ผู้หญิงหัวล้าน เกิดจากอะไร 5 วิธีป้องกันหัวล้านในผู้หญิง

/
/
ผู้หญิงหัวล้าน เกิดจากอะไร 5 วิธีป้องกันหัวล้านในผู้หญิง
5-ข้อควรรู้-ถ้าไม่อยากเป็นผู้หญิงหัวล้าน_1
สารบัญบทความ แสดง

สิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงได้เป็นอันดับต้นๆ เลย นั่นคือการมีผมที่สวยเงางามสุขภาพดี แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งเส้นผมที่เราภูมิใจกลับเริ่มทยอยร่วงหนักขึ้นจนอาจทำให้เรากลายเป็น ผู้หญิงหัวล้าน! เชื่อว่าคงมีสาวๆ จำนวนไม่น้อยเลยที่วิตกกังวลกับปัญหานี้แน่ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงอย่าเราๆ หัวล้านคืออะไร รวมไปถึงวิธีการรักษาและป้องกันไม่ให้ภาวะหัวล้านเข้ามาแวะเวียนก่อนวัยอันสมควร

แม้ว่าจะน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างสองเพศ ผู้หญิงก็สามารถมีภาวะหัวล้านเช่นเดียวกันกับผู้ชายได้ นั่นเป็นเพราะกว่า 1 ใน 3 ของประชากรเพศหญิงเคยประสบปัญหาผมร่วงมากกว่าปกติมาแล้ว และมากกว่า 2 ใน 3 ของผู้หญิงสูงวัยที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะหัวล้านในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหัวล้านได้นั้นใกล้เคียงกับของผู้ชาย เพียงแต่จะแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะและรูปแบบการล้าน โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหัวล้านได้ เกิดมาจาก

ฮอร์โมน

ภาวะผมร่วงที่เกิดขึ้นทั้งในเพศชายและเพศหญิงมีชื่อเรียกว่าภาวะผมร่วงแบบแอนโดรจีนิค (Androgenic alopecia) โดยหลักการที่ทำให้เกิดผมร่วงนั้น เกิดจากการที่ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) หรือก็คือฮอร์โมนเพศชายที่พบได้ทั้งในชายและหญิงเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนดีไฮโดรเทสโทสเทอโรน (Dihyodrotestoserone) หรือ DHT ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้นับว่าเป็นอันตรายต่อรากผมมากๆ เพราะจะทำให้เส้นผมมีช่วงเวลาเจริญเติบโตสั้นลงและมีช่วงระยะพักตัวมากขึ้น ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่ขึ้นมามีลักษณะเส้นเล็ก ลีบ และอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาวะผมบางในที่สุด

แม้ว่าฮอร์โมน DHT จะมีอยู่ในร่างกายของผู้หญิงอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิงที่มีผลต่อต้านฮอร์โมน DHT ไม่ให้สำแดงฤทธิ์ได้มากนัก ทำให้ในผู้หญิงมีจำนวนคนหัวล้านน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยสาว แต่พอเมื่อเริ่มแก่ตัวลง ฮอร์โมนเพศหญิงที่มีก็จะมีปริมาณลดลงไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ฮอร์โมน DHT กลับมาผงาดอีกครั้งและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะหัวล้านในที่สุด

ผู้หญิงหัวล้าน เกิดจากอะไร

หลังเกิดการบาดเจ็บหรือเพิ่งผ่าตัด

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราอยู่ในอาการที่ไม่สบายกายไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ เช่น อุบัติเหตุหรือเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดมาไม่นาน เส้นผมของเราจะหยุดขั้นตอนการเจริญเติบโตและเข้าสู่ระยะพักตัวไวขึ้น ถือเป็นการปรับตัวของระบบร่างกายที่จะพักการส่งสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสิ่งที่ถูกมองว่าไม่จำเป็นเสียก่อนและจดจ่ออยู่กับการซ่อมแซมร่างกายส่วนที่บาดเจ็บเป็นอันดับแรก ทำให้ในระยะหนึ่ง เส้นผมจะทยอยหลุดร่วงออกไปก่อน แต่เมื่อร่างกายรักษาตัวเองหายดีเมื่อไหร่ เส้นผมก็จะกลับมางอกตามปกติได้เหมือนเดิม

ผมร่วงจากฮอร์โมนที่ไม่สมดุล

ในกรณีนี้มักเกิดกับผู้หญิงที่เข้ารับการรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมน เช่น รักษาสิว การใช้ฮอร์โมนทดแทนในผู้ที่เข้าวัยทองหรือการคุมกำเนิดด้วยการใช้ยาฮอร์โมน อย่างการทานยาคุม ฝังยาคุมและฉีดยาคุมเป็นต้น ซึ่งการรักษาใดๆ ที่มีเรื่องของฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเกิดความไม่สมดุลและส่งผลให้เส้นผมที่อยู่ในระยะพักและหลุดร่วงได้ ซึ่งถ้าทำการรักษาเสร็จแล้วหรือร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับฮอร์โมนได้แล้ว อาการผมร่วงก็จะทุเลาลงได้เอง

ผมร่วงหลังคลอด

เช่นเดียวกันกับสาเหตุผมร่วงจากฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ในกรณีของหญิงมีครรภ์ ที่ในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ออกมามากกว่าปกติ จนหลายคนดูสวย เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลมากขึ้น แต่พอหลังจากคลอดแล้วผมกลับร่วงมากกว่าปกติไปเสียอย่างนั้น นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มมาในตอนท้อง กลับไปสู่สภาวะปกติเหมือนเช่นในตอนแรก แต่ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน จึงเกิดเป็นอาการผมร่วงหลังคลอดนั่นเอง โดยอาการเหล่านี้อาจจะกินเวลาประมาณ 3-6 เดือน ก่อนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ผู้หญิงหัวล้าน จากผมร่วงหลังคลอด

ผมร่วงจากการใช้ยาบางประเภท

ในการรักษาโรคบางโรค ยาบางตัวมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดผมร่วงได้เมื่อใช้ไปสักพัก เช่น ยารักษาสิว ยาที่ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต หรือที่เห็นได้ชัดเจนคือการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างคีโม เป็นต้น ซึ่งในกรณีที่การรักษาด้วยยาทำให้เกิดผมร่วง เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อหาแนวทางในการรักษาด้วยวิธีอื่น หรืออาจจะต้องมีการปรับลดโดสยาลง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับผลกระทบมากเกินไป แต่สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการหยุดยาหรือปรับโดสยาด้วยตัวเอง เพราะอาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงอื่นๆ ที่จะส่งผลทำให้การรักษาต้องยืดระยะเวลาออกไปนั่นเอง

ผลร่วงจากพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา อาจเป็นหนึ่งสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เรากลายเป็นผู้หญิงหัวล้านได้ โดยพฤติกรรมที่ชัดเจนที่สุดในการทำร้ายเส้นผม ได้แก่ การยืดผม ดัดผมด้วยความร้อน และการทำสีผม ซึ่งทั้งความร้อนและสารเคมีที่ใช้ ถือว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของเส้นผม ที่สามารถเข้าไปทำลายเส้นผมได้ถึงแกนเลยทีเดียว นอกจากนี้การมัดผมแน่นๆ เป็นประจำ ก็มีส่วนทำให้ผมร่วงลงได้จากการถูกดึงรั้งเป็นเวลานาน

ระดับความรุนแรงของภาวะผมบางหรือหัวล้านในผู้หญิง (Female Pattern Hair Loss) มักจะมีความแตกต่างจากผู้ชาย โดยส่วนใหญ่แนวไรผมด้านหน้าจะไม่ร่นเข้าไปเหมือนผู้ชาย แต่จะเริ่มบางจากบริเวณรอยแสกกลางศีรษะแล้วค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไป ทางการแพทย์นิยมใช้ Ludwig Scale ในการแบ่งระดับความรุนแรง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลักๆ ดังนี้

รูปแบบหัวล้านในผู้หญิง

ระดับที่ 1 เริ่มบางเล็กน้อย (Mild)

เป็นระยะเริ่มต้นที่มักจะสังเกตเห็นได้ยากหากไม่สังเกตดีๆ

  • ลักษณะ เส้นผมบริเวณรอยแสกกลางศีรษะเริ่มบางลงเล็กน้อย ทำให้เห็นรอยแสกกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
  • แนวไรผม แนวไรผมด้านหน้ายังคงปกติและแข็งแรงดี

ระดับที่ 2 บางปานกลาง (Moderate)

ระยะนี้จะเริ่มมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น และมักเป็นช่วงที่ทำให้เริ่มสูญเสียความมั่นใจ

  • ลักษณะ รอยแสกกลางศีรษะขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมบริเวณรอบๆ รอยแสกและกลางกระหม่อมบางลงและเส้นเล็กลงอย่างสังเกตได้
  • การมองเห็น สามารถมองเห็นหนังศีรษะผ่านเส้นผมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาเปิดไฟสว่างหรือตอนผมเปียก

ระดับที่ 3 บางรุนแรง (Severe)

เป็นระดับที่ผมร่วงและบางลงมากที่สุดในเกณฑ์นี้

  • ลักษณะ เส้นผมบริเวณกลางศีรษะบางลงมากจนแทบจะมองเห็นหนังศีรษะได้อย่างชัดเจนเป็นบริเวณกว้าง
  • ข้อแตกต่างจากผู้ชาย แม้จะเรียกว่าระดับรุนแรง แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะยังมีเส้นผมบางๆ ปกคลุมอยู่บ้าง และมักจะไม่ถึงขั้นล้านเตียนจนหมดเกลี้ยงเหมือนในผู้ชาย รวมถึงแนวไรผมด้านหน้าก็มักจะยังคงอยู่เหมือนเดิม

จริงๆ ถ้าหากผมเริ่มร่วงมากกว่าปกติก็สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาได้แล้ว ไม่ควรปล่อยเอาไว้นานๆ จนอาการเริ่มรุนแรงขึ้น เพราะการรักษาก็จะยากขึ้นไปอีกเช่นกัน โดยการสังเกตตัวเอง สามารถตรวจดูได้จากปริมาณผมร่วง ต่อวันได้หากเกิน 100 เส้นขึ้นไปหรือมากกว่า 200 เส้นในวันที่สระผมก็ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้แล้ว อย่ารอให้ปัญหาผมร่วงเกิดขึ้นจนพรากความมั่นใจไปจากคุณ

ผู้หญิง หัวล้าน ตรงกลาง เกิดจากอะไร
ผู้หญิง หัวล้าน

รักษาด้วยการทานยา

ว่าด้วยเรื่องของตัวยาที่ช่วยรักษาเรื่องหัวล้านได้ มีอยู่ 2 ชนิดที่เป็นที่นิยมและให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือไมนอกซิดิล (Minoxidil) และฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride)

ไมนอกซิดิล (Minoxidil)

ป็นยาที่ทำหน้าที่ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงรากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการชะลอการหลุดร่วงลงและยังกระตุ้นการงอกของเส้นผม ทำให้เส้นผมอยู่ในระยะเจริญเติบโตได้นานขึ้นกว่าเดิม แต่จะมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น การทำให้เส้นขนส่วนอื่นๆ ในร่างกายงอกมากขึ้นตามไปด้วยได้

ฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride)

ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปช่วยลดการเกิดฮอร์โมน DHT ที่มาจากฮอร์โมนเพศชาย หรือ Testosterone  ทำให้เส้นผมที่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT มีเส้นที่หนาและดกดำมากยิ่งขึ้นได้ ข้อเสีย เป็นยาที่อันตรายต่อเพศหญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะฟีนาสเตอไรด์ออกฤทธิ์กับฮอร์โมนเพศ DHT โดยตรง ทำให้ผู้หญิงที่ใช้ยานี้ห้ามตั้งครรภ์เพราะอาจส่งผลกระทบกับทารกได้ รวมไปถึงยังห้ามบริจาคเลือดอีกด้วย อย่างไรก็ตามคนไข้ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้ยา

รักษาด้วยการปลูกผม

หากการทานยาไม่สามารถช่วยทำให้ปัญหาหัวล้านดีขึ้นได้ การปลูกผมจึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะสามารถมอบผลลัพธ์ที่ดีให้คุณ เพราะเส้นผมที่ถูกนำมาปลูก เป็นเส้นผมที่อยู่ในบริเวณที่ปลอดภัยจากฮอร์โมน DHT ผมที่ปลูกไปจึงเป็นผมถาวร จะไม่ร่วงหรือกลับไปบางจนล้านได้อีก

ผู้หญิงหัวล้าน 04
ผู้หญิงหัวล้าน 05

รักษาด้วยทางเลือกอื่นๆ ทางการแพทย์

การรักษาด้วยทางเลือกอื่นๆ จะมุ่งเน้นไปที่การช่วยส่งเสริมให้เส้นผมและรากผมมีความแข็งแรงมากขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้ โดยวิธีที่ว่ามีดังนี้

เลเซอร์ LLLT

การฉายคลื่นแสงความถี่ต่ำ (Low Level Laser Light) เข้าไปที่หนังศีรษะ ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ช่วยให้เส้นผมงอกและมีคุณภาพยิ่งขึ้น แถมยังสามารถลดอาการอักเสบของแผลบนหนังศีรษะได้ด้วย

รักษาด้วยทรีทเม้นต์ PRP

เป็นการดึงเลือดจากตัวคนไข้เองออกมา ก่อนจะนำไปปั่นแยกเอาเกล็ดเลือดเข้มข้นที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ก่อนจะฉีดกลับเข้าไปที่บริเวณหนังศีรษะ ทำเพื่อฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยที่หนังศีรษะ ทำให้ผมกลับมาหนา สุขภาพดีดังเดิม

ก่อนจะกลายเป็นผู้หญิงหัวล้าน เรามาดูวิธีการป้องกันตัวเองกันก่อน ซึ่งแต่ละวิธีเป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำเองที่ไหนก็ได้

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำร้ายผม

หากใครที่ชอบยืด ดัด ทำสี หรือชอบมัดผมแน่นๆ เป็นเวลานานๆ การลดหรือการเว้นระยะเวลาให้เหมาะสม ก็สามารถช่วยเซฟเส้นผมในระดับหนึ่ง

2. ทานอาหารที่มีประโยชน์

การดูแลตัวเองจากภายในสำคัญไปไม่น้อยกว่าการดูแลจากภายนอก หากเป็นไปได้นอกจากอาหารที่ควรทานให้ครบ 5 หมู่ แล้วการทานวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อเส้นผมอย่าง สังกะสี ไบโอตินและวิตามินต่างๆ เสริมเข้าไปก็ช่วยให้โอกาสในการพบแพทย์เรื่องหัวล้านลดลงได้แล้ว

3. ห่างไกลความเครียด

เพราะทุกครั้งที่เราเครียดร่างกายจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่าคอติซอลออกมา ซึ่งไม่ดีต่อเส้นผมเอามากๆ การทำจิตใจให้สดใสอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ

เช่นเดียวกับการทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายช่วยส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรงแล้วเส้นผมก็จะแข็งแรงตามไปด้วยเช่นกัน

5. ไม่ซื้อยาทานเอง

โดยเฉพาะยาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนในร่างกายเพราะอาจทำให้เกิดผมร่วงได้แบบไม่รู้ตัวในกรณีที่แพ้หรือเกิดภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมน

สาเหตุหลักๆ ของการเป็นผู้หญิงหัวล้าน เกิดจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมนเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังสามารถเกิดได้จากการบาดเจ็บ ฮอร์โมน ผมร่วงหลังคลอดหรือการกินยาบางชนิดที่มีผลกระทบต่อเส้นผม วิธีการรักษาสามารถรักษาได้ทั้งแบบทานยาและวิตามินที่ช่วยให้ผมแข็งแรง รวมไปถึงยังสามารถรักษาด้วยทางเลือกอื่นๆ อย่างการทำ PRP การใส่หมวกเลเซอร์ LLLT เป็นต้น แต่ถ้าหากว่าเราดูแลเส้นผมเป็นอย่างดีแล้วแต่ผมก็ยังบางจนเกือบล้านอยู่ การปลูกผมก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยเรียกความมั่นใจของคุณให้กลับมาได้อย่างถาวรแน่นอน

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริจาคของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น
Prima Tossaborvorn

Hairsmith Clinic นำโดยหมอพรีม ส่งต่อความสุขแบ่งปันรอยยิ้ม สู่เด็กๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

Hairsmith Clinic นำโดย พญ.พรีมา ทศบวร แท็กทีมพนักงานจัดกิจกรรม CSR ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ณ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มุ่งขับเคลื่อนสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน
Prima Tossaborvorn

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน

บทความนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า ยา Dutasteride คืออะไร มีกลไกการทำงานอย่างไร แตกต่างจาก Finasteride มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือ ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ยานี้ เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างปลอดภัย

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
Prima Tossaborvorn

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข

วันนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกคนมาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุว่าทำไมผมตรงกลางหัวถึงพร้อมใจกันลากิจ พร้อมวิธีแก้ไขและรักษาตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เพื่อทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง