Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994
Dr.Prima's Blog

บทความคุณหมอพรีมา

Placement step

ระวังผมขึ้นผิดทางหลังปลูกผม

การกำหนดทิศทางของเส้นผมนั้นจะอยู่ในขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ปลูก หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Premade Incision ขั้นตอนนี้ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เนื่องจากเป็นงานศิลปะอันละเอียดอ่อนที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางให้กับกอผมที่จะปลูก โดยทิศทางของเส้นผมในแต่ละตำแหน่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ผมที่ปลูกขึ้นในทิศทางที่เป็นธรรมชาติ แพทย์ผู้ดำเนินการจึงต้องมีความเชี่ยวชาญและฝึกฝนเป็นอย่างดี มิฉะนั้นแล้วถึงผมจะขึ้นมาแต่ก็อาจมีทิศทางที่ผิดปกติ ทำให้ทรงผมคนไข้ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม
Shock hair loss

Shock Loss หลังปลูกผมคืออะไร

ก่อนอื่นหมอขออธิบายให้ชัดเจนก่อนว่าเรากำลังพูดถึงผมธรรมชาติ หรือผมที่ไม่ได้ปลูก แต่มันร่วงหลังเข้ารับศัลยกรรมปลูกผมนะคะ สาเหตุของภาวะนี้ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็คือขั้นตอนต่างๆ ในระหว่างปลูกผมมันทำให้ผมเดิมที่มีอยู่แล้ว “ตกใจ” และร่วงออกไป อารมณ์เหมือนกับอยู่ดีๆ ข้างบ้านเราก็ตอกเสาเข็มโป๊กๆ เพื่อสร้างบ้านใหม่ เสียงดังโครมครามจนเราทนไม่ไหวต้องหนีไปนอนบ้านเพื่อนชั่วคราวนั่นแหละค่ะ ภาวะ Shock Loss ก็เป็นปัญหาชั่วคราวเช่นเดียวกัน แถมยังสามารถเกิดได้ทั้งในบริเวณที่ปลูก (Recipient Area) และบริเวณที่นำผมออกมา (Donor Area) อีกด้วย โดยหลังจากที่ผมร่วงไปแล้ว กว่าจะขึ้นใหม่ก็ต้องใช้เวลา 3-5 เดือนสำหรับบริเวณที่ปลูก หรือ 6-12 เดือนสำหรับบริเวณที่นำผมออกมาซึ่งปกติมักจะใช้เวลานานกว่า ในบางกรณี ภาวะ Shock Loss ที่เกิดขึ้นบริเวณที่ปลูกก็อาจจะกลายเป็นปัญหาถาวรได้เช่นกัน หากผมที่ร่วงนั้นได้รับอิทธิพลจากกรรมพันธุ์ให้ต้องร่วง และอาจจะอยู่ใน Cycle สุดท้ายของมันพอดี ซึ่งพอร่วงไปแล้วก็เลยไม่ขึ้นอีก อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าคุณหมอจะเก่งชนิดหาตัวจับยาก สามารถเจาะผมออก หรือปลูกผมได้เบามือขนาดไหน ก็ต่างเคยเจอปัญหานี้กันทั้งนั้นค่ะ เพราะมันไม่ใช่ผลข้างเคียงที่แปลกใหม่ จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้มีโอกาสเพียง 5% ที่จะเจอเจ้าภาวะนี้ แต่ถ้าใครเจอเข้าหลังปลูกผมล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ รอซักนิดเดียวมันก็ขึ้นใหม่

อ่านเพิ่มเติม
After a hair transplant

ศัลยกรรมปลูกผมในตุรกี

ถือว่าเป็นบทความที่น่าสนใจเลยทีเดียว (https://qz.com/954680/in-turkeys-cutthroat-hair-transplant-tourism-industry-the-biggest-losers-are-the-patients-and-syrian-refugees/) กับอุตสาหกรรมปลูกผมในตุรกี ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือการแข่งขันสูงมากจนทุกคลินิกพยายามลดต้นทุนด้วยการจ้างแรงงานต่างด้าวมาปลูกผม แล้วลดราคาแข่งกัน โดยหมอแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากให้คำปรึกษา ที่เหลือให้ลูกจ้างทำหมด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นคือผลลัพธ์ คุณภาพ ความสะอาด การติดเชื้อ ฯลฯ แม้กฎหมายของตุรกีจะกำหนดให้แพทย์เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเพราะคลินิกต่างๆ เลือกที่จะ “ติดสินบน” เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี HAIRSMITH CLINIC แสดงจุดยืนตรงข้ามกับสิ่งเหล่านี้มาตลอด โดยหวังอย่างยิ่งว่าปัญหานี้จะไม่เกิดกับวงการปลูกผมในไทย เพราะเราเห็นด้วยกับบทความนี้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว “ผู้แพ้จากปัญหาดังกล่าวก็คือตัวคนไข้นั่นเอง”

อ่านเพิ่มเติม
Hair transplant after 6 months

ปลูกผมในบริเวณที่มีผมอยู่แล้วได้มั้ย

การรักษาปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านเนี่ย จริงๆ มันมีหลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์ก็จะเลือกตามความเหมาะสมของคนไข้ โดยที่วิธีปลูกผมเนี่ยมักจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ เมื่อวิธีการรักษาแบบอื่นมันไม่ได้ผลแล้วซะมากกว่า ทีนี้จะมาดูกันว่าจะพิจารณายังไงว่าควรเลือกใช้วิธีปลูกผม ลุยค่ะ! ในกรณีที่ผมบางแต่ยังไม่ล้าน หรือพูดง่ายๆ ว่ายังมีเส้นผมอยู่ ก่อนที่เราจะปลูกผมก็ควรวิเคราะห์ดูก่อนว่ามันบางจากอะไร ถ้าบางเพราะเส้นผมมีขนาดเล็กลง แต่จำนวนเส้นผมยังมีเท่าเดิม แบบนี้วิธีปลูกผมอาจยังไม่จำเป็น แค่ทานยาก็สามารถทำให้ผมที่บางกลับมาหนาได้แล้วค่ะ แต่ในกรณีที่ผมบางเพราะจำนวนเส้นผมน้อยลง หรือพูดง่ายๆ ว่าร่วงไปแล้วแต่ไม่ขึ้นกลับมาอีก แบบนี้ก็ควรใช้วิธีปลูกผม โดยสามารถปลูกแทรกในบริเวณที่มีผมอยู่แล้วได้โดยไม่สร้างความเสียหายแก่รากผมเก่า เพราะหมอใช้แว่นขยายกำลังสูงในขั้นตอนปลูก หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Graft Placement อยู่แล้วค่ะ อย่างไรก็ดี ขั้นตอนในการวินิจฉัยว่าควรทานยาหรือควรใช้วิธีปลูกผม ยกให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ดูแลให้ดีกว่า เพราะวิธีการปลูกผมนั้นไม่ใช่แค่ปลูกให้ผมขึ้น แต่มันรวมไปถึงรายละเอียดในการวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้คนไข้ใช้ผมถาวรหมดก่อนวัยอันควรด้วยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม
Consultation

วิธีประเมินจำนวนกราฟท์

หนึ่งในคำถามที่เจอบ่อยจากคนไข้ก็คือทำไมแต่ละคลินิกถึงประเมินจำนวนกราฟท์ได้ไม่เท่ากัน แล้วเราควรจะเชื่อใครดี หมอมีคำแนะนำให้ค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่าการประเมินจำนวนกราฟท์นั้นควรประเมินแต่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพราะถ้ามากเกินความจำเป็นก็ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับคนไข้ บางครั้งหน้างานจริงก็ไม่สามารถปลูกได้เยอะเท่าที่ประเมินมาแบบเกินพอดี เพราะความหนาแน่นที่ใช้กันทั่วไปสำหรับการปลูกผมมันก็มีมาตรฐานของมันอยู่ แบบนี้คลินิกได้เงินเพิ่มขึ้น แต่คนไข้เสียเงิน เสียรากผมโดยใช่เหตุ หรือการประเมินที่น้อยเกินจริง คนไข้อาจตัดสินใจง่ายเพราะเห็นว่าราคาไม่แพง แต่ผลลัพธ์กลับไม่น่าพึงพอใจเพราะความหนาแน่นมันไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ สุดท้ายคนไข้ก็ต้องเข้ารับการปลูกผมใหม่อยู่ดี จริงๆ แล้วถ้ามีเวลา หมอแนะนำให้เข้ามาประเมินที่คลินิกมากกว่า เพราะการประเมินจำนวนกราฟท์จากรูปภาพซึ่งคนไข้นิยมส่งทางอีเมลหรือไลน์ถือว่าเป็นการประเมินที่หยาบและมีโอกาสคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ง่ายมาก เนื่องจากมุมในการถ่ายที่แตกต่างกัน ก็ทำให้การประเมินผิดเพี้ยนได้แล้ว ดังนั้นวิธีในการประเมินจำนวนกราฟท์ที่เหมาะสมคือการวัดหาพื้นที่ปลูกว่ามีขนาดเท่าไหร่แน่ แล้วคำนวณด้วยความหนาแน่นที่จะปลูก เช่น พื้นที่ปลูก 50 ตารางเซนติเมตร ใช้ความหนาแน่นในการปลูกที่ 40 กราฟท์/ตารางเซนติเมตร ดังนั้น จำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ทั้งหมดคือ 50 x 40 = 2,000 กราฟท์ เป็นต้น จากประสบการณ์ส่วนตัว เคยเจอจำนวนกราฟท์ที่ประเมินแตกต่างกันถึง 500 – 1,500 กราฟท์เลยก็มี ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินนี่ไม่น้อยเลยนะคะ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของคนไข้เอง คนไข้ควรขอให้ผู้ให้บริการอธิบายโดยละเอียดว่าจำนวนกราฟท์ที่ประเมินนั้นมาได้ยังไง จากการวัดพื้นที่หรือแค่ประเมินจากรูปภาพ ผู้ให้บริการที่ดีจะสามารถอธิบายหลักในการประเมินจำนวนกราฟท์ได้อย่างละเอียดและให้ข้อมูลได้ครบถ้วนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!