ฟีนาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ยารักษาผมร่วง ศึกษาผลข้างเคียงและวิธีใช้

/
/
ฟีนาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ยารักษาผมร่วง ศึกษาผลข้างเคียงและวิธีใช้
ฟีนาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ยารักษาผมร่วง ศึกษาผลข้างเคียงและวิธีใช้
สารบัญบทความ แสดง

ใครก็ตามที่เคยหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาผมร่วง ผมบางมาบ้าง คงอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับยาตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Finasteride ว่ามีสรรพคุณที่ช่วยรักษาอาการผมร่วงผมบางอย่างได้ผลชัดเจน จนมีคนจำนวนไม่น้อย ที่ต่างก็หาซื้อมากินกันเองโดยไม่ผ่านการวินิจฉัยของแพทย์ วันนี้หมอจึงรวบรวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับยา Finasteride มาฝากกัน ว่าเจ้ายาตัวนี้มีส่วนช่วยในการรักษาผมร่วงผมบางได้ยังไง และอาการข้างเคียงในการใช้ยาที่ร้านยาตามเน็ตไม่เคยบอกคุณ

Finasteride หรือ ฟีนาสเตอไรด์ เป็นยากลุ่ม 5-alpha reductase inhibitors ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย Dihydrotestosterone (DHT) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากฮอร์โมนและใช้รักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต ซึ่งปัจจัยในการรักษาของโรคแต่ละโรค จะแตกต่างกันที่ปริมาณของตัวยา และระยะเวลาที่ใช้การในทำการรักษา

Finasteride คืออะไร
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Finasteride (ฟีนาสเตอร์ไรด์)
  • กลุ่มยา: 5-alpha reductase inhibitor
  • สรรพคุณ/ข้อบ่งชี้: รักษาผมร่วงพันธุกรรม (ผู้ชาย) และโรคต่อมลูกหมากโต
  • รูปแบบ & ขนาดยา: ใช้รับประทาน (ยาเม็ด) ขนาด 1 มิลลิกรัม และ 5 มิลลิกรัม
  • ผลข้างเคียง: สมรรถภาพทางเพศลดลง ซึมเศร้า
  • ข้อห้าม: ห้ามใช้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และคนท้องห้ามใช้หรือสัมผัสยาเด็ดขาด (ทำให้อวัยวะเพศทารกในครรภ์พิการ)

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่า ยาทานเม็ดเล็กๆ แค่วันละเม็ด จะเข้ามาเปลี่ยนหนังศีรษะที่เริ่มล้านให้กลับมามีผมหนาขึ้นได้อย่างไร ก่อนอื่นเราต้องมาเข้าใจต้นเหตุของผมร่วงพันธุกรรมกันก่อนค่ะ

การทำงานของยา Finasteride

ตัวการสำคัญที่ทำให้ผู้ชายผมร่วงไม่ได้เกิดจากฮอร์โมนเพศชายทั่วไปโดยตรง แต่เกิดจากการที่ร่างกายมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมนอีกตัวที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่า ซึ่งเราเรียกฮอร์โมนตัวนี้ว่า DHT (Dihydrotestosterone)

นี่คือจุดที่ ฟีนาสเตอร์ไรด์ เข้ามาเป็นตัวช่วยค่ะ เมื่อเราทานยานี้เข้าไป ตัวยาจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เอนไซม์เปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายไปเป็น DHT ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนทำลายรากผมนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อไม่มีตัวร้ายมาคอยกวนใจ รากผมก็จะเริ่มฟื้นตัว กลับมาหายใจได้ทั่วท้อง วงจรชีวิตเส้นผมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น และร่วงน้อยลงนั่นเองค่ะ

เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความกังวลของคนไข้แต่ละคน ปัจจุบันในวงการรักษาเส้นผมจึงมีตัวยาฟีนาสเตอร์ไรด์หลักๆ อยู่ 2 รูปแบบให้เลือกใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

ยารับประทาน

เป็นรูปแบบมาตรฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยขนาดที่ใช้สำหรับรักษาผมร่วงจะอยู่ที่ 1 มิลลิกรัมต่อวัน ในท้องตลาดจะมีทั้งยาที่เป็นต้นแบบและยาที่เป็นสูตรผลิตในประเทศ ซึ่งให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงกันเนื่องจากมีตัวยาสำคัญชนิดเดียวกันค่ะ นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ใช้ยา 5 มิลลิกรัมที่ใช้รักษาต่อมลูกหมากนำมาแบ่งสี่ส่วนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจุดนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังมากๆ เพราะอาจทำให้ได้รับปริมาณยาในแต่ละวันไม่เท่ากันค่ะ

ยาทาเฉพาะที่

สำหรับคุณผู้ชายที่รู้สึกกังวลใจเรื่องผลข้างเคียงจากการกินยา ปัจจุบันมีฟีนาสเตอร์ไรด์ชนิดทาออกมาเป็นทางเลือก โดยตัวยาจะถูกออกแบบมาให้ซึมผ่านหนังศีรษะเพื่อออกฤทธิ์เฉพาะจุดบริเวณรากผมโดยตรง ทำให้ตัวยาซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่น้อย ช่วยลดความกังวลเรื่องผลข้างเคียงของระบบภายในร่างกายลงไปได้ค่ะ แต่ในแง่ของประสิทธิภาพโดยรวม ยารับประทานก็ยังคงให้ผลที่ทั่วถึงและชัดเจนกว่าเล็กน้อยค่ะ

แม้ว่ายา Finasteride นั้นจะสามารถรักษาภาวะผมร่วงผมบางได้จริง แต่หากใช้ผิดวิธีหรือใช้ปริมาณตัวยาที่ไม่สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ในการรักษา ยา Finasteride ก็อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงกว่าปกติได้ โดยอาการข้างเคียงที่มักเกิดขึ้นขณะทำการรักษา มีดังนี้

  1. อาการผิดปกติในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความต้องการทางเพศและปริมาณน้ำอสุจิลดลง ทั้งยังอาจมีการเจ็บอัณฑะร่วมด้วย โดยอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่พบนี้ เกิดขึ้นใน 2% ของผู้ใช้ยา Finasteride เท่านั้น และจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ เมื่อหยุดการรักษาค่ะ
  2. เต้านมขยายใหญ่ขึ้นในผู้ชาย มีก้อน เจ็บเต้านมและอาจมีสารคัดหลั่งไหลออกมา
  3. มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ หากคนไข้ใช้ Finasteride ต่อเนื่องเป็นประจำ จึงจำเป็นต้องหมั่นตรวจเช็คค่าการทำงานของตับทุกปี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำร้ายตับ เช่น การดื่มสุรา การกินยาหรือสมุนไพรที่ส่งผลต่อตับ เป็นต้น
  4. ภาวะซึมเศร้า พบได้ใน 3% ของผู้ที่ใช้ยา

การทานยาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่คิดจะหยิบมาทานตอนไหนก็ได้นะคะ วิธีทานยา Finasteride ให้ถูกต้องมีดังนี้

วิธีทานยา ฟีนาสเตอร์ไรด์ ให้ปลอดภัย
  • ทานยาให้ตรงเวลา ควรกินยาในเวลาเดิมใกล้เคียงกันทุกๆ วัน เช่น ถ้าเลือกทานก่อนนอน ก็ควรเป็นก่อนนอนในทุกวัน หรือถ้าทานหลังตื่นนอนตอนเช้า ก็ให้เป็นตอนเช้าเสมอ เพื่อให้ระดับของตัวยาในร่างกายคงที่และควบคุมฮอร์โมนได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
  • ทานพร้อมอาหารได้ตามสะดวก ตัวยาชนิดนี้ไม่ถูกรบกวนโดยอาหาร สามารถทานตอนท้องว่าง ทานพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารได้หมดเลยค่ะ เอาตามที่สะดวกและไม่ลืมเป็นพอ
  • อย่าเพิ่มปริมาณยาเองโดยเด็ดขาด บางคนใจร้อน อยากให้ผมหนาขึ้นเร็วๆ เลยเบิ้ลยาเป็นวันละ 2 เม็ด ขอบอกเลยว่าไม่ช่วยให้ผมขึ้นเร็วขึ้นเลยค่ะ แต่จะยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์แทน
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทานยา ไม่ควรซื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อป้องการผลข้างเคียงที่รุนแรง

เรื่องเส้นผมต้องใช้เวลาและความใจเย็นเป็นที่ตั้งค่ะ เพราะวงจรกว่าจะงอก กว่าจะยาวของผมเราค่อนข้างช้า มาดูกันค่ะว่าหลังจากเริ่มทานยาไปแล้ว คุณจะเจอกับอะไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา

ช่วงเวลาหลังเริ่มทาน Finasterideการเปลี่ยนแปลงต่อเส้นผม
เดือนที่ 1-2อาจเจอภาวะผมร่วงเยอะกว่าปกติอย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ!นี่คือกระบวนการธรรมชาติที่ยากำลังไปช่วยผลัดเส้นผมเก่าที่อ่อนแอและกำลังจะตายให้ร่วงออกไป เพื่อเปิดทางให้รากผมสร้างเส้นผมใหม่ที่หนาและแข็งแรงกว่าขึ้นมาแทนที่ค่ะ
เดือนที่ 3-4อาการผมร่วงจะเริ่มนิ่งขึ้น เวลาสระผมหรือเช็ดผมจะสังเกตได้เลยว่ามีผมหลุดติดมือออกมาน้อยลง
เดือนที่ 6เริ่มมองเห็นไรผมหรือเส้นผมอ่อนๆ ขึ้นมาใหม่ในบริเวณที่เคยบาง และเส้นผมเดิมรอบๆ จะเริ่มดูหนาและมีน้ำหนักมากขึ้น
เดือนที่ 12 หรือ 1ปีเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน เส้นผมจะดูหนาแน่นขึ้น รอยแสกแคบลง หน้าผากดูตื้นขึ้น ภาพรวมคือดูผมดกดำขึ้น

แม้ว่าฟีนาสเตอร์ไรด์จะเป็นยาที่ดีมากสำหรับผู้ชาย แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่เข้มงวดมาก ๆ ที่เรามองข้ามไม่ได้เด็ดขาดค่ะ

⚠️ ข้อห้ามสำคัญสำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์

ยานี้ ห้ามใช้ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนจะมีบุตรอย่างเด็ดขาด และไม่ใช่แค่ห้ามทานนะคะ แม้แต่การสัมผัสเม็ดยาที่แตกหรือหักเป็นผงก็ไม่ได้ค่ะ เพราะตัวยาสามารถซึมผ่านผิวหนังและไปขัดขวางการพัฒนาอวัยวะเพศชายของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกมีความพิการทางอวัยวะเพศได้ค่ะ ดังนั้นบ้านไหนที่มีคุณแฟนทานยาตัวนี้อยู่ ต้องเก็บยาให้มิดชิดห่างจากมือคุณผู้หญิงนะคะ

⚠️ สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือด

หากคุณทานยานี้อยู่และต้องการไปบริจาคเลือด จำเป็นต้องหยุดทานยามาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน ถึงจะสามารถบริจาคเลือดได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดที่มีตัวยานี้ตกไปถึงสตรีมีครรภ์ที่อาจต้องรับเลือดในระบบฉุกเฉินค่ะ

⚠️ การตรวจสุขภาพประจำปี

ยาตัวนี้มีผลทำให้ค่า PSA (สารบ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก) ในเลือดลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง ดังนั้นหากคุณผู้ชายคนไหนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและต้องไปตรวจสุขภาพประจำปี อย่าลืมแจ้งให้แพทย์ทราบเสมอว่ากำลังทานยาฟีนาสเตอร์ไรด์อยู่ เพื่อที่แพทย์จะได้นำไปคำนวณและแปลผลค่าเลือดได้อย่างถูกต้องค่ะ

Finasteride เป็นยากลุ่ม 5-alpha reductase inhibitors ทำงานโดยการออกฤทธิ์ ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5α-reductase ที่เป็นตัวการในการเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ไปเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีในเพศชายที่เป็นศัตรูต่อเส้นผม เพราะถ้าหากเรามีปริมาณของ DHT มากเกินไป จะส่งผลให้กระบวนการสร้างเส้นผมของร่างกายถูกรบกวน ซึ่งจะทำให้ระยะเจริญเติบโต (Anagen) ของเส้นผมหดน้อยลง และเพิ่มระยะพักของเส้นผม (Telogen) ให้นานขึ้น ทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้ในที่สุด โดยการรักษาด้วยยา Finasteride นั้น อาจพบอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย เช่น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เต้านมโตผิดปกติ ผลกระทบต่อการทำงานของตับ และภาวะซึมเศร้า ซึ่งหากเกิดอาการข้างเคียงดังกล่าว ให้รีบเข้าพบแพทย์โดยเร็วเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการรักษาค่ะ

ที่ Hairsmith Clinic เราให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุที่แท้จริง เรามีทีมแพทย์คอยตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาทาน ยาทา หรือการรักษาร่วมกับวิธีอื่นๆ จนถึงการปลูกผมถาวร เพื่อช่วยกู้คืนเส้นผมและส่งต่อความมั่นใจให้กลับมาได้อีกครั้งค่ะ

แชทปรึกษาแพทย์

ทานยาฟีนาสเตอร์ไรด์ติดต่อกันนานๆ จะมีสารพิษตกค้างที่ตับหรือไตไหม

ตอบ ยาฟีนาสเตอร์ไรด์จะถูกผ่านกระบวนการและขับออกจากร่างกายผ่านทางตับ จากผลการศึกษาในคนที่ทานยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5-10 ปี ไม่พบว่าตัวยามีแนวโน้มสะสมหรือก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับหรือไตในกลุ่มคนที่มีร่างกายปกติค่ะ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงเกี่ยวกับตับ ควรแจ้งและปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาเสมอนะคะ

ถ้ากำลังวางแผนจะมีลูก ฝ่ายชายจำเป็นต้องหยุดทาน Finasteride ไหม

ตอบ ปริมาณตัวยาที่อาจจะปนออกมาในน้ำอสุจินั้นมีน้อยมากๆ จนแทบไม่มีนัยสำคัญ และยังไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อการปฏิสนธิหรือทำให้ทารกพิการจากการที่ฝ่ายชายทานยา Finasteride

ทานยาฟีนาสเตอร์ไรด์ร่วมกับไมน็อกซิดิลได้ไหม

การใช้ยาสองตัวนี้คู่กันถือเป็นสูตรมาตรฐานที่เห็นผลลัพธ์ในการรักษาผมร่วงพันธุกรรมได้ดีที่สุด เพราะยาทั้งสองตัวทำหน้าที่ต่างกันแต่ส่งเสริมกัน
ฟีนาสเตอร์ไรด์ (Finasteride) เข้าไปลดฮอร์โมน DHT เพื่อหยุดการหลุดร่วง และป้องกันไม่ให้รากผมฝ่อลง
ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ทำหน้าที่เข้าไปขยายหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ เพื่อเร่งให้เส้นผมงอกใหม่และหนาขึ้น

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์
Prima Tossaborvorn

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์

สำหรับผู้ชายยุคใหม่ หนวดเคราเปรียบเสมือนสิ่งที่ช่วยปรับโครงหน้า และเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูภูมิฐาน คมเข้มมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาไอเดียเปลี่ยนลุคใหม่ วันนี้ Hairsmith Clinic ได้รวบรวม 20 ทรงหนวดเครายอดนิยม ที่ตอบโจทย์ผู้ชายทุกสไตล์มาฝากกันค่ะ

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม
Prima Tossaborvorn

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักจะได้ยินจากคนไข้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะแพ้ง่ายบ่อยๆ ก็คือ ถ้าผมหันไปใช้ยาสระผมเด็กแทนแชมพูผู้ใหญ่ ผมจะร่วงน้อยลงไหม มันจะช่วยให้ผมหนาขึ้นหรือเปล่า วันนี้จะขอมาเจาะลึกโครงสร้างเส้นผม ความแตกต่างของค่า pH และสารเคมีระหว่างแชมพูเด็กกับแชมพูผู้ใหญ่ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเส้นผมของตัวเองค่ะ

บริจาคของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น
Prima Tossaborvorn

Hairsmith Clinic นำโดยหมอพรีม ส่งต่อความสุขแบ่งปันรอยยิ้ม สู่เด็กๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

Hairsmith Clinic นำโดย พญ.พรีมา ทศบวร แท็กทีมพนักงานจัดกิจกรรม CSR ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ณ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มุ่งขับเคลื่อนสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน