หลังคลอดลูก สิ่งที่คุณแม่หลายคนคาดหวังคือการได้เห็นเจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างแข็งแรง และการได้กลับมาดูแลตัวเองอีกครั้งหลังจากผ่านช่วงเวลาอันเหนื่อยล้าของการตั้งครรภ์ แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกตกใจ และบางครั้งถึงขั้นเครียด นั่นก็คือ “ผมร่วงหลังคลอด”
แม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยและไม่อันตราย แต่ก็เป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นใจของคุณแม่ไม่น้อย วันนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมผมถึงร่วงหลังคลอด เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ และมีวิธีดูแลเส้นผมอย่างไรให้กลับมาดูหนาสวยงามเหมือนเดิม
ผมร่วงหลังคลอด เกิดจากอะไร

สาเหตุหลักของ ผมร่วงหลังคลอด (Postpartum Hair Loss) “ฮอร์โมน” ค่ะ
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลายชนิด โดยเฉพาะ “เอสโตรเจน” (Estrogen) ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฮอร์โมนตัวนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยยืดอายุของเส้นผม ทำให้ผมร่วงน้อยลง เส้นผมดูหนา เงางาม และสุขภาพดี
แต่หลังจากคลอดลูก ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว กลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้เส้นผมที่เคย “อยู่ในระยะพัก (resting phase)” นานผิดปกติในช่วงตั้งครรภ์ เริ่มเข้าสู่ระยะ “หลุดร่วง (shedding phase)” พร้อมกันในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าผมร่วงมากผิดปกติ ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า “Telogen Effluvium” เป็นภาวะผมร่วงชนิดหนึ่งที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน ความเครียด หรือการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งในกรณีนี้คือ “การคลอดบุตร” นั่นเอง
อ่านบทความที่น่าสนใจ: 6 สาเหตุผมร่วงในผู้หญิง พร้อมวิธีรักษาผมร่วง
แล้วผมจะร่วงถึงเมื่อไหร่
อาการผมร่วงหลังคลอดมักเริ่มสังเกตได้ในช่วง 3-4 เดือนหลังคลอด และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในเวลา 6-12 เดือน โดยเฉพาะหากคุณแม่พักผ่อนเพียงพอ ทานอาหารครบ 5 หมู่ และดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม ข้อมูลจาก American Academy of Dermatology (AAD) ระบุว่า ผมร่วงหลังคลอดเป็นอาการชั่วคราว และในเกือบทุกกรณี เส้นผมจะกลับมาเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา
ผมร่วงเยอะหลังคลอด ทำอย่างไรดี
คุณแม่บางคนอาจตกใจเมื่อเห็นผมร่วงเป็นกระจุกๆ จนพื้นห้องน้ำหรือหมอนเต็มไปด้วยเส้นผม แต่หากเป็นไปตามช่วงเวลาที่กล่าวมาข้างต้น โดยไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ร่วมด้วย ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ แต่หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์นะคะ เช่น
- • ผมร่วงมากเกินไปต่อเนื่องนานกว่า 12 เดือน
- • มีผื่นหรือแผลบริเวณหนังศีรษะ
- • ผมร่วงเฉพาะบางจุด (เป็นหย่อมๆ)
- • มีอาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักลดผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนร่วมด้วย

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคทางระบบอื่น เช่น ไทรอยด์ผิดปกติ หรือภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
วิธีดูแลผมร่วงหลังคลอด
แม้ว่าเราจะไม่สามารถหยุดกระบวนการผมร่วงหลังคลอดได้ทั้งหมด แต่เราสามารถดูแลไม่ให้ผมร่วงมากเกินไป และช่วยให้ผมใหม่ขึ้นมาสุขภาพดีได้ โดยวิธีที่แนะนำมีดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการกระตุ้นผมร่วง
- อย่าหวีผมแรงๆ โดยเฉพาะตอนเปียก
- หลีกเลี่ยงการมัดผมตึง การดัด ยืด หรือทำสี
- งดใช้ความร้อนจากไดร์เป่าผมหรือที่หนีบผม
2. ปรับพฤติกรรมการดูแลผม
- ใช้แชมพูอ่อนโยน ปราศจากซิลิโคนหรือซัลเฟต
- ใช้ครีมนวดหรือทรีตเมนต์ช่วยบำรุงปลายผม
- ใช้ลมเย็นแทนการใช้ความร้อนในการเป่าผม
3. บำรุงจากภายใน
- รับประทานสารอาหารให้ครบโดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และนอนหลับพักผ่อนให้พอ
- หากจำเป็นสามารถรับประทานวิตามินบำรุงผมได้ เช่น Biotin, Iron, Zinc, Vitamin D และ Omega-3 (แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะหากยังให้นมลูกอยู่)
4. ตัดผมสั้น
การตัดผมให้สั้นลงไม่เพียงช่วยลดการพันกันและหลุดร่วง แต่ยังทำให้ดูแลรักษาง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ หากคุณแม่ทั้งหลายคิดไม่ออกว่าจะตัดผมสั้นทรงไหนดี สามารถดู 55 ไอเดียทรงผมผู้หญิงยอดนิยม ได้เลยค่ะ
สรุป
แม้ผมร่วงหลังคลอดจะดูน่าตกใจในช่วงแรก แต่หากเข้าใจกลไกของร่างกายและรู้จักดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ปัญหานี้ก็จะผ่านไปได้ในเวลาไม่ช้า ที่สำคัญคืออย่ากังวลหรือเครียดจนเกินไป เพราะความเครียดเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้น
ถ้าคุณแม่ลองทำตามคำแนะนำข้างต้นแล้วผมยังไม่กลับมาปกติ หรือรู้สึกว่าผมร่วงหนักกว่าที่ควร อาจพิจารณาปรึกษาแพทย์ด้านเส้นผมหรือแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ


