เซ็บเดิร์ม ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เป็นแล้วปลูกผมได้ไหม? พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด

/
/
เซ็บเดิร์ม ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เป็นแล้วปลูกผมได้ไหม? พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด
เซ็บเดิร์ม ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เป็นแล้วปลูกผมได้ไหม? พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด
สารบัญบทความ แสดง

หลายคนคงเคยเผชิญกับปัญหาผิวหนังลอกเป็นสะเก็ด มีรอยแดง และมีอาการคันยิบๆ ตามใบหน้าหรือหนังศีรษะ อาการเหล่านี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ผิวแห้งธรรมดาหรือรังแคทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) หรือโรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน ซึ่งเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน

โรคนี้แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อและไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็สร้างความรำคาญใจ บั่นทอนความมั่นใจ และส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพอย่างรุนแรง ที่สำคัญคือมักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรังไม่รู้จักจบสิ้น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังที่รุนแรงขึ้น รวมถึงส่งผลกระทบต่อเส้นผมและหนังศีรษะจนทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน

ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคเซ็บเดิร์มได้ แต่พบว่ามีปัจจัยร่วมหลายประการที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น โดยปัจจัยหลักๆ มีดังนี้

สาเหตุหลักของการเกิดโรคเซ็บเดิร์ม

1. การเจริญเติบโตที่มากเกินไปของเชื้อรากลุ่ม Malassezia

บนผิวหนังของมนุษย์เราทุกคนจะมีเชื้อราตัวนี้อาศัยอยู่เป็นปกติ โดยพวกมันจะกินไขมัน (Sebum) ที่ร่างกายขับออกมาเป็นอาหาร แต่ในผู้ป่วยเซ็บเดิร์ม ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อราตัวนี้ไวเกินไป หรือเชื้อรามีการเจริญเติบโตมากผิดปกติ ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว จนนำไปสู่การอักเสบ ลอก และแดงในที่สุด

2. การทำงานที่ผิดปกติของต่อมไขมัน

เซ็บเดิร์มมักเกิดขึ้นในบริเวณ T-Zone หรือบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หนังศีรษะ ใบหน้า (หัวคิ้ว ข้างจมูก) หน้าอก และหลังส่วนบน เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อราและกระตุ้นการอักเสบ

3. ปัจจัยภายในร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน

  • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นตัวกระตุ้นอันดับต้นๆ ที่ทำให้โรคกำเริบ เนื่องจากความเครียดจะส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวนและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ มีแนวโน้มที่คุณจะมีสภาพผิวที่เอื้อต่อการเกิดเซ็บเดิร์มได้ง่ายขึ้น
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคพาร์กินสัน โรคติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง มักพบว่าเป็นโรคเซ็บเดิร์มได้ง่ายและรุนแรงกว่าปกติ

4. ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

  • สภาพอากาศ อากาศที่หนาวและแห้งในฤดูหนาว หรือการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานๆ จะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย ส่งผลให้โรคกำเริบ
  • สารเคมีที่รุนแรง การใช้แชมพู เจลแต่งผม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

อาการของเซ็บเดิร์มสามารถสังเกตได้ง่าย แต่อาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยบริเวณที่มักแสดงอาการเด่นชัดที่สุดคือ หนังศีรษะ และ ใบหน้า

อาการเซ็บเดิร์มบนหนังศีรษะ

  • มีสะเก็ดหรือรังแคสีขาวหรือเหลืองเกาะอยู่ตามหนังศีรษะและโคนผม
  • หนังศีรษะมีรอยแดงเป็นปื้นๆ
  • มีอาการคันยิบๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาที่เหงื่อออกหรือร้อน
  • ในรายที่รุนแรง อาจมีน้ำเหลืองซึมหรือมีกลิ่นเหม็นอับบนหนังศีรษะ

อาการเซ็บเดิร์มบนใบหน้าและร่างกาย

  • มีผื่นแดงและลอกเป็นขุยละเอียด สีขาวหรือสีเหลืองมันๆ บริเวณหัวคิ้ว ข้างจมูก หลังหู และร่องแก้ม
  • ผิวหนังบริเวณที่เป็นจะมีความรู้สึกแสบร้อน ผิวสาก และไวต่อแสงแดดหรือสกินแคร์ทั่วไป
  • หากเป็นที่หน้าอกหรือหลัง มักจะเห็นเป็นปื้นแดงๆ มีสะเก็ดชัดเจน

เนื่องจากเซ็บเดิร์มเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100% (แต่สามารถควบคุมให้โรคสงบได้ยาวนาน) เป้าหมายหลักของการรักษาจึงเป็นการลดการอักเสบ ควบคุมปริมาณเชื้อรา และฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว

แนวทางการรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็นเซ็บเดิร์ม

การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์

  1. การใช้แชมพูยา สำหรับผู้ที่เป็นที่หนังศีรษะ แพทย์มักแนะนำให้ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole, Selenium Sulfide, Zinc Pyrithione, Coal Tar หรือ Salicylic Acid เพื่อลดเชื้อราและช่วยผลัดสะเก็ด
  2. ยาทาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ทาบริเวณผื่นแดงเพื่อลดอาการอักเสบอย่างรวดเร็ว แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ผิวบางลงได้
  3. ยาทากลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น Tacrolimus หรือ Pimecrolimus เหมาะสำหรับการใช้ในระยะยาวบนผิวหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์

การปรับพฤติกรรมเพื่อควบคุมโรค

  • จัดการความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงน้ำอุ่น การสระผมหรือล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดจะทำให้ผิวแห้งและอักเสบมากขึ้น ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน งดสกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือกรดเข้มข้น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • งดแอลกอฮอล์และอาหารบางประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของทอด ของมัน และอาหารแปรรูป มักเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน ร่วมกับการเป็นโรคเซ็บเดิร์ม คำถามยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจอย่างมากคือ “เป็นเซ็บเดิร์มแล้วจะสามารถเข้ารับการปลูกผมได้ไหม?”

ทำไมถึงไม่ควรปลูกผมตอนที่เซ็บเดิร์มกำลังกำเริบ

การปลูกผมไม่ว่าจะเป็นเทคนิค FUE หรือ FUT ล้วนเป็นการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องการสภาพแวดล้อมบนหนังศีรษะที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด เพื่อให้รากผมที่ย้ายมาใหม่สามารถฝังตัวและเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเข้ารับการปลูกผมในขณะที่โรคเซ็บเดิร์มกำลังกำเริบ (หนังศีรษะแดง ลอก เป็นสะเก็ด หรืออักเสบ) จะส่งผลเสียดังนี้

  1. เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น ผิวหนังที่เป็นเซ็บเดิร์มจะมีเกราะป้องกันที่อ่อนแอ หากมีแผลจากการเจาะหรือปักรากผม เชื้อโรคและแบคทีเรียจะเข้าสู่บาดแผลได้ง่ายขึ้น
  2. อาการคันทำให้เผลอเกาแผล แผลหลังปลูกผมต้องการการดูแลอย่างทะนุถนอม แต่อาการคันจากเซ็บเดิร์มอาจทำให้เผลอเกาหนังศีรษะจนกราฟผมหลุดหรืออักเสบติดเชื้อได้ค่ะ

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเข้ารับการรักษาและควบคุมอาการของโรคเซ็บเดิร์มให้สงบเสียก่อน จึงจะสามารถวางแผนเข้ารับการปลูกผมได้อย่างปลอดภัย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เผชิญทั้งปัญหาเซ็บเดิร์มและภาวะผมร่วงผมบางจนหมดความมั่นใจ และกำลังมองหาคลินิกปลูกผมที่เข้าใจปัญหาผิวหนังอย่างแท้จริง Hairsmith Clinic พร้อมดูแลในทุกขั้นตอน ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดและความปลอดภัย

อย่าปล่อยให้โรคเซ็บเดิร์มและปัญหาผมบางทำลายความมั่นใจของคุณ เข้ามารับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ที่ Hairsmith Clinic เพื่อวางแผนการรักษาและปลูกผมอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

แชทปรึกษาแพทย์
จองคิวปรึกษาแพทย์

เซ็บเดิร์มทำให้ผมร่วงถาวรไหม

ตอบ โดยปกติแล้ว เซ็บเดิร์มไม่ได้ทำลายรากผมโดยตรง จึงไม่ทำให้เกิดผมร่วงถาวร แต่การอักเสบอย่างรุนแรง ความมันที่อุดตัน และการเกาหนังศีรษะบ่อยๆ อาจทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ (Telogen Effluvium) เมื่อรักษาอาการอักเสบของโรคให้สงบลงและดูแลหนังศีรษะอย่างถูกต้อง เส้นผมก็จะสามารถกลับมาเจริญเติบโตได้ตามปกติ

หลังปลูกผมแล้ว เซ็บเดิร์มจะกลับมากำเริบอีกไหม

ตอบ มีโอกาสกลับมากำเริบได้ เนื่องจากเซ็บเดิร์มเป็นโรคเรื้อรังที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความเครียด การพักผ่อน และสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะสูตรอ่อนโยนหลังการปลูกผม จะช่วยลดโอกาสการกำเริบได้ค่ะ

ต้องรักษาเซ็บเดิร์มนานแค่ไหน ถึงจะเริ่มปลูกผมได้

ตอบ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคลค่ะ โดยทั่วไปหากปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์ ใช้แชมพูยาและยาทาลดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง อาการอักเสบและสะเก็ดมักจะดีขึ้นและสงบลงภายใน 2-4 สัปดาห์ เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าหนังศีรษะแข็งแรงและไม่มีการอักเสบ ก็สามารถนัดวันเข้ารับการปลูกผมได้ทันที

แชมพูขจัดรังแคทั่วไป ใช้รักษาเซ็บเดิร์มได้ไหม

แชมพูขจัดรังแคตามท้องตลาดทั่วไปอาจช่วยลดสะเก็ดแห้งๆ ได้บ้าง แต่หากเป็นเซ็บเดิร์มที่มีการอักเสบร่วมด้วย แชมพูเหล่านั้นอาจมีสารเคมีหรือน้ำหอมที่ทำให้อาการระคายเคืองรุนแรงขึ้น แนะนำให้ใช้แชมพูยาที่มีตัวยาฆ่าเชื้อราและลดการอักเสบโดยเฉพาะ เช่น Ketoconazole หรือแชมพูที่แพทย์ผิวหนังจ่ายให้จะปลอดภัยและตรงจุดมากกว่าค่ะ

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์
Prima Tossaborvorn

20 ทรงหนวด เครา ยอดนิยม เปลี่ยนลุคหน้าจืดให้ดูดีมีสไตล์

สำหรับผู้ชายยุคใหม่ หนวดเคราเปรียบเสมือนสิ่งที่ช่วยปรับโครงหน้า และเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูภูมิฐาน คมเข้มมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาไอเดียเปลี่ยนลุคใหม่ วันนี้ Hairsmith Clinic ได้รวบรวม 20 ทรงหนวดเครายอดนิยม ที่ตอบโจทย์ผู้ชายทุกสไตล์มาฝากกันค่ะ

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม
Prima Tossaborvorn

ยาสระผมเด็ก ลดผมร่วง แก้ผมบางได้จริงไหม

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่มักจะได้ยินจากคนไข้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือหนังศีรษะแพ้ง่ายบ่อยๆ ก็คือ ถ้าผมหันไปใช้ยาสระผมเด็กแทนแชมพูผู้ใหญ่ ผมจะร่วงน้อยลงไหม มันจะช่วยให้ผมหนาขึ้นหรือเปล่า วันนี้จะขอมาเจาะลึกโครงสร้างเส้นผม ความแตกต่างของค่า pH และสารเคมีระหว่างแชมพูเด็กกับแชมพูผู้ใหญ่ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเส้นผมของตัวเองค่ะ

บริจาคของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น
Prima Tossaborvorn

Hairsmith Clinic นำโดยหมอพรีม ส่งต่อความสุขแบ่งปันรอยยิ้ม สู่เด็กๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น

Hairsmith Clinic นำโดย พญ.พรีมา ทศบวร แท็กทีมพนักงานจัดกิจกรรม CSR ส่งต่อความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ณ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มุ่งขับเคลื่อนสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน