ยาปลูกผม คืออะไร สามารถซื้อมากินเองได้มั้ย

/
/
ยาปลูกผม คืออะไร สามารถซื้อมากินเองได้มั้ย
ยาปลูกผม คืออะไร สามารถซื้อมากินเองได้มั้ย

ผมบางหรือหัวล้าน อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับบางคน แต่สำหรับหลายๆ คน นี่คือปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคม การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน การที่ผมบางจนเห็นหนังศีรษะชัดเจนหรือมีเส้นผมที่ร่วงหลุดง่าย อาจทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเอง ปัจจุบันการแก้ปัญหานี้มีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือ ยาปลูกผม ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่หลายคนหันมาให้ความสนใจ แต่ยาปลูกผมคืออะไร ใช้งานอย่างไร และได้ผลจริงหรือไม่ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้แบบเจาะลึก พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย

ยาปลูกผม คือยาที่ช่วยฟื้นฟูปัญหาผมร่วงหรือผมบาง โดยมุ่งเน้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ หรือช่วยลดอัตราการหลุดร่วงของเส้นผม มักเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจาก พันธุกรรม หรือปัญหาจากฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหัวล้านในผู้ชายและผมบางในผู้หญิง

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หัวล้านเกิดจากอะไร วิธีแก้ปัญหาหัวล้าน

ยาปลูกผมที่ได้รับการยอมรับและผ่านการวิจัยจนมีผลลัพธ์ชัดเจนมี 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่

ยาปลูกผม

1. ฟีนาสเทอร์ไรด์ (Finasteride)

เป็นยากินแก้ผมร่วง ผมบาง เป็นยาแก้ผมร่วงที่ใช้ได้ในเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ซึ่งยาตัวนี้จะทำงานโดยการลดอัตราการเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ให้เป็น DHT ที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วง ไม่สามารถใช้ในผู้หญิงได้ เพราะมีผลข้างเคียงมากและไม่เห็นผล ซึ่งในการใช้ยาจะเริ่มเห็นผลเมื่อใช้ 4-6 เดือนขึ้นไป แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อใช้ 1 ปีขึ้นไป

ยาตัวนี้จะเข้าไปลดฮอร์โมน DHT ได้ถึง 60% ทำให้ผมงอกใหม่ได้ดีขึ้น การหลุดร่วงน้อยลง ทั้งนี้สามารถใช้กับผู้ที่ปลูกผมมาก่อนได้ เพราะจะทำให้ผมดูเยอะ และหนาขึ้นในระยะยาว

ในบรรดาผู้ใช้ยา Finasteride ในการรักษา มี 2-3% ที่อาจมีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปริมาณน้ำอสุจิลดลง เต้านมขยายใหญ่ขึ้นในผู้ชาย มีก้อน เจ็บเต้านมและอาจมีสารคัดหลั่งไหลออกมา มีค่าการทำงานของตับที่มากกว่าปกติ และอาจเกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งพบได้ใน 3% ของผู้ที่ใช้ยา

  • ขนาดที่แนะนำคือ 1 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ควรทานในเวลาเดียวกันทุกวันเพื่อให้ระดับยาในร่างกายคงที่
  • มักเริ่มเห็นผลลัพธ์ในช่วง 3-6 เดือน
  • ห้ามใช้ในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพราะอาจมีผลข้างเคียง เช่น ความต้องการทางเพศลดลง อารมณ์แปรปรวน หรือความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ยาฟินาสเตอร์ไรด์ หลักการทำงานและผลข้างเคียง

2. ไมนอกซิดิล (Minoxidil)

ยาปลูกผมไมนอกซิดิล ส่วนมากมักใช้เพื่อรักษาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ โดยยาจะเข้าไปขยายหลอดเลือด ให้เลือดไปเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น เป็นยาที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เป็นยาเพียงชนิดเดียว ที่ใช้สำหรับรักษาผมร่วงในผู้หญิงและได้ผลดีที่สุด มีทั้งชนิดยาทาน และทาเฉพาะจุด

เดิมที ไมนอกซิดิล (Minoxidil) เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง มีกลไกการทำงานคือช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อให้ความดันโลหิตลดลง แต่ผลข้างเคียงที่เกิดจากยาก็คือ เมื่อทานยาไประยะหนึ่งจะทำให้ผมงอกขึ้นมา สาเหตุก็เพราะเมื่อเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น รากผมจึงได้รับสารอาหารมากขึ้นไปด้วย

  • แบบกิน อาจมีอาการบวมที่ใบหน้า แขน ขา เวียนหัว หัวใจเต้นเร็ว บางรายอาจมีขนขึ้นที่ใบหูได้ ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน หรือแยกกันก็ได้ค่ะ
  • แบบทา เนื่องจากยาแบบทานั้น จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วย ทำให้มีอาการผิวแห้งในปริเวณที่ทา จึงอาจทำให้มีอาการคันร่วม หรือบางรายอาจแพ้ตัวยาและเกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน
  • ไมน็อกซิดิลมีความเข้มข้นให้เลือก 1% และ 5%
  • แบบทาน ทานวันละ 1 เม็ด แบบทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
  • หลีกเลี่ยงการทาบริเวณที่มีแผล หรือสัมผัสกับผิวหนังส่วนอื่น
  • ช่วงแรกของการใช้ยาอาจพบผมร่วงมากขึ้นก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นให้เส้นผมอ่อนแอหลุดร่วง เพื่อเปิดทางให้ผมใหม่ที่แข็งแรงกว่า

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ไมน็อกซิดิล (MINOXIDIL) ช่วยเรื่องผมร่วงจริงหรือไม่

ยาปลูกผมได้ผลจริงในคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมร่วงหรือผมบางในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการใช้งานอย่างสม่ำเสมอและระยะเวลาที่ใช้ โดยอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงจะเห็นผลชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาไม่ได้ช่วยในกรณีที่ผมร่วงจนศีรษะล้านมานานหลายปี เพราะรูขุมขนในบริเวณนั้นอาจฝ่อลงไปจนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการใช้ยาปลูกผม
  1. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบาง หรือหัวล้านในระดับกลางไปจนถึงรุนแรง แต่จะต้องใช้วิธีรักษาแบบอื่นแทน เช่น การปลูกผม
  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่เซลล์ผมเสื่อมสภาพ เซลล์รากผมตาย หรือไม่มีเซลล์รากผมที่สามารถงอกใหม่ได้แล้ว เพราะการกินยาปลูกผมทั้งๆ ที่ไม่มีเซลล์รากผมนั้นนอกจากจะไม่ส่งผลในแง่ของการรักษาใดๆ ยังอาจจะเสี่ยงกับการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็นอีกด้วย
  3. ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการปลูกผม ในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์
  4. ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะยาปลูกผมส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์ได้ค่ะ

สิ่งที่น่ากลัวและอาจจะอันตรายกว่าผลข้างเคียงของยาปลูกผม นั่นคือยาปลูกผมปลอมนั่นเอง นั่นเพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ในผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อมานั้น มีตัวยาหรือสารอันตรายใดๆ เจือปนอยู่บ้าง ถึงแม้จะมีหลายแบรนด์ที่เคลมว่าปลอดภัยได้มาตรฐาน อย. แต่สมัยนี้การสวม อย. ปลอมก็มีอยู่กราดเกลื่อนทั่วไปหมด ทางที่ดีหากเราต้องการรักษาผมร่วง ผมบางจริงๆ ควรซื้อจากที่ที่ไว้ใจได้ หรือเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการวิเคราะห์อาการ และแก้ปัญหาผมของเราได้อย่างถูกจุดจะดีกว่าค่ะ

ยาปลูกผมสามารถซื้อมาทานเองได้ค่ะ แต่อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะตัวยาแต่ละชนิดมีข้อจำกัดในการใช้ และปริมาณตัวยาที่ใช้ได้ต่างกัน รวมไปถึงอาการข้างเคียง หรืออาการแพ้ไม่พึงประสงค์ของแต่ละคน ซึ่งจะสามารถคาดการณ์การรักษาได้ด้วยดุลยพินิจและความชำนาญของแพทย์ ทั้งนี้ยาปลูกผมนั้นเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางในระยะเริ่มต้นที่ยังมีเซลล์รากผมเหลืออยู่เท่านั้น และไม่เหมาะสำหรับผู้ที่หัวล้านในระยะกลางขึ้นไป ซึ่งอาจจะต้องทำการรักษาด้วยปลูกผมแทน และสตรีมีครรภ์ ที่ตัวยาอาจจะส่งผลต่อเด็กในท้อง สุดท้ายคือต้องไม่ลืมว่ายาปลูกผมปลอมนั้นมีอยู่มากกมายตามท้องตลาด ควรระวังในการเลือกซื้อให้ดี แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับยาปลูกผม (FAQ)

ต้องใช้ยาปลูกผมนานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผล

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังใช้ติดต่อกัน 3 ถึง 6 เดือนขึ้นไป เนื่องจากวงจรการเติบโตของเส้นผมต้องใช้เวลา ช่วง 1-2 เดือนแรกอาจรู้สึกเหมือนมีผมร่วงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะยาไปผลัดเส้นผมเก่าที่อ่อนแอออกเพื่อเตรียมรับผมเส้นใหม่ค่ะ

ถ้าหยุดใช้ยาปลูกผม ผมจะกลับมาร่วงอีกไหม

กลับมาร่วงค่ะ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ เนื่องจากยาปลูกผมทำหน้าที่เข้าไปควบคุมอาการและกระตุ้นการเติบโตชั่วคราว หากหยุดยา ฮอร์โมนและพันธุกรรมจะกลับมาทำงานตามปกติ ทำให้ผมค่อยๆ กลับไปสู่สภาพเดิมก่อนใช้ยาภายในเวลาไม่กี่เดือน

ยาปลูกผมสามารถรักษาหัวล้านจากกรรมพันธุ์ได้หายขาดไหม

ไม่หายขาดค่ะ แต่สามารถชะลอไม่ให้ผมร่วงไปมากกว่าเดิม ยาปลูกผมช่วยรักษาให้ผมอยู่กับเราได้นานที่สุดและหนาขึ้นตราบเท่าที่เรายังคงใช้อยู่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีนวัตกรรมใดที่รักษาโรคผมร่วงจากกรรมพันธุ์ให้หายขาดได้ด้วยการกินหรือทายาเพียงไม่กี่ครั้ง

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

หลังปลูกผมนอนยังไง แนะนำท่านอนที่ถูกต้อง ไม่ให้กราฟท์หลุด
Prima Tossaborvorn

หลังปลูกผมนอนยังไง แนะนำท่านอนที่ถูกต้อง ไม่ให้กราฟท์หลุด

หลังปลูกผมนอนยังไง เพราะการนอนหลับเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยากที่สุดเมื่อเข้าสู่ภวังค์ บทความนี้ Hairsmith Clinic จะมาเจาะลึกทุกข้อสงสัย แนะนำท่านอนที่ถูกต้อง อุปกรณ์เสริมที่ต้องมี และข้อควรระวังแบบละเอียด เพื่อให้คนไข้นอนหลับได้อย่างสนิทใจและปลอดภัยต่อกราฟท์ผมมากที่สุด

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์
Prima Tossaborvorn

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์

สำหรับผู้ชายยุคใหม่ หนวดเคราเปรียบเสมือนสิ่งที่ช่วยปรับโครงหน้า และเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูภูมิฐาน คมเข้มมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาไอเดียเปลี่ยนลุคใหม่ วันนี้ Hairsmith Clinic ได้รวบรวม 20 ทรงหนวดเครายอดนิยม ที่ตอบโจทย์ผู้ชายทุกสไตล์มาฝากกันค่ะ

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม
Prima Tossaborvorn

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักจะได้ยินจากคนไข้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะแพ้ง่ายบ่อยๆ ก็คือ ถ้าผมหันไปใช้ยาสระผมเด็กแทนแชมพูผู้ใหญ่ ผมจะร่วงน้อยลงไหม มันจะช่วยให้ผมหนาขึ้นหรือเปล่า วันนี้จะขอมาเจาะลึกโครงสร้างเส้นผม ความแตกต่างของค่า pH และสารเคมีระหว่างแชมพูเด็กกับแชมพูผู้ใหญ่ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเส้นผมของตัวเองค่ะ