ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข

/
/
ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
สารบัญบทความ แสดง

ส่องกระจกทีไรก็ใจหาย โดยเฉพาะเวลาที่แสงไฟตกกระทบลงมาตรงกลางศีรษะ แล้วเห็นหนังศีรษะขาวๆ เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ… ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึงปัญหา ผมบางกลางหัว หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า หัวล้านไข่ดาว ปัญหายอดฮิตที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถเจอได้ และมักจะทำลายความมั่นใจของเราไปไม่น้อยเลยทีเดียว

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่และเริ่มรู้สึกกังวลใจ บอกเลยว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวค่ะ วันนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกคนมาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุว่าทำไมผมตรงกลางหัวถึงพร้อมใจกันลากิจ พร้อมวิธีแก้ไขและรักษาตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เพื่อทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง


บางครั้งเราอาจจะแยกไม่ออกระหว่าง ผมร่วงตามธรรมชาติ กับ เริ่มมีอาการผมบาง จนทำให้รักษาช้าเกินไป โดยปกติแล้ว คนเราจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวันอยู่แล้วประมาณ 50–100 เส้น แต่ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤต

  1. รอยแสกเริ่มกว้างขึ้น สำหรับคุณผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไว้ผมแสก จะสังเกตได้ว่าเส้นแสกตรงกลางศีรษะเริ่มเห็นหนังศีรษะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
  2. ผมตรงขวัญดูบางลง เวลาถ่ายรูปมุมสูง หรือลองเอากระจกส่องดูด้านหลัง จะเห็นว่าเส้นผมบริเวณขวัญหรือกลางกระหม่อมเริ่มบางจนเห็นหนังศีรษะเป็นวงกลมคล้ายไข่ดาว
  3. เส้นผมอ่อนแอและเล็กลง เส้นผมที่ขึ้นใหม่บริเวณกลางศีรษะมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ และสั้นกว่าผมบริเวณท้ายทอยหรือด้านข้าง
  4. ผมร่วงมากกว่าปกติ ร่วงติดมือมาทุกครั้งที่สาง หรือร่วงเต็มหมอนตอนตื่นนอน

การจะแก้ปัญหาให้ตรงจุด เราต้องรู้ก่อนว่าศัตรูตัวร้ายที่ทำให้ผมเราบางลงคืออะไร ซึ่งสาเหตุหลักๆ มักจะมาจากปัจจัยเหล่านี้ค่ะ

5 สาเหตุหลักของปัญหาผมบางกลางหัว

1. พันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia)

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของปัญหาผมบาง ศีรษะล้านเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเฉพาะในคุณผู้ชาย ตัวการสำคัญคือฮอร์โมนที่มีชื่อว่า DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายที่แปลงสภาพมาจากเทสโทสเตอโรน

เจ้าฮอร์โมน DHT นี้จะเข้าไปจับกับตัวรับที่รากผมบริเวณด้านหน้าและกลางศีรษะ (ทำให้ผมด้านข้างและด้านหลังมักจะไม่ค่อยร่วง) ส่งผลให้รากผมฝ่อตัวลง เส้นผมเล็กลงเรื่อยๆ และหลุดร่วงไปในที่สุด หากมีคุณพ่อ คุณตา หรือญาติสายตรงที่มีปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์ ตัวคุณเองก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับมรดกชิ้นนี้มาค่ะ

2. ความเครียดสะสม

ในยุคที่ชีวิตต้องเร่งรีบและเต็มไปด้วยความกดดัน ความเครียดคือวายร้ายเงียบที่ส่งผลต่อเส้นผมโดยตรง เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ออกมา ซึ่งจะไปเร่งให้เส้นผมที่กำลังเจริญเติบโต (Anagen phase) เข้าสู่ระยะพักตัวและหลุดร่วง (Telogen phase) เร็วกว่ากำหนด ทำให้เกิดอาการผมร่วงเฉียบพลันหรือผมบางลงอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งศีรษะ รวมถึงบริเวณกลางหัวด้วย

3. การขาดสารอาหารที่จำเป็น

เส้นผมก็ต้องการอาหารไม่ต่างจากร่างกายครับ การไดเอทอย่างหักโหม การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี (Zinc) ไบโอติน (Biotin) และวิตามินดี จะทำให้รากผมไม่มีวัตถุดิบไปสร้างเส้นผมใหม่ ส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอ เปราะหักง่าย และหลุดร่วงไปก่อนเวลาอันควร

4. พฤติกรรมการทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว

บางครั้ง พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละครับที่เป็นตัวเร่งทำให้ผมบางกลางหัว เช่น

  • การสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด ทำให้หนังศีรษะแห้งและรากผมอ่อนแอ
  • การนอนทั้งที่ผมยังชื้น ก่อให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการคัน รังแค และผมร่วง
  • การมัดผมตึงเกินไป (Traction Alopecia) การดึงรั้งเส้นผมเป็นเวลานานจะทำให้รากผมอักเสบและฝ่อไป
  • การใช้สารเคมีและความร้อนรุนแรง ทั้งการดัด ยืด ทำสี และการเป่าลมร้อนจี้ที่กลางศีรษะบ่อยๆ

5. โรคภัยไข้เจ็บและภาวะผิดปกติในร่างกาย

โรคบางอย่าง เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือไทรอยด์ทำงานต่ำกว่าปกติ โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) รวมถึงผลข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด ก็สามารถส่งผลให้เกิดปัญหาผมบางได้เช่นกัน

แม้จะเรียกว่าปัญหาผมบางกลางหัวเหมือนกัน แต่ลักษณะการบางของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่ต่างกันค่ะ

เปรียบเทียบผมบางกลางหัว ผู้ชาย VS ผู้หญิง ต่างกันอย่างไร
ลักษณะผู้ชาย (Male Pattern Baldness)ผู้หญิง (Female Pattern Baldness)
รูปแบบการบางมักเริ่มจากหน้าผากเถิกขึ้นเป็นรูปตัว M ร่วมกับผมบางเป็นวงกลมตรงกลางหัว (ขวัญ) จนในที่สุดสองส่วนนี้จะมาบรรจบกันมักเริ่มบางจากรอยแสกตรงกลางศีรษะ แล้วค่อยๆ ขยายกว้างออกไปด้านข้างคล้ายกับต้นคริสต์มาส
แนวผมด้านหน้าแนวผม (Hairline) ด้านหน้าจะร่นถอยไปเรื่อยๆแนวผมด้านหน้ามักจะยังคงอยู่ ไม่ถอยร่นเหมือนผู้ชาย
ความรุนแรงมีโอกาสพัฒนาไปจนถึงขั้นหัวล้านได้หากไม่รักษามักจะแค่ผมบางลงจนเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น แต่แทบจะไม่มีอาการล้านทั้งศีรษะ

มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอยค่ะ ยุคนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ไปไกลมาก ปัญหาผมบางกลางหัวไม่ใช่เรื่องที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป โดยเราสามารถแบ่งแนวทางการรักษาออกเป็นขั้นบันได ตั้งแต่วิธีง่ายๆ ไปจนถึงการรักษาโดยแพทย์ ดังนี้ค่ะ

1. การปรับพฤติกรรมและดูแลตัวเองเบื้องต้น

หากคุณเพิ่งเริ่มสังเกตเห็นว่าผมบางลงเล็กน้อย การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยชะลอและฟื้นฟูได้ในระดับหนึ่ง

  • เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น SLS หรือพาราเบน และเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมช่วยบำรุงรากผมและลดการหลุดร่วง
  • ทานอาหารบำรุงผม เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง (ไข่, เนื้อปลา, ถั่ว) และอาหารที่อุดมไปด้วยซิงค์และไบโอติน เช่น หอยนางรม ตับ และผักใบเขียว
  • นวดหนังศีรษะ การใช้นิ้วนวดคลึงหนังศีรษะเบาๆ วันละ 5-10 นาที จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นำสารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น
  • จัดการความเครียดและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล

2. การรักษาด้วยยา

นี่คือวิธีรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ โดยยาที่นิยมใช้หลักๆ มีอยู่ 2 ชนิดคือ

  • ยาทา Minoxidil มีทั้งแบบทา (Liquid) และแบบโฟม (Foam) ใช้ทาบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบางวันละ 2 ครั้ง ยาตัวนี้จะช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นให้รากผมได้รับสารอาหารมากขึ้น และช่วยยืดอายุของเส้นผมให้อยู่บนศีรษะนานขึ้น (ผู้หญิง)
  • ยากิน Finasteride เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เปลี่ยนเทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายรากผม ยาตัวนี้ช่วยลดการหลุดร่วงและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมในผู้ชาย (ข้อควรระวัง: ยาตัวนี้ห้ามใช้ในผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์เด็ดขาด)

หมายเหตุ: การใช้ยารักษาผมร่วงผมบาง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

3. การทำทรีตเมนต์กระตุ้นรากผม

สำหรับใครที่ไม่สะดวกทานยาหรือทายา การทำทรีตเมนต์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

  • การใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น คือการนำเลือดของตัวคนไข้เองมาปั่นเพื่อแยกเอาพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นสูง ซึ่งอุดมไปด้วย Growth Factor (สารเร่งการเจริญเติบโต) แล้วนำกลับไปฉีดบริเวณผมบางกลางหัว เพื่อฟื้นฟูรากผมที่ฝ่อให้กลับมาแข็งแรงและสร้างเส้นผมที่หนาขึ้นอีกครั้ง
  • LLLT (Low-Level Laser Therapy) การใช้เลเซอร์พลังงานต่ำในรูปแบบของหมวกเลเซอร์ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดใต้หนังศีรษะ

4. ปลูกผมถาวร (Hair Transplantation)

ในกรณีที่ปัญหาผมบางกลางหัวลุกลามไปมาก จนรากผมบริเวณนั้นฝ่อและตายไปแล้ว (สังเกตได้จากหนังศีรษะที่เรียบเนียน ไม่มีตอผมหรือไรผมขึ้นเลย) การรักษาด้วยยาหรือทรีตเมนต์อาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป วิธีที่จะทำให้ผมกลับมาดกดำได้คือ การปลูกผมถาวร

การปลูกผมคือการย้ายรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอย (ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT) มาปลูกลงในบริเวณที่ผมบางกลางหัว โดยเทคนิคที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่

  • FUE (Follicular Unit Excision) การเจาะย้ายกอผมทีละกอโดยไม่ทิ้งแผลเป็นแนวยาว แผลมีขนาดเล็กมาก เจ็บน้อย และใช้ระยะเวลาฟื้นตัวสั้น
  • Non-shaven FUE เป็นการปลูกผมแบบ FUE แต่จะไม่มีการโกนผมบริเวณด้านหลังที่เก็บรากผม เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องทรงผมหลังปลูกผม

ที่ Hairsmith Clinic เราเข้าใจดีว่าเส้นผมทุกเส้นมีความหมายต่อความมั่นใจของคุณ การรักษาปัญหาผมบางกลางหัวของเราจึงไม่ใช่แค่การจ่ายยาหรือปลูกผมไปทีละเคส แต่เราเน้นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล

  • วิเคราะห์โดยแพทย์ด้านการปลูกผม แพทย์จะทำการตรวจเช็กสภาพหนังศีรษะและเส้นผม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนวางแผนการรักษา
  • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยความประณีตและประสบการณ์ของแพทย์เราใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบแนวผม ไปจนถึงทิศทางการปลูก เพื่อให้ผมใหม่ดูกลมกลืนและดูเป็นธรรมชาติที่สุด
  • การดูแลอย่างต่อเนื่อง เรามีระบบติดตามผลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้ผลลัพธ์ตามที่วางแผนไว้
แชทปรึกษาแพทย์

ปัญหา ผมบางกลางหัว ยิ่งรู้ตัวเร็วยิ่งมีโอกาสรักษาหายและฟื้นฟูให้กลับมาดกดำได้ง่ายขึ้นครับ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนรากผมฝ่อถาวร เพราะนั่นอาจทำให้การรักษายากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

หากเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนของผมบาง หรือลองผิดลองถูกมาหลายวิธีแล้วยังไม่เห็นผล อย่าเพิ่งหมดหวังค่ะ สามารถทักเข้ามาปรึกษาคุยกับหมอที่ Hairsmith Clinic ได้เลย เราพร้อมที่จะช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุ และร่วมกันวางแผนทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจของคุณให้กลับมาได้อีกครั้ง

ผมบางกลางหัวกรรมพันธุ์ สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม

ตอบ ถ้าเป็นจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน ต้องบอกตามตรงว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดแบบถาวรได้ 100% ค่ะ เนื่องจากยีนส์กรรมพันธุ์ยังคงอยู่ แต่เราสามารถชะลอและควบคุมไม่ให้บางลงไปกว่าเดิม รวมถึงฟื้นฟูให้ผมกลับมาดูหนาขึ้นได้ด้วยการทานยา ทายา หรือทำทรีตเมนต์อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนรากผมตาย การปลูกผมถาวรจะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยให้ผมกลับมาหนาได้ในระยะยาวค่ะ

รักษาผมบางกลางหัว นานแค่ไหนถึงจะเริ่มเห็นผล

ตอบ โดยปกติแล้ว วงจรเส้นผมของคนเราต้องใช้เวลาค่ะ
การใช้ยา (ยากิน/ยาทา) จะเริ่มสังเกตเห็นว่าผมร่วงน้อยลงในเดือนที่ 2-3 และจะเริ่มเห็นผมหนาขึ้นชัดเจนในเดือนที่ 4-6
การทำทรีตเม้นต์ มักจะเห็นผลลัพธ์ว่าเส้นผมอวบอิ่มหนาขึ้นหลังทำไปแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง
การปลูกผมถาวร ผมที่ปลูกจะร่วงไปก่อนในเดือนแรก แล้วจะเริ่มขึ้นใหม่แบบถาวรและเห็นผลลัพธ์เต็มที่ประมาณ 6-12 เดือนค่ะ

ตัดผมสั้น ช่วยลดปัญหาผมบางกลางหัวได้จริงไหม

ตอบ การตัดผมสั้นไม่ได้ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมจากภายใน แต่มันช่วยในแง่ของจิตวิทยาและรูปลักษณ์ภายนอก เพราะผมที่สั้นจะช่วยพรางตาทำให้รอยแสกหรือรอยบางตรงกลางหัวดูไม่เด่นชัดเท่าตอนไว้ผมยาว รวมถึงทำให้ดูแลสระผมง่ายขึ้น ลดโอกาสผมพันกันจนหลุดร่วงตอนหวีค่ะ

กินซิงค์ (Zinc) และ ไบโอติน (Biotin) ช่วยแก้ผมบางกลางหัวได้จริงหรือ

ตอบ มีส่วนช่วยค่ะ แต่จะได้ผลดีที่สุดในกลุ่มคนที่ผมร่วงผมบางจากการขาดสารอาหาร โดยซิงค์จะช่วยเรื่องความแข็งแรงของรากผมและควบคุมความมันบนหนังศีรษะ ส่วนไบโอตินจะช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่หากปัญหาผมบางเกิดจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน DHT การทานวิตามินเหล่านี้เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ต้องใช้ยารักษาควบคู่ไปด้วยค่ะ

อาการผมบางกลางหัวในผู้หญิง ต่างจากผู้ชายอย่างไร มีโอกาสหัวล้านไหม

ตอบ แตกต่างกันชัดเจนค่ะ ผู้หญิงมักจะบางจากรอยแสกตรงกลางแล้วค่อยๆ ขยายออกด้านข้าง โดยที่แนวผมด้านหน้ายังคงเดิม และแทบจะไม่มีโอกาสหัวล้านเตียนหมดทั้งหัวเหมือนผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยปกป้องเส้นผมอยู่ ต่างจากผู้ชายที่หากไม่รักษามีโอกาสที่ผมจะบางจนลามไปล้านทั่วทั้งด้านหน้าและตรงกลางศีรษะค่ะ

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน
Prima Tossaborvorn

ยา Dutasteride รักษาผมร่วงผมบาง เทียบกับ Finasteride ตัวไหนดีกว่ากัน

บทความนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า ยา Dutasteride คืออะไร มีกลไกการทำงานอย่างไร แตกต่างจาก Finasteride มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญคือ ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ยานี้ เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างปลอดภัย

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
Prima Tossaborvorn

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข

วันนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกคนมาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุว่าทำไมผมตรงกลางหัวถึงพร้อมใจกันลากิจ พร้อมวิธีแก้ไขและรักษาตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เพื่อทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง

Norwood Scale ตัววัดระดับหัวล้านในผู้ชาย
Prima Tossaborvorn

ทำความรู้จัก Norwood Scale การวัดระดับหัวล้านในผู้ชาย

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Norwood Scale คืออะไร มีกี่ระดับ และแต่ละระดับบอกอะไรกับเราบ้าง เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ของตัวเองและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ