สรุปประเด็นสำคัญ การปลูกผมสำหรับผู้หญิง
- ปลูกผมผู้หญิงเหมาะสำหรับแก้ปัญหาหน้าผากกว้าง ผมบางพันธุกรรม หรือปรับรูปหน้าให้ดูละมุนขึ้น
- เทคนิคไม่ต้องโกนผม (Non-Shaven FUE) มั่นใจหลังทำทันที ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ใช้ชีวิตปกติได้รวดเร็ว
- ดีไซน์แนวผมเฉพาะผู้หญิง เน้นแนวผมโค้งมน (Female Hairline) ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ
- ผลลัพธ์ถาวร ใช้กราฟต์ผมจากท้ายทอยที่แข็งแรง ผมที่ปลูกใหม่จึงอยู่ได้นาน
- ดูแลโดยแพทย์ ABHRS มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ชมวีดิโอ รีวิวปลูกผมผู้หญิง
ปลูกผมผู้หญิง ปัจจุบันได้รับความนิยมเพื่อแก้ปัญหาผมร่วงผมบาง ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน การขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น โปรตีน วิตามินบี ฯลฯ เกิดจากภาวะความเครียดสะสม รวมถึงการใช้สารเคมีจัดแต่งทรงผมต่างๆ แต่ปัญหาเหล่านี้มีวิธีรักษา เช่นการทานยา ทำทรีทเม้นต์ หรือการปลูกผมผู้หญิงซึ่งจะมีวิธีการอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ติดตามได้จากบทความนี้
ปลูกผมผู้หญิง คืออะไร
ปลูกผมผู้หญิง (Female Hair Transplant) คือ การแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือปลูกผมทับรอยแผลเป็นในผู้หญิง โดยใช้วิธีย้ายรากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ (Donor Area) มาปลูกผมในบริเวณที่ต้องการ
ปลูกผมผู้หญิง เปลี่ยนหน้าผากกว้าง ให้ดูละมุน มั่นใจทุกมุมกล้อง



ปัญหาผมแบบไหน ที่เหมาะสำหรับปลูกผมผู้หญิง
สำหรับปัญหาผมร่วงผมบางในผู้หญิงที่เหมาะสำหรับการปลูกผมแบ่งออกตามรายละเอียดดังนี้ค่ะ
หน้าผากกว้าง แนวผมสูง

สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้มีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ แต่มีปัญหาหน้าผากสูง หรือหัวเถิก หรือแนวผมมันเถิกร่นเข้าไปเหมือนผู้ชาย แบบนี้คนไข้ผู้หญิงปลูกผมได้ค่ะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ช่วยปรับรูปหน้าให้อ่อนหวาน ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ทำให้แนวผมดูเต็ม และสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ
ผมบางตรงแสกกลาง

ผมบางตรงแสกกลางของผู้หญิง เป็นอาการที่เส้นผมบริเวณตรงกลางศีรษะบางลง ส่งผลให้เห็นหนังศีรษะชัดเจนขึ้นเมื่อแสกผม ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมนไม่สมดุล ความเครียด การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะสม หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น โรคผิวหนัง หรือภาวะโลหิตจาง อาการนี้พบได้ในผู้หญิงหลายช่วงวัย โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ซึ่งสามารถแก้ปัญหาด้วยการ ปลูกผมกลางหัว เพื่อให้แสกผมแคบลง
ปัญหาผมที่ไม่เหมาะกับการปลูกผม
แม้การปลูกผมจะเป็นทางออกยอดนิยมสำหรับการเพิ่มความหนาและปรับรูปหน้า แต่ในความเป็นจริงการปลูกผมไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน มาดูกันว่าปัญหาผมในลักษณะไหนที่ไม่แนะนำให้ปลูกผม

- ผมบางทั่วทั้งศีรษะ อาจไม่สามารถปลูกผมได้ เนื่องจากต้องใช้จำนวนกราฟท์ในการปลูกเป็นจำนวนมาก อาจยิ่งทำให้ผมบางยิ่งกว่าเดิม
- ผมร่วงเป็นหย่อม ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ การปลูกผมจะไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและผมอาจร่วงต่อในจุดอื่นๆ
หากมีลักษณะผมร่วงแบบนี้แพทย์มักแนะนำให้ใช้วิธีการรักษาอื่นๆ แทนการปลูกผม ได้แก่ การรักษาด้วยยาทาน และยาทา หลักๆ แล้วจะมี 2 ตัวที่เราอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างอย่าง ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) และฟิเนสเตอร์ไรด์ (Finasteride) ทั้งแบบกินและแบบทา ซึ่งการใช้ยาปลูกผมในผู้หญิงมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง เพราะอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ คนไข้จึงไม่ควรไปหาซื้อยากินเองเด็ดขาด การรักษาด้วยยาต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ หรือการทำทรีทเม้นต์ เป็นการเจาะเลือดของคนไข้เองมาปั่นเอาส่วนพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น จากนั้นนำมาฉีดบริเวณที่มีปัญหาผมบาง
ปลูกผมผู้หญิง มีกี่วิธี
ที่ Hairsmith Clinic เราให้ความสำคัญกับการเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ วิธีที่เหมาะสำหรับปลูกผมผู้หญิงได้แก่
เทคนิคปลูกผมผู้หญิง FUE
เป็นเทคนิคปลูกผมที่ทำการเจาะกอผมออกมาทีละกอจากบริเวณด้านหลังศีรษะ กอผมที่เจาะออกมาจะถูกคัดแยกและจัดกลุ่มให้เหมาะสมเพื่อนำไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่กังวลเรื่องทรงผมหลังปลูก หากไว้ผมยาวก็สามารถปิดรอยโกนผมได้ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็ว ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
อ่านบทความที่น่าสนใจได้ที่นี่: ปลูกผม คืออะไร เทคนิคไหนเหมาะกับคุณ
เทคนิคปลูกผมผู้หญิง Non-shaven FUE
เทคนิคปลูกผมนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ เพราะไม่มีการโกนผมด้านหลัง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องทรงผมหลังปลูกผม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้ภาพลักษณ์ในการทำงานและพบปะผู้คน ไม่เห็นรอยโกนผม แผลเล็ก เจ็บน้อย ใช้ระยะเวลาฟื้นตัวสั้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติ
เทคนิคปลูกผมผู้หญิง Long Hair FUE
คือเทคนิคการย้ายรากผมทั้งเส้นยาว (Long Hair Graft) จากบริเวณท้ายทอยมาปลูกในจุดที่ต้องการ โดยไม่ต้องโกนผมและไม่ต้องตัดผมให้สั้น หลังปลูกผมจะเห็นแนวผมใหม่ที่ยาว กลมกลืนกับผมเดิมทันที แต่มีข้อเสียคือ ในช่วงแรกอาจเสี่ยงเกี่ยวโดนผมที่ปลูกเนื่องจากเป็นผมยาว
แต่ไม่ว่าจะเลือกปลูกผมด้วยวิธีไหนที่ Hairsmith Clinic ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Implanter pen ในการนำรากผมปลูกกลับเข้าไปในหนังศีรษะ ข้อดีคือจะช่วยลดความเสียหายให้แก่รากผม เท่ากับว่าโอกาสรอดของรากผมที่ปลูกไปนั้นก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน


การเตรียมตัวก่อนปลูกผม
ด้วยความที่ศัลยกรรมปลูกผมเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนและหลังปลูกผมเลยไม่ได้ยุ่งยาก ดังนี้
- หยุดยาที่ทําให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน น้ํามันปลา วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินอี ยาแก้อักเสบ ก่อนวันผ่าตัดเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- พักผ่อนให้เพียงพอ และแนะนำให้ทานอาหารเช้ามาในวันปลูกผม
- แนะนำให้สวมเสื้อที่มีกระดุมสีเข้มมาในวันผ่าตัด เพื่อที่จะได้ไม่สัมผัสแผลเวลาสวมใส่
อ่านเพิ่มเติม : วิธีการเตรียมตัวก่อนปลูกผมทำอย่างไร
การดูแลตัวเองหลังปลูกผมผู้หญิง
ช่วง 2 สัปดาห์แรก
- ระวังไม่แคะ แกะ หรือเกาบริเวณที่เพิ่งปลูกผม
- งดออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโดนบริเวณที่ปลูก
- สามารถสระผมได้ทุกวันตามวิธีที่เจ้าหน้าที่แนะนำโดยใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงการตากแดดนานๆ จนผิวไหม้เป็นเวลา 3 เดือน แนะนําให้สวมหมวกเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งนานกว่า 10 นาที
หลังปลูกผมครบ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
- งดว่ายน้ำและเข้าซาวน่า 1 เดือน
- สามารถสระผมและใช้แชมพูสูตรปกติได้แล้ว
- ไม่มีข้อจํากัดด้านกิจกรรมทางเพศ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ
- หากต้องการยืดผม ย้อมผม ดัดผม แนะนําให้ทําหลังปลูกผมไปแล้ว 2 เดือน
อ่านเพิ่มเติม : วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผม
ปลูกผมผู้หญิงเหมาะกับใคร

- มีศีรษะเถิก แนวผมร่นสูงตั้งแต่เกิด
- คนที่ผมบางตรงแสกกลางจากกรรมพันธุ์ แต่ผมด้านหลังยังหนาอยู่
- ปลูกผมทับรอยแผลเป็น รวมถึงรอยแผลเป็นจากการทำศัลยกรรม
- คนที่อยากปรับกรอบหน้าให้ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้นเพื่อเสริมความมั่นใจ
ปลูกผมผู้หญิงเจ็บไหม
อีกหนึ่งคำถามที่ถูกถามบ่อยเลยว่าปลูกผมเจ็บรึเปล่า การปลูกผมนั้น ถ้าอ้างอิงจากนิยามของสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) จะถือว่าเป็นการผ่าตัดชนิดนึงอยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่าผ่าตัด จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็เป็นไปไม่ได้ ยิ่งแนวทางของ ISHRS นั้นระบุชัดว่าห้ามโฆษณาว่าเป็นศัลยกรรมที่ไม่เจ็บ (Painless Surgery) ดังนั้นจะบอกว่าปลูกผมไม่เจ็บก็คงเป็นเรื่องโกหก
ที่ Hairsmith Clinic ขั้นตอนเดียวที่จะรู้สึกเจ็บก็คือตอนฉีดยาชา ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นแรกสุดของการผ่าตัด ถามว่าเจ็บแค่ไหน หากคนไข้เคยโดนฉีดยา ฉีดโบท็อกซ์ มาก่อน ความเจ็บก็ประมาณนั้นแหละค่ะ เรียกว่าอยู่ในระดับที่ทนได้ นอกจากนี้ เรายังมีทีมนวดผ่อนคลายขณะฉีดยาชา เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกเจ็บให้ลดลง คลายความตึงเครียด และความกังวลของคนไข้ขณะถูกฉีดยาให้อีกด้วย

เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว คนไข้ก็จะไม่รู้สึกตลอดการผ่าตัด รวมถึงหลังผ่าตัดด้วยเช่นกันค่ะ ในคืนแรกหมอจะให้ยาแก้ปวดติดกลับบ้านไปเผื่อด้วย โดยที่หลังจากปลูกผมไปแล้ว อาการชาอาจจะยังลงเหลือค้างอยู่ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือนก็จะกลับมารู้สึกเป็นปกติ ไม่ต้องกังวลอะไรค่ะ
ปลูกผมผู้หญิงราคาเท่าไหร่
ที่ Hairsmith Clinic ราคาปลูกผมผู้หญิงจะอยู่ที่กราฟท์ละ 80 – 150 บาท (ราคาปลูกผมปี 2569) เมื่อปลูกขั้นต่ำ 1,000 กราฟท์ค่ะ แต่ถ้าปลูกน้อยกว่านั้น ราคาปลูกผมก็จะอยู่ที่ 90 บาทต่อกราฟท์ โดยมีขั้นต่ำที่ 59,000 บาท และแถมฟรีดังนี้
- ยาทานปลูกผมตลอด 12 เดือน
- ทรีตเม้นต์ PRP หนึ่งครั้ง
- ติดตามผลทุก 3 เดือนตลอดปี
- ใช้หมวกเลเซอร์ปลูกผมพลังงานต่ำ LLLT ได้ไม่จำกัดตลอดปี
- พร้อมรับประกันผลลัพธ์
รีวิวปลูกผมผู้หญิง
การดูรีวิวปลูกผมควรดูผลลัพธ์หลังปลูกผมตั้งแต่ 6-12 เดือนเพราะเป็นช่วงที่ผมที่ปลูกเริ่มขึ้นมากกว่า 50% แล้ว ดังนั้น รูปหลังปลูกผมทันทีไม่สามารถบอกได้ว่าผมจะขึ้นดีมั้ยนั่นเอง




สรุป
ปลูกผมผู้หญิง คือการย้ายรากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ (Donor Area) แล้วนำไปปลูกกในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการปลูกผมผู้หญิงไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงผมบางแบบทั่วศีรษะ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าผากเถิกสูงเพื่อปรับกรอบหน้าให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม การปลูกผมทับรอยแผลเป็นบนหนังศีรษะ หรือปลูกแทรกตรงที่ผมบางในกรณีที่ไม่ได้มีปัญหาผมบางทั่วทั้งศีรษะ ซึ่งเรื่องผมเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนให้ความสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจของเรา หมอยินดีช่วยดูแลให้ทุกคนมีความมั่นใจขึ้น เข้ามาปรึกษาก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผมผู้หญิง
ปลูกผมผู้หญิงต่างจากผู้ชายอย่างไร
การวางแนวผมของผู้หญิงต้องใช้ความละเอียดไม่ต่างจากของผู้ชาย เวลาหมอปลูกผมผู้หญิง แนวผมมักจะโค้งรับกับใบหน้าดูอ่อนหวาน ไม่แข็งกระด้าง แนวผมแถวหน้าสุดจะเป็นกอผมหนึ่งเส้นหรือที่เรียกว่า ONE-HAIR GRAFT เพื่อสร้างแนวไรผม แล้วค่อยๆ ไล่ความหนาเข้าไปเพื่อให้ผมที่ปลูกดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด หรือคนไข้สามารถนำตัวอย่างมาให้หมอดูก่อนได้ว่าต้องการแนวผมแบบไหน เพื่อให้ได้ตรงตามความต้องการของคนไข้มากที่สุดค่ะ
ปลูกผมผู้หญิงมีผลข้างเคียงหรือไม่
การปลูกผมจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยมาก ซึ่งไม่ได้เป็นที่น่ากังวล ที่พบได้ทั่วไปก็มักจะเป็นอาการบวม อาการปวดเล็กน้อย รอยแดง ภาวะผมร่วงชั่วคราว (Shock Loss) หรือเส้นผมเปลี่ยนสี เป็นต้น อย่างไรก็ดี ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นเรื่องชั่วคราวและสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง
ปลูกผมผู้หญิงที่ไหนดี
หากมองหาคลินิกปลูกผมสำหรับผู้หญิงที่ Hairsmith Clinic เรามีแพทย์อเมริกันบอร์ดด้านการปลูกผม จากสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2014 ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย และเลือกใช้ Implanter Pen ในการปลูกผมแทนเทคนิคแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นวิธีที่ลดโอกาสสร้างความเสียหายแก่รากผมให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงหัวเจาะแบบ Hybrid ของ WAW FUE SYSTE ที่ออกแบบโดย Dr. Jean Devroye ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหัวเจาะ FUE ที่ดี ผสานกับการออกแบบแนว Hairline ที่มีความเป็นธรรมชาติซึ่งเป็นทักษะเฉพาะตัวของแพทย์ปลูกผมอีกด้วย



