ชันนะตุ เกิดจากะไร อาการ และวิธีรักษาชันนะตุบนหนังศีรษะ

/
/
ชันนะตุ เกิดจากะไร อาการ และวิธีรักษาชันนะตุบนหนังศีรษะ
ชันนะตุ เกิดจากะไร อาการ และวิธีรักษาชันนะตุบนหนังศีรษะ
สารบัญบทความ แสดง

คันศีรษะบ่อยๆ สระผมแล้วก็ยังมีขุยขาวๆ หรือสะเก็ดสีเหลืองๆ มันๆ ติดตามโคนผมอยู่ตลอด แถมบางครั้งก็รู้สึกแสบและคันจนน่ารำคาญ หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่รังแคธรรมดา แต่จริงๆ แล้ว อาการแบบนี้อาจไม่ธรรมดานะคะ เพราะอาจเป็น ชันนะตุ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Seborrheic Dermatitis ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและทำให้หลายคนปวดหัว (รวมถึงคันหัว) มานักต่อนักแล้วค่ะ

บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับชันนะตุให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิด อาการที่สังเกตได้ วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น ไปจนถึงแนวทางการรักษา พร้อมแนะนำว่าตอนไหนที่ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้หนังศีรษะของคุณกลับมาสุขภาพดีได้อีกครั้ง

  1. ชันนะตุคืออะไร เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังบนหนังศีรษะ ไม่ใช่โรคติดต่อ เกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia ร่วมกับปัจจัยกระตุ้น เช่น ฮอร์โมน ความเครียด ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  2. อาการหลัก คันศีรษะเรื้อรัง หนังศีรษะลอกเป็นขุยมันเหนียว สีเหลืองหรือขาว ร่วมกับอาการอักเสบแดง บางครั้งทำให้ผมร่วงชั่วคราว
  3. ปัจจัยกระตุ้น ทั้งภายใน (พันธุกรรม ฮอร์โมน ต่อมไขมันทำงานมาก ภูมิคุ้มกันต่ำ ความเครียด) และภายนอก (สภาพอากาศ ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง)
  4. การรักษาเบื้องต้น สระผมให้สะอาด เลี่ยงการเกาแรง ใช้แชมพูยาที่มีส่วนผสม Ketoconazole, Selenium Sulfide, Zinc Pyrithione หรือกรดซาลิไซลิก
  5. ควรพบแพทย์ หากคันรุนแรง ผมร่วงผิดปกติ อักเสบแดงมาก หรือใช้แชมพูยาก็ยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาเฉพาะทาง

ถ้าใครเคยรู้สึกคันหัวไม่หยุด หนังศีรษะลอกเป็นขุย มีสะเก็ดเหนียวๆ สีขาวหรือเหลืองติดอยู่ตามโคนผม หรือบางครั้งรู้สึกเหมือนผิวหนังอักเสบแดงร่วมด้วย นั่นอาจไม่ใช่แค่รังแคธรรมดา แต่อาจเป็นชันนะตุ หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Seborrheic Dermatitis 

ชันนะตุ หรือ Seborrheic Dermatitis คืออะไร

ชันนะตุเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อและไม่ใช่โรคติดต่อค่ะ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อรา แต่จริงๆ แล้วต้นเหตุหลักมาจาก เชื้อยีสต์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Malassezia ซึ่งอยู่บนผิวหนังของเราทุกคนตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในบางคนที่มีปัจจัยกระตุ้น เช่น ฮอร์โมน ความเครียด หรือภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เจ้าเชื้อนี้ก็อาจทำให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองขึ้นมาค่ะ

สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนก็คือ ชันนะตุมีอาการคล้ายรังแคมากๆ แต่จริงๆ แล้วมันมากกว่ารังแคธรรมดา เพราะนอกจากจะมีขุยหรือสะเก็ดแล้ว ยังมีอาการหนังศีรษะอักเสบ แดง แสบ หรือบางครั้งอาจคันมากจนเกาแล้วเป็นแผลได้เลย

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วทำไมเราถึงเป็นชันนะตุกันล่ะ คำตอบคือ ชันนะตุไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ แต่เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งภายในร่างกายของเราเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งแต่ละคนก็อาจมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการชันนะตุที่หลายคนเผชิญอยู่

ปัจจัยภายในร่างกาย

ปัจจัยภายในร่างกาย มีหลายอย่างที่อาจส่งผลให้เกิดหรือกระตุ้นอาการชันนะตุได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  • พันธุกรรม ถ้าคนในครอบครัวเคยมีอาการชันนะตุ หรือผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โอกาสที่เราจะเป็นก็มีมากขึ้นเช่นกันค่ะ
  • การทำงานของต่อมไขมันที่มากเกินไป หนังศีรษะที่มันมากๆ มีความเสี่ยงสูง เพราะเชื้อ Malassezia ชอบอยู่ในบริเวณที่มีน้ำมันเยอะๆ 
  • ระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น หรือช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น หลังคลอด หรือก่อนมีประจำเดือน
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคพาร์กินสัน ก็อาจมีแนวโน้มเป็นชันนะตุได้บ่อยและรุนแรงกว่าคนทั่วไปค่ะ
  • ความเครียดและสุขภาพจิต ความเครียดสะสม ไม่เพียงแค่กระทบจิตใจ แต่ยังไปรบกวนสมดุลของผิวหนังและฮอร์โมนในร่างกายด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นอาการชันนะตุได้เช่นกัน

ปัจจัยภายนอก

ต่อมาคือสิ่งรอบตัวเราค่ะ ที่บางครั้งก็กระตุ้นให้ชันนะตุกำเริบได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

  • เชื้อยีสต์ Malassezia อย่างที่เล่าไปตอนต้น เชื้อนี้อยู่บนผิวของทุกคนอยู่แล้ว แต่เมื่อเจอกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความมัน หรือความอับชื้น ก็อาจเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นได้
  • สภาพอากาศ ทั้งอากาศเย็นและแห้ง หรือร้อนชื้นก็สามารถกระตุ้นอาการชันนะตุได้ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดู บางคนจะรู้สึกคันหรือมีขุยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง เช่น แชมพูที่มีสารเคมีแรงๆ หรือผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่มีน้ำหอม อาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและลุกลามเป็นชันนะตุได้ค่ะ

ใครที่รู้สึกว่า เอ๊ะ…นี่ฉันกำลังเจอหลายปัจจัยพร้อมกันอยู่หรือเปล่านะ ก็อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะถึงแม้ชันนะตุจะดูวุ่นวาย แต่ถ้าเรารู้เท่าทันปัจจัยเหล่านี้ ก็สามารถหาทางดูแลและควบคุมอาการได้แน่นอน

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าอาการคันหนังศีรษะเรื้อรัง ขุยที่เหมือนรังแค แต่ล้างยังไงก็ไม่หาย หรือผมร่วงเฉพาะบางจุดอาจจะเป็นแค่รังแคธรรมดา หรือจริงๆ แล้วคือชันนะตุกันแน่ การรู้จักลักษณะอาการที่พบบ่อยของโรคนี้จะช่วยให้เราสังเกตตัวเองได้ง่ายขึ้น และรับมือได้ถูกต้องก่อนที่อาการจะลุกลาม

วิธีสังเกตอาการ ชันนะตุบนหนังศีรษะ

อาการหลักที่พบบ่อย

โรคชันนะตุจะมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากรังแคทั่วไปอย่างชัดเจน ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้หลายข้อพร้อมกัน ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นชันนะตุ

  • คันหนังศีรษะอย่างรุนแรง อาจคันจนต้องเกาอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่อากาศเปลี่ยน หรือหลังจากใช้แชมพูบางชนิด
  • หนังศีรษะแดง หรือมีการอักเสบ บางคนอาจรู้สึกเจ็บแสบ หรือสังเกตเห็นว่าหนังศีรษะเริ่มแดง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ไรผมหรือหลังหู
  • มีสะเก็ดหรือขุย สีขาวหรือเหลือง ลักษณะมันๆ เหนียวๆ นี่คือจุดที่แตกต่างจากรังแคแบบแห้งชัดเจน รังแคจะเป็นแผ่นขาวแห้งๆ ร่วงง่าย แต่ชันนะตุจะดูมัน เหนียว และจับตัวกันเป็นแผ่นค่ะ
  • ผมร่วงในบริเวณที่อักเสบรุนแรง แม้จะไม่ได้ทำให้ศีรษะล้านถาวร แต่ในช่วงที่อาการกำเริบหนักๆ ก็อาจทำให้ผมร่วงมากผิดปกติในบริเวณนั้นได้ชั่วคราว

บริเวณอื่นที่อาจพบได้

แม้ว่าชันนะตุจะขึ้นชื่อเรื่องหนังศีรษะ แต่จริงๆ แล้วอาการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหัวนะคะ เพราะสามารถเกิดได้หลายจุดบนร่างกายที่มีต่อมไขมันเยอะๆ เช่น คิ้ว ข้างจมูก หลังหู กลางหน้าอก กลางแผ่นหลัง ถ้าคุณมีอาการขุย คัน แดง หรือมันๆ ในจุดเหล่านี้ร่วมด้วย ก็อาจเป็นชันนะตุในรูปแบบอื่นๆ ได้เหมือนกันค่ะ

หากคุณเริ่มแน่ใจแล้วว่าอาการคัน ขุยมันๆ หรือหนังศีรษะแดงที่เป็นอยู่อาจไม่ใช่แค่รังแคธรรมดา การดูแลตัวเองให้ถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญในการควบคุมอาการของโรคชันนะตุเลยค่ะ เพราะแม้จะเป็นภาวะเรื้อรัง แต่ก็สามารถดูแลให้อาการสงบลงและไม่กำเริบได้ง่ายๆ ด้วยแนวทางต่อไปนี้

การดูแลตนเองเบื้องต้น

เริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทุกวัน

  • สระผมให้สะอาดและสม่ำเสมอ เลือกแชมพูที่อ่อนโยนและไม่มีสารระคายเคือง เพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินและสะเก็ดที่สะสมอยู่
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด การอดนอน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
  • อย่าเกาหนังศีรษะแรงๆ ถึงแม้จะคันแค่ไหนก็ตาม เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบ แผล หรือเชื้อโรคแทรกซ้อนได้

การใช้แชมพูยา

ถ้าการดูแลทั่วไปยังไม่พอ อาจถึงเวลาต้องพึ่งแชมพูยาแล้วล่ะค่ะ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั้งแบบทั่วไป หรือที่แพทย์สั่งโดยเฉพาะ โดยควรเลือกที่มีส่วนผสมเหล่านี้

  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ยาต้านเชื้อราที่มักใช้บ่อยที่สุด
  • ซีลีเนียม ซัลไฟด์ (Selenium Sulfide) ลดการหลุดลอกของเซลล์ผิว
  • ซิงค์ ไพริไธโอน (Zinc Pyrithione)  ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยีสต์
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก
  • โคลทาร์ (Coal Tar) ลดการอักเสบและการสร้างเซลล์ผิวที่เร็วเกินไป

เคล็ดลับการใช้ เวลาสระผม ให้หมักแชมพูทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาที เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์อย่างเต็มที่ และอย่าลืมล้างออกให้สะอาดนะคะ ความถี่ในการใช้ เริ่มต้นอาจใช้ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วค่อยสลับกับแชมพูทั่วไปเมื่ออาการดีขึ้น

การรักษาโดยแพทย์เมื่ออาการรุนแรง

ถ้าลองดูแลตัวเองแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอักเสบหนัก คันไม่หยุด หรือผมร่วงมากร่วมด้วย แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผิวหนังหรือคลินิกเฉพาะทาง เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ตรงจุด ซึ่งแนวทางที่แพทย์อาจใช้ มีดังนี้

  • ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ (Topical Steroids) เพื่อลดการอักเสบและอาการคัน ใช้เฉพาะช่วงที่จำเป็นเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์นะคะ
  • ยาต้านเชื้อราแบบทา (Topical Antifungals) ช่วยลดปริมาณเชื้อยีสต์ Malassezia ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้น
  • แนวทางการรักษาอื่นๆ เช่น โลชั่นลดอักเสบ ยารับประทาน หรือทรีทเมนต์เฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสภาพหนังศีรษะแต่ละคนค่ะ

การรักษาชันนะตุไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรารู้แนวทางที่ถูกต้อง และเลือกดูแลกับผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจปัญหานี้จริงๆ

หลายคนอาจสับสนว่าอาการที่เกิดกับหนังศีรษะของตัวเองคือ รังแคทั่วไป หรือ ชันนะตุ กันแน่ เพราะบางทีก็มีสะเก็ดคล้ายๆ กันเลยใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วทั้งสองภาวะนี้มีความคล้ายกันในแง่ของขุยหรือสะเก็ดที่หลุดออกมา แต่สาเหตุ ลักษณะ และการรักษากลับต่างกันแบบคนละเรื่องเลยค่ะ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้เลยค่ะ

ลักษณะเปรียบเทียบรังแคทั่วไปชันนะตุ (Seborrheic Dermatitis)
ลักษณะสะเก็ดขาว แห้ง ร่วนๆ เหลือง มัน เหนียว หรือจับเป็นแผ่น
อาการคันอาจมีเล็กน้อย คันมาก มักคันเรื้อรัง
หนังศีรษะอักเสบ/แดงไม่ชัดเจน หรือไม่มีพบได้บ่อย โดยเฉพาะบริเวณที่มีสะเก็ดหนา
ความมันของหนังศีรษะอาจไม่ได้เกี่ยวโดยตรงหนังศีรษะมักมันมาก หรือมีความมันผิดปกติ
ความรุนแรงมักไม่รุนแรง และตอบสนองต่อแชมพูทั่วไปเรื้อรัง กำเริบง่าย ต้องใช้แชมพูยาหรือยาทารักษา
พื้นที่ที่พบบ่อยหนังศีรษะหนังศีรษะ คิ้ว ข้างจมูก หลังหู หน้าอก กลางหลัง

จะเห็นได้ว่าจุดต่างชัดๆ ของชันนะตุคือความมัน ความคันที่เรื้อรัง และมีอาการอักเสบร่วมด้วยบ่อยครั้ง ซึ่งถ้าคุณสังเกตว่ารังแคของตัวเองไม่ได้ดีขึ้นจากแชมพูทั่วไป หรือมีลักษณะสะเก็ดมันๆ เหนียวๆ ร่วมกับอาการคันแดง แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือคลินิกดูแลหนังศีรษะโดยตรงจะดีที่สุดค่ะ

หลายคนอาจคิดว่าชันนะตุ หรืออาการคันศีรษะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ลองใช้แชมพูขจัดรังแคเองก็น่าจะพอไหว แต่ความจริงแล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะที่รุนแรงกว่าที่คิด และควรได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างจริงจัง ถ้าใครกำลังเจออาการเหล่านี้ แนะนำว่าไม่ควรรอ รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

  • อาการคันรุนแรง จนรบกวนชีวิตประจำวัน
  • ใช้แชมพูยาทั่วไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลง
  • หนังศีรษะอักเสบ แดงจัด หรือมีลักษณะคล้ายติดเชื้อ
  • เริ่มมีผมร่วงผิดปกติร่วมด้วย
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นชันนะตุ หรือเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่น

การพบแพทย์ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาให้หาย แต่ยังช่วยวินิจฉัยให้ถูกต้องว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาที่ไม่ตรงจุดนะคะ

ถ้ากำลังเจอกับปัญหาหนังศีรษะคันเรื้อรัง มีขุยหรือสะเก็ดมันๆ ที่ไม่หายสักที ลองมาหลายแชมพูก็ยังไม่ดีขึ้น หรือกังวลว่าผมที่ร่วงมากขึ้นทุกวันจะเกี่ยวกับชันนะตุหรือเปล่า อย่าเพิ่งเครียดไปนะคะ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องหาคำตอบคนเดียวค่ะ

สิ่งสำคัญคือการวินิจฉัยให้ตรงจุด เพราะปัญหาหนังศีรษะไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมของเส้นผมด้วยนะคะ ที่ Hairsmith Clinic วางแผนการดูแลที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะของคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแผนการใช้ยา หรือทรีทเมนต์ที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะอย่างปลอดภัยค่ะ

หลายคนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ชันนะตุ เรารวบรวมคำถามและคำตอบมาไว้ให้แล้ว เผื่อจะช่วยไขข้อข้องใจ และพาคุณไปสู่วิธีดูแลหนังศีรษะที่ถูกต้องยิ่งขึ้นค่ะ 

ชันนะตุเป็นโรคติดต่อไหม

ชันนะตุไม่ใช่โรคติดต่อ เพราะเกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความเครียด ฮอร์โมน หรือภูมิคุ้มกัน รวมถึงเชื้อยีสต์ Malassezia ที่อยู่บนผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ

คันหัว หนังศีรษะลอกเป็นขุย อาจเป็นชันนะตุไหม

มีโอกาสเป็นค่ะ โดยเฉพาะถ้าขุยนั้นมีลักษณะเหนียว มัน สีขาวหรือเหลือง ร่วมกับอาการหนังศีรษะแดงและคันแบบเรื้อรัง อาการแบบนี้ต่างจากรังแคทั่วไปที่มักเป็นขุยแห้งค่ะ

แชมพูรักษาชันนะตุ ควรเลือกแบบไหนดี

ให้มองหาส่วนผสมอย่าง Ketoconazole, Selenium Sulfide หรือ Zinc Pyrithione ค่ะ ซึ่งเป็นตัวยาที่ช่วยลดเชื้อ Malassezia และอาการอักเสบได้ดี แต่ควรใช้ตามคำแนะนำหรือคำปรึกษาของแพทย์นะคะ

ถ้าใช้แชมพูยาก็ยังไม่หาย ต้องทำยังไงดี

ถ้าใช้แชมพูแล้วอาการยังคันหัว หนังศีรษะลอก หรือมีสะเก็ดไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์หรือคลินิกเฉพาะทางค่ะ เพราะบางรายอาจต้องใช้วิธีแก้ชันนะตุหรือรักษาด้วยแนวทางอื่นเพิ่มเติมค่ะ

เซ็บเดิร์มที่หนังศีรษะ หายขาดได้ไหม

ชันนะตุหรือเซ็บเดิร์มเป็นภาวะเรื้อรัง อาจไม่หายขาด 100% แต่สามารถควบคุมให้อาการสงบได้นาน ถ้าได้รับการดูแลและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่เหมาะสมค่ะ

ปัญหาชันนะตุ หรือ Seborrheic Dermatitis ฟังดูอาจน่ากังวล แต่จริง ๆ แล้วเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และสามารถควบคุมให้อาการดีขึ้นได้ ขอแค่เราเข้าใจสาเหตุ รู้จักอาการ และดูแลหนังศีรษะอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้แชมพูยาที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หรือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่ออาการไม่ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้คุณมีสุขภาพหนังศีรษะที่ดีขึ้นและผมที่แข็งแรงได้แน่นอนค่ะ

อย่าลืมว่า ชันนะตุไม่ใช่โรคที่ต้องทน และคุณไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองเสมอไป ถ้ามีอาการคันเรื้อรัง มีสะเก็ดมันๆ หรือรู้สึกว่าหนังศีรษะอักเสบมากขึ้น ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกวิธีค่ะ

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน
Prima Tossaborvorn

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน

บทความนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า ยา Dutasteride คืออะไร มีกลไกการทำงานอย่างไร แตกต่างจาก Finasteride มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือ ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ยานี้ เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างปลอดภัย

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
Prima Tossaborvorn

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข

วันนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกคนมาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุว่าทำไมผมตรงกลางหัวถึงพร้อมใจกันลากิจ พร้อมวิธีแก้ไขและรักษาตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เพื่อทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง

Norwood Scale ตัววัดระดับหัวล้านในผู้ชาย
Prima Tossaborvorn

ทำความรู้จัก Norwood Scale การวัดระดับหัวล้านในผู้ชาย

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Norwood Scale คืออะไร มีกี่ระดับ และแต่ละระดับบอกอะไรกับเราบ้าง เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ของตัวเองและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ