สุด และหาซื้อได้ง่ายที่สุด ราคาไม่สูง มีทรงผมและสีสันที่หลากหลาย สามารถติดและถอดออกได้ง่ายเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่มักทำจากเส้นใยสังเคราะห์ ไม่ทนความร้อน และก่อให้เกิดผลกระทบกับเส้นผมและหนังศีรษะน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับการติดผมทอรูปแบบอื่น
  2. การทอผมที่ยึดผมทอเข้ากับผมเดิม หากอธิบายให้เห็นภาพชัดๆ ก็คือการต่อผม โดยวิธีการต่อผมแบบเก่า ช่างมักจะใช้กาวเป็นหลัก ทำให้ผมจับตัวกันเป็นก้อน ผมพันกัน หวีไม่ได้ และเสี่ยงต่อผมร่วงได้ง่ายหากดูแลไม่ดี แต่ในปัจจุบัน วิธีการต่อผมที่กำลังได้รับความนิยมจะเป็นการต่อแบบผูกเส้นผม ซึ่งเป็นเทคนิคที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด และเป็นวิธีที่ไม่ทำร้ายเส้นผมมากเกินไป แต่ข้อเสียคือใช้เวลาทำนาน ราคาสูง รวมไปถึงต้องทำกับช่างที่ชำนาญเท่านั้น เพื่อไม่ให้ผมพันกันนั่นเอง
  3. ติดกาวเข้ากับหนังศีรษะ โครงสร้างของตัวแฮร์พีซจะมีส่วนที่เรียกว่าหนังศีรษะเทียม ซึ่งเป็นส่วนที่ติดเข้ากับหนังศีรษะของผู้เข้ารับการทอผมด้วยการใช้กาวทางการแพทย์เป็นวัสดุยึด หนังศีรษะเทียมที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบโครงสร้างตาข่ายและแบบโพลิเมอร์ โดยจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เช่น หนังศีรษะเทียมที่มีโครงสร้างตาข่ายจะระบายอากาศได้ดีกว่า ทำให้ไม่รู้สึกร้อนหรืออึดอัดเมื่อสวมใส่ ในขณะที่หนังศีรษะเทียมแบบโพลิเมอร์จะช่วยให้ผมทอยึดติดอยู่กับหนังศีรษะได้แน่นกว่า แต่จะร้อนและรู้สึกไม่สบายศีรษะ เป็นต้น
ทอผม 01
  1. ง่าย การติดผมทอเข้ากับผมเดิมหรือหนังศีรษะสามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ซึ่งในที่นี้อาจต้องอาศัยความชำนาญในการจัดแต่งทรงผมของช่าง เพื่อให้ผมที่ทอไปดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
  2. เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ไม่ว่าจะเป็นการทอผมด้วยวิธีไหน ทั้งการติดแฮร์พีช การยึดกับผมเดิม หรือการติดกาวกับหนังศีรษะก็สามารถเห็นผลลัพธ์ได้แบบทันทีทันใด เนื่องจากไม่จำเป็นต้องรอให้ผมงอกขึ้นมาใหม่นั่นเอง
  3. ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับการปลูกผม หากเทียบจำนวนเส้นผมที่ได้จากการทอผม กับพื้นที่ที่คนไข้กังวลเรื่องศีรษะล้าน แน่นอนว่าการทอผมมีราคาถูกกว่า แต่ทั้งนี้การทอผมไม่ใช่วิธีที่คงอยู่ได้ถาวรเหมือนการปลูกผม ทำให้ต้องหมั่นเช็คคุณภาพของผมทออยู่เสมอ และควรเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่เมื่อผ่านการใช้งานครบระยะแล้ว

การทอผมเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง แต่ก่อนตัดสินใจควรทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน เพื่อวางแผนงบประมาณได้อย่างเหมาะสม

ราคาการทอผมแต่ละประเภท

  • แฮร์พีซแบบติดกิ๊บ: 2,500-8,000 บาท
  • การทอผมแบบผูกเข้ากับผมเดิม: 15,000-25,000 บาท
  • การทอผมแบบติดกาว: 20,000-35,000 บาท
  • แฮร์พีซแบบพรีเมียม (ผมธรรมชาติ 100%): 30,000-50,000 บาท

ค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่ายรายเดือน:

  • แชมพูและครีมนวดสำหรับผมทอ: 1,000-2,000 บาท
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงพิเศษ: 500-1,500 บาท

ค่าใช้จ่ายรายปี:

  • ค่าปรับและจัดแต่งทรง (ทุก 2-3 เดือน): 12,000-24,000 บาท
  • ค่าเปลี่ยนชิ้นใหม่ (ปีละ 1-2 ครั้ง): 15,000-30,000 บาท
    รวมค่าใช้จ่ายต่อปีประมาณ 45,000-80,000 บาท

เปรียบเทียบราคากับวิธีอื่นๆ

  • การทอผม: เริ่มต้น 15,000-50,000 บาท + ค่าดูแลต่อเนื่อง
  • การปลูกผม: 120,000-250,000 บาท (ครั้งเดียว)
  • การฉีด PRP: 15,000-25,000 บาทต่อครั้ง (แนะนำ 4-6 ครั้งต่อปี)
  • ยารักษาผมร่วง: 1,500-3,000 บาทต่อเดือน

    แม้ว่าการทอผมจะเป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่การทอผมก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ได้แก่

    1. ดึงรั้งเส้นผมเดิม ด้วยน้ำหนักของแพผมที่ติดเข้ามากับเส้นผมเดิมของเรา ในการติดตั้งผมทอแบบติดกิ๊บ จะทำให้เส้นผมต้องแบกรับทั้งความหนักและแรงดึงรั้ง โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องติดแฮร์พีชตลอดทั้งวัน ผลกระทบที่ได้จึงไม่ต่างกับการมัดผมแน่นๆ เลย นั่นคือทำให้เส้นผมที่ถูกรั้งเอาไว้อ่อนแอลงเรื่อยๆ สุดท้ายจึงกลายเป็นปัญหาผมร่วงและเริ่มบางลงในที่สุด
    2. ติดกาวทับเส้นผม สำหรับการทอผมด้วยวิธีติดกาวทางการแพทย์ลงบนหนังศีรษะ หากวัสดุที่ใช้เป็นฐานเส้นผมทำมาจาก PVC หรือซิลิโคน จะเกิดการทับปิดเส้นผมเดิม หรือรูขุมขนที่ยังมีเส้นผมอยู่ ทำให้เส้นผมไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่ระบายอากาศได้ไม่ดี จึงอาจเกิดการอุดตันของรูขุมขน และทำให้เกิดปัญหาผมตามมา เช่น กลิ่นไม่พึงประสงค์ อาการคัน และผมร่วง เป็นต้น
    3. ไม่ใช่การแก้ปัญหาถาวร เนื่องจากการทอผมจำเป็นที่จะต้องถอดออกเพื่อบำรุงรักษา ทำความสะอาดและเปลี่ยนกาวเรื่อยๆ (ในกรณีที่ยึดติดด้วยกาว) ทำให้การทอผม ไม่ใช่วิธีการรักษาผมร่วงผมบางที่ถาวรเหมือนการปลูกผม

    อย่างไรก็ตาม มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการทอผมเป็นการแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว จึงหันมาแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ด้วยการปลูกผมถาวรแทนการทอผม เพราะเป็นการลงทุนครั้งเดียวแต่ผลลัพธ์ที่ได้มีความคุ้มค่ามากกว่า สำหรับการปลูกผมที่ Hairsmith Clinic เราดูแลทุกเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมโดยเฉพาะ พร้อมรับประกันผลลัพธ์ทุกเคส เน้นออกแบบแนวไรผมให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด หากมีความสนใจปลูกผมถาวรเพื่อแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน สามารถทำนัดเพื่อปรึกษาหมอก่อนได้เลยค่ะ

    ทอผม 02
    ทอผม 04

    การทอผม คือการเพิ่มจำนวนเส้นผมในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งวัสดุที่ใช้จะเป็นเส้นผมสังเคราะห์หรือเส้นผมจริงก็ได้ โดยการเอาส่วนโครงสร้างผมทอติดเข้ากับผมเดิมที่มีอยู่ของเราด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การติดกิ๊บ การยึดกับโครงผมเดิม และการติดกาวเข้ากับหนังศีรษะ ข้อดีของการทอผม คือความง่าย เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน และราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับการปลูกผม แต่อย่างไรก็ตามการทอผมก็มีข้อพึงระวังเช่นกัน เพราะแพผมจะเข้าไปดึงรั้งเส้นผมเดิมจนรากผมอ่อนแอและร่วงได้ หรือหากเป็นการติดกาวก็จะทำให้เกิดการกดทับเส้นผมธรรมชาติจนไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เต็มที่ อีกทั้งการทอผมยังไม่ใช่การแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้านอย่างถาวร ดังนั้นหากใครที่กำลังสนใจการทอผมอยู่ ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูล ข้อดี และข้อพึงระวังกันให้ดีเสียก่อนว่าเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเราหรือไม่นั่นเอง

    แชร์บทความนี้

    Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
    พญ.พรีมา ทศบวร

    แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี
    Prima Tossaborvorn

    กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี 

    หลายคนที่เคย กัดสีผม หรือฟอกสีเพื่อให้ได้เฉดที่ต้องการ แล้วผมขาดง่าย ยืดหยุ่นเหมือนหมี่เปียก หรือแค่หวีเบาๆ ก็หลุดเป็นกระจุก แบบนี้เรียกว่า ผมเป็นวุ้น ซึ่งเป็นภาวะที่เส้นผมเสียหายอย่างรุนแรงจากกัดสีผม บทความนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่า ทำไมกัดสีแล้วผมถึงเป็นวุ้น ภาวะนี้อันตรายแค่ไหนแล้วจะมีวิธี ฟื้นฟูผมเสียจากการกัดสีได้อย่างไร

    7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด
    Prima Tossaborvorn

    7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด

    หลายคนอยากไว้หนวดเคราให้ดูเข้ม เท่ และเสริมความมั่นใจ แต่กลับพบว่าหนวดเคราขึ้นช้า แหว่งบาง ไม่เป็นทรงตามต้องการ จริงๆ แล้วการเร่งหนวดเคราให้ยาวเร็วขึ้นทำได้ไม่ยาก เพียงเข้าใจวิธีดูแลที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวม 7 วิธีเร่งหนวดเครายาว เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และคนที่อยากให้เคราดูเต็มและสุขภาพดีมากขึ้น

    ความเครียดทำให้ผมร่วงได้อย่างไร
    Prima Tossaborvorn

    ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงมั้ย พร้อมวิธีจัดการอย่างได้ผล

    เครียดจนผมร่วง เป็นแค่คำพูดติดปาก หรือเรื่องจริงกันแน่ หลายคนอาจเคยสังเกตว่าหลังผ่านช่วงงานหนัก เครียดจากชีวิตส่วนตัว หรือเจอเรื่องสะเทือนใจ ผมเริ่มร่วงเยอะกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็เริ่มสงสัยว่า ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงหรือเปล่า