แผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine ปลูกผมแก้ไขได้ไหม

/
/
แผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine ปลูกผมแก้ไขได้ไหม
แผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine ปลูกผมแก้ไขได้ไหม
สารบัญบทความ แสดง

Endotine คือวัสดุทางการแพทย์ที่สลายได้เองตามธรรมชาติ ทำหน้าที่คล้ายหมุดเล็กๆ ใช้ยึดเนื้อเยื่อเพื่อยกผิวหน้าและคิ้วให้กลับมากระชับอีกครั้ง นิยมใช้ในเคสดึงหน้าผากและยกคิ้ว เพราะแผลจะซ่อนไว้ในไรผม ทำให้ไม่เห็นแผลชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น ในบางรายอาจเกิดปัญหาแผลเป็นบริเวณไรผมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบาง แผลหายช้า หรือมีพันธุกรรมที่มีแนวโน้มเป็นแผลเป็นง่ายค่ะ


สำหรับใครที่กังวล หรือกำลังเผชิญกับปัญหา แผลเป็นจาก Endotine จนทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ เพราะที่ Hairsmith Clinic เรามีวิธีการแก้ไขด้วยเทคนิค ปลูกผม FUE บริเวณแผลเป็น ที่ช่วยเติมเต็มแนวไรผมให้กลับมาสวยเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเล็กหรือรอยที่ทำให้ผมบางลง ก็สามารถออกแบบและปลูกผมให้กลมกลืนได้อย่างแนบเนียน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับการดึงหน้า Endotine อย่างละเอียด เจาะลึกปัญหาแผลเป็นที่อาจเกิดขึ้น และวิธีการแก้ไขด้วยการปลูกผม 

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Endonite เป็นเทคนิคการดึงหน้าแบบใหม่ ที่ปลอดภัย และสามารถสลายไปได้เองโดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน และมีแผลขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ตามแนวไรผม 
  • หลังทำ Endonite บางรายอาจมีแผลเป็น หรือผลข้างเคียง แต่ไม่เป็นปัญหาใหญ่ และส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งบางรายอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายได้รับการฟื้นตัวเต็มที่
  • การปลูกผมช่วยแก้ไขปัญหาแผลเป็นจากการทำ Endonite ได้ โดยแพทย์จะใช้เทคนิค FUE ซึ่งจะทำการปลูกผมหลังจากทำ Endonite อย่างน้อยประมาณ 12 เดือน
  • นอกจากการปลูกผม FUE ยังสามารถใช้วิธีผ่าตัดรักษาแผลเป็น เลเซอร์ และการสักหนังศีรษะ (SMP) เป็นทางเลือกได้

ถ้าพูดถึงการศัลยกรรมดึงหน้า หลายคนอาจนึกถึงแผลใหญ่ ฟื้นตัวยาว และหน้าตึงแบบไม่เป็นธรรมชาติใช่ไหมคะ แต่สมัยนี้มีนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า Endotine ซึ่งช่วยให้การดึงหน้าเป็นเรื่องเบาสบายมากขึ้น ไม่ต้องตัดหนังเยอะ แผลเล็ก ฟื้นตัวไว และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ในยุคที่คนเราหันมาใส่ใจความอ่อนเยาว์ของใบหน้ามากขึ้น การดึงหน้าแบบเดิมๆ ที่เจ็บมาก แผลเยอะ และพักฟื้นนานอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ทุกคนอยากทำ นวัตกรรมที่ชื่อว่า Endotine จึงเข้ามาตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยยกหน้า ได้แบบแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

Endotine 02

หลักการทำงานของ Endotine

Endotine คือวัสดุทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นหรือหมุดขนาดเล็ก ทำจาก วัสดุสลายได้เองในร่างกาย (Resorbable) โดยจะย่อยสลายภายในประมาณ 6-12 เดือนค่ะ หน้าที่หลักของมันคือใช้ยึด ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้ค้างไว้ในตำแหน่งใหม่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ยกกระชับขึ้น แล้วในระหว่างที่ร่างกายกำลังซ่อมแซมเนื้อเยื่อใหม่ Endotine ก็จะค่อยๆ สลายตัวไปโดยไม่ต้องผ่าออกค่ะ

จุดเด่นของระบบนี้คือสามารถ ยึดผิวหนังได้หลายจุดซึ่งช่วยให้การยกผิวหน้าดูเป็นธรรมชาติและไม่เบี้ยว ไม่แข็งค่ะ

ประเภทของ Endotine

Endotine มีให้เลือกใช้งานตามตำแหน่งของใบหน้าที่ต้องการยกกระชับ ดังนี้

  • Endotine Forehead: สำหรับยกคิ้วและหน้าผาก นิยมมากในเคสที่ต้องการแก้ปัญหาหน้าผากหย่อนหรือคิ้วตก
  • Endotine Midface: ใช้ยกช่วงแก้ม เหมาะสำหรับคนที่มีร่องแก้มลึกหรือแก้มห้อย
  • Endotine Ribbon: เป็นรุ่นที่บางและยืดหยุ่นมากขึ้น ใช้ในบริเวณที่ต้องการความอ่อนโยน เช่น ขมับ

แต่ละแบบจะมีขนาด รูปทรง และตำแหน่งยึดต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับการแก้ปัญหาเฉพาะจุด

ข้อดีของการดึงหน้าด้วย Endotine เมื่อเทียบกับวิธีอื่น

เมื่อเทียบกับการดึงหน้าแบบดั้งเดิม เช่น Facelift แบบเปิดแผลใหญ่ หรือ Thread Lift (ร้อยไหม) แล้ว การดึงหน้าด้วย Endotine มีข้อดีหลายข้อ เช่น

  • แผลเล็กกว่า มักซ่อนอยู่ในไรผม มองไม่เห็นชัด
  • ฟื้นตัวไว เพราะเป็นการผ่าตัดแบบเจาะจุด (Minimal Incision)
  • ไม่มีสิ่งแปลกปลอมตกค้าง เพราะวัสดุ Endotine สลายได้เอง
  • ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า Thread Lift และดูธรรมชาติกว่า
  • โอกาสเบี้ยวหรือเอียงน้อย เพราะยึดหลายจุด ไม่ใช่เพียงแค่จุดดึงเดียว

ในขณะที่ Thread Lift หรือร้อยไหม อาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวน้อยและต้องการผลชั่วคราว ส่วน Facelift แบบดั้งเดิม อาจเหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก แต่ก็ต้องแลกกับการพักฟื้นนานและมีแผลขนาดใหญ่

หลายคนที่กำลังสนใจทำดึงหน้าด้วย Endotine อาจได้ยินมาบ้างว่าอาจมีแผลเป็นหลังทำ หรือคลำเจอหมุด จนอาจเกิดความลังเล ในความเป็นจริงแล้ว การเกิดแผลเป็นหรือภาวะแทรกซ้อนจาก Endotine Brow Lift หรือการดึงหน้าบริเวณอื่นๆ นั้น เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้พบในทุกเคสค่ะ เราจะพามาเจาะลึกข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยระดับสากลกันว่า จริงๆ แล้วแผลเป็นหลัง Endotine เกิดจากอะไร และมีลักษณะอย่างไร

แผลเป็นหลังทำ Endotine

สาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นหลังทำ Endotine

โดยปกติการดึงหน้าด้วย Endotine จะใช้การผ่าตัดเล็กผ่านแผลบริเวณที่ซ่อนอยู่ เช่น ไ่รผมบริเวณหน้าผาก (Forehead Lift) บริเวณขมับ (Temporal Area) ซึ่งแพทย์มักจะเลือกตำแหน่งที่มองไม่เห็นง่ายหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม แผลเล็กก็ยังคงเป็นแผลผ่าตัด ซึ่งหากร่างกายตอบสนองเกินปกติหรือมีการติดเชื้อ อาจเกิดแผลเป็นหรือผิวไม่เรียบได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แผลเป็นชัดขึ้นมีหลายอย่าง เช่น

  • พันธุกรรมและการสร้างคอลลาเจน ของแต่ละคน
  • การดูแลแผลหลังผ่าตัด ที่ไม่เหมาะสม
  • การดึงผิวแรงเกินไป ทำให้แผลตึงมาก
  • การสูบบุหรี่ ที่ส่งผลต่อการสมานแผล

ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ เช่น อาการบวมผิดปกติ ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ และแผลเป็นที่เด่นชัดในบางรายค่ะ

ลักษณะแผลเป็นที่พบได้บ่อย

แผลเป็นจากการทำ Endotine ไม่ได้เหมือนกันทุกคนค่ะ แต่ที่พบบ่อยจะมีลักษณะดังนี้

  • แผลเป็นที่ไรผม: บางรายอาจมีแนวผมไม่เสมอ หรือเห็นเป็นรอยเล็ก ๆ โดยเฉพาะในคนที่ผมบาง
  • Palpability (คลำได้): บางคนจะรู้สึกเหมือนมีตุ่มเล็ก ๆ ใต้ผิวช่วง 3–6 เดือนแรก ซึ่งคือ Endotine device ที่กำลังสลายตัวค่ะ
  • ผมบางบริเวณแผล: เกิดจากการตัดหรือยึดเนื้อเยื่อบริเวณนั้น โดยเฉพาะถ้าแผลเกิดการอักเสบ หรือร่างกายมีการตอบสนองมากเกินไป

แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะกรณีเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัวค่ะ

แม้การดึงหน้าด้วย Endotine จะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและฟื้นตัวไวกว่าแบบเดิม แต่เรื่องแผลเป็นหลังดึงหน้าก็ยังเป็นความกังวลอันดับต้น ๆ ของหลายคน ความจริงแล้ว เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นได้ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ด้วย 5 วิธีง่าย ๆ แต่สำคัญมากต่อไปนี้ค่ะ

การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การผ่าตัดที่มีผลต่อรูปลักษณ์ใบหน้าแบบนี้ ควรทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าที่มีประสบการณ์กับ Endotine โดยเฉพาะ เพราะตำแหน่งในการเปิดแผล ยึดหมุด และเทคนิคการเย็บแผลมีผลอย่างมากต่อการเกิดรอยแผลหรือรอยนูนหลังผ่าตัด การเลือกแพทย์ที่เข้าใจตำแหน่งไรผมและแนวเส้นผม จะช่วยซ่อนรอยแผลได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถประเมินสภาพหนังศีรษะเพื่อเลือกวิธีดึงหน้าที่เหมาะสมกับคุณค่ะ

การประเมินความเหมาะสมของผิวหนัง

ก่อนทำการผ่าตัด แพทย์จะประเมินว่า คุณมีสภาพผิวที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นหรือไม่ เช่น

  • มีประวัติเป็นคีลอยด์
  • ผิวบางหรือผมบางบริเวณไรผม
  • เคยมีแผลเป็นนูนจากการผ่าตัดอื่น

หากพบว่าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เช่น Ultratine หรือเทคนิคดึงหน้าแบบไม่ใช้หมุดฝังลึก เพื่อลดแรงดึงบนผิวค่ะ

เทคนิค Invisible Lock ช่วยลดรอยแผล

หนึ่งในเทคนิคที่ช่วยลดรอยแผลอย่างได้ผลคือ Invisible Lock ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของบางคลินิกที่ใช้การเย็บผิวชั้นลึกแบบไม่ให้เห็นรอยเย็บด้านบน ทำให้รอยแผลน้อยลงและเรียบเนียนขึ้นหลังฟื้นตัว เทคนิคนี้มักใช้คู่กับอุปกรณ์ Endotine รุ่นใหม่ ๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ของการดึงหน้าดูเป็นธรรมชาติแบบไร้รอยเย็บมากที่สุดค่ะ

การดูแลก่อนและหลังผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนและดูแลแผลหลังผ่าตัดมีผลต่อการสมานแผลและการเกิดแผลเป็น เช่น

  • หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะจะลดการไหลเวียนเลือดบริเวณแผล
  • นอนพักให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีโปรตีนสูง
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นการอักเสบ บริเวณไรผม เช่น ยาย้อมผม ครีมกัดสี หรือครีมผลัดเซลล์ผิว
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การดูแลดีจะช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นและทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นค่ะ

การเลือกประเภท Endotine ที่เหมาะสม

Endotine มีหลายรุ่นหลายแบบ เช่น

  • Forehead สำหรับยกคิ้วและหน้าผาก
  • Midface สำหรับยกแก้ม
  • Ribbon สำหรับการยึดที่ต้องการยืดหยุ่นสูง

แต่สำหรับผู้ที่มีผิวบาง ผมบาง หรือกังวลเรื่องแผลเป็น Endotine Ultratine เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีขนาดเล็กลงและใช้วัสดุพิเศษที่ละลายเร็ว ลดแรงกดบริเวณแผล และลดความรู้สึกคลำเจอหมุดหลังทำ หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีจากการดึงหน้าด้วย Endotine โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเป็น การเตรียมตัวให้ดีและเลือกทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

หากใครเพิ่งผ่านการผ่าตัดดึงหน้าด้วย Endotine แล้วพบว่าเกิด แผลเป็นบริเวณไรผม หรือมีผมไม่ขึ้นซ้ำในจุดนั้น ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะในปัจจุบันมีทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง นั่นคือการปลูกผมทับรอยแผลเป็น ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่แพทย์ด้านผมแนะนำเลยค่ะ

ทำไมผมไม่ขึ้นบริเวณแผลเป็น

โดยธรรมชาติแล้ว เส้นผมของเราจะงอกมาจากรูขุมขนที่มีชีวิต แต่เมื่อเกิดแผลเป็น โดยเฉพาะจากการผ่าตัดอย่างการดึงหน้า บริเวณรูขุมขนอาจถูกทำลายหรือเกิดพังผืดจนไม่สามารถผลิตเส้นผมใหม่ได้อีก ทำให้จุดนั้นดูเหมือนผมบางเป็นแถบ หรือผมไม่ขึ้นเลย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวแผลอยู่ตรงไรผมหรือขมับ

อ่านต่อเพิ่มเติมในบทความ ปัญหาผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า ได้เลยนะคะ

หลักการปลูกผมบนแผลเป็น

หลายคนอาจไม่ทราบว่า การปลูกผมบริเวณแผลเป็นมีหลักการต่างจากการปลูกผมทั่วไป พอสมควรเลยค่ะ เพราะผิวหนังบริเวณแผลเป็นจะมีความหนา แข็งตึง และไหลเวียนเลือดต่ำกว่าผิวหนังปกติ โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการรอดของกราฟท์ในแผลเป็นจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับความยากของพื้นที่ค่ะ

เทคนิคการปลูกผม FUE สำหรับแผลเป็น

ที่ Hairsmith Clinic จะใช้เทคนิค FUE (Follicular Unit Excision) ในการปลูกผมบนแผลเป็น ซึ่งเป็นเทคนิคที่เจาะเซลล์รากผมจากด้านหลังศีรษะทีละกราฟท์ แล้วนำมาปลูกในบริเวณแผลโดยไม่ต้องเย็บแผล ข้อดีของ FUE คือ รอยแผลเป็นมีขนาดเล็กมาก แทบไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น และได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

หากอยากรู้ว่าปลูกผมทับรอยแผลจะขึ้นจริงไหม แนะนำให้อ่านบทความ ปลูกผมทับรอยแผลเป็นผมจะขึ้นมั้ย เพื่อดูเคสจริงประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกผมหลังทำ Endotine

หลายคนอาจรีบอยากแก้ไขทันทีหลังเจอปัญหาผมไม่ขึ้นหลังผ่าตัด แต่แพทย์จะ แนะนำให้รออย่างน้อย 12 เดือน เพื่อให้แผลหายสนิทจริง พังผืดเริ่มอ่อนตัว แนวไรผมเข้าที่และประเมินผลแผลเป็นได้ชัดเจน การรีบปลูกเร็วเกินไป อาจทำให้กราฟท์ไม่ติดหรือเกิดการอักเสบเพิ่มค่ะ ดังนั้นอดใจรอสักนิด แล้วค่อยเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เรื่องการปลูกผมบนแผลเป็นจะดีที่สุดค่ะ แผลเป็นจาก Endotine อาจทำให้ผมไม่ขึ้นในบางจุด แต่ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไม่ได้ค่ะ หากปลูกผม โดยแพทย์ก็สามารถฟื้นฟูแนวไรผมให้กลับมาดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้ง

หากกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ อย่ารอช้า ปรึกษาฟรีกับแพทย์ด้านปลูกผมที่ Hairsmith Clinic

การปลูกผมบนบริเวณที่มีแผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine เป็นหนึ่งในงานที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง เพราะเนื้อเยื่อบริเวณแผลมีความแตกต่างจากหนังศีรษะปกติ ทั้งเรื่องการไหลเวียนเลือดและสภาพผิว การเลือกคลินิกและทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงสำคัญมาก โดยที่ Hairsmith Clinic เรามีขั้นตอนที่พิถีพิถันทุกขั้นเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ 

ภาพก่อน-หลัง ปลูกผมทับรอยแผลเป็น Endotine
ปรึกษาฟรี Line
ปรึกษาฟรี โทร

การประเมินแผลเป็นโดยแพทย์

ก่อนจะเริ่มปลูกผมบริเวณแผลเป็น แพทย์จะทำการประเมินสภาพแผลอย่างละเอียด แพทย์จะตรวจว่าแผลเป็นอยู่ในระยะหายสนิทหรือยัง (มักรออย่างน้อย 12 เดือนหลังผ่าตัด Endotine) พื้นที่แผลมีขนาดเท่าไร และเนื้อเยื่อมีความเหมาะสมกับการปลูกผมหรือไม่

การวางแผนการปลูกผม

ขั้นตอนถัดไปคือการวางแผนที่แม่นยำ ซึ่งมี 2 เรื่องหลักคือ

  • จำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้: โดยเฉลี่ยการปลูกผมเพื่อปิดแผลเป็น Endotine ต้องใช้ประมาณ 500–1,500 กราฟต์ ขึ้นกับขนาดและความกว้างของแผล
  • การออกแบบทิศทางผม: ในบริเวณไรผมหรือหน้าผาก การจัดเรียงทิศทางเส้นผมให้กลมกลืนกับแนวผมเดิมถือว่าสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แผลดูแนบเนียน และเส้นผมใหม่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

การดูแลหลังปลูกผม

หลังการปลูกผมบริเวณแผลเป็น แพทย์จะนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดในช่วง 1–12 เดือนแรกค่ะ โดยมีแนวทางการดูแลดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเกาแผลในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
  • หยุดออกกำลังกายหนักประมาณ 2 สัปดาห์
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสารเคมีแรงๆ กับศีรษะในช่วงแรก
  • รับประทานยาต้านการอักเสบภายใต้คำแนะนำของแพทย์

การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เส้นผมที่ปลูกฟื้นตัวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่มั่นใจในระยะยาว

แม้ว่าการปลูกผมจะเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมที่สุดในการปิดแผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine แต่จริงๆ แล้วก็ยังมีวิธีอื่นที่สามารถใช้ลดเลือนแผลเป็น หรือช่วยให้แนบเนียนมากขึ้นได้เช่นกันค่ะ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะถ้าแผลเป็นไม่ได้มีขนาดใหญ่ หรือผู้รับบริการยังไม่พร้อมปลูกผมถาวร ลองพิจารณาทางเลือกเหล่านี้ดูก่อน

Scalp Micropigmentation (SMP)

SMP หรือการสักหนังศีรษะ เป็นเทคนิคที่ใช้เม็ดสีทางการแพทย์จุดเลียนแบบรูขุมขนลงบนหนังศีรษะบริเวณที่มีแผลเป็นค่ะ วิธีนี้ไม่ได้ทำให้ผมงอกขึ้นมาใหม่จริงๆ แต่ช่วยพรางแผลให้ดูแนบเนียน เหมาะกับผู้ที่มีผมสั้น หรือแผลเป็นอยู่ในบริเวณที่ไม่ต้องการให้เส้นผมยาวคลุม

ข้อดี

  • เห็นผลทันทีหลังทำ
  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • เหมาะกับผู้ที่ผิวไม่เหมาะสมกับการปลูกผม

ข้อจำกัด

  • เป็นเพียงการพรางแผล ไม่ทำให้ผมงอกขึ้นจริง
  • สีอาจซีดจางเมื่อเวลาผ่านไป ต้องเติมสีเป็นระยะ

การผ่าตัดแก้ไขแผลเป็น (Scar Revision)

ในบางกรณีที่แผลเป็นมีลักษณะนูน หรือมีการดึงรั้งผิวหนังจนผิดรูป การผ่าตัดแก้ไขแผลเป็นอาจเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ โดยศัลยแพทย์จะตัดแผลเดิมออกและเย็บใหม่ด้วยเทคนิคที่ช่วยให้แผลหายได้สวยกว่าเดิม

ข้อดี

  • เหมาะกับแผลเป็นชนิด Hypertrophic หรือ Keloid
  • แก้ไขโครงสร้างผิวผิดปกติได้โดยตรง

ข้อจำกัด

  • มีรอยแผลใหม่หลังผ่าตัด
  • ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
  • อาจกลับมาเป็นซ้ำในคนที่มีแนวโน้มแผลคีลอยด์

ทางเลือกแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกันนะคะ แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ระยะยาวและทำให้เส้นผมกลับมาขึ้นได้จริง การปลูกผม ก็ยังคงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุดอย่างไรก็ตาม ควรปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจเสมอ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและแผลของคุณที่สุดค่ะ

Hairsmith Clinic ปลูกผมทับรอยแผลเป็น จากการทำ Endotine จะอยู่ระหว่าง 100-150 บาท/กราฟท์ ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือก ดังนี้

  • FUE: 100 บาท/กราฟท์
  • Non-shaven FUE: 150 บาท/กราฟท์

หากต้องการประเมินราคาแบบละเอียดสำหรับแผลเป็น Endotine ลองเข้ามาปรึกษากับคุณหมอพรีมาได้เลยนะคะ เพราะทางคลินิกมีแบบประเมินตามจำนวนกราฟต์ท์และเทคนิคที่เหมาะสมให้แบบชัดเจนค่ะ

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ปลูกผมราคาเท่าไหร่

การปลูกผมทับรอยแผลเป็นจาก Endotine เป็นหัวข้อที่หลายคนยังสงสัยอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ มาดูกันว่าคำถามที่คนถามบ่อยมีอะไรบ้าง 

ทำ Endotine แล้วจะมีแผลเป็นทุกคนหรือไม่

ไม่ใช่ทุกคน ส่วนใหญ่แผลจะซ่อนในไรผมและมองไม่เห็น แต่ผู้ที่ผิวบางหรือมีปัญหาการหายของแผลอาจเห็นแผลเป็นได้

ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลูกผมทับแผลเป็น Endotine ได้

ควรรออย่างน้อย 12 เดือนให้แผลหายสนิทและ Endotine สลายหมดแล้ว

ปลูกผมบนแผลเป็น Endotine ผมจะขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

โดยเฉลี่ย 80-90% ขึ้นอยู่กับลักษณะแผลเป็น

ค่าปลูกผมแก้ไขแผลเป็น Endotine ประมาณเท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับขนาดแผลเป็นและจำนวนกราฟท์ เริ่มต้นกราฟท์ละ 100-150 บาท

มีวิธีอื่นนอกจากปลูกผมในการแก้ไขแผลเป็นหรือไม่

มีค่ะ เช่น SMP (สักไรผม) หรือการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็น

ผมร่วงหลังทำ Endotine เป็นเรื่องปกติหรือไม่

เป็นเรื่องปกติค่ะ เรียกว่า Shock Loss ผมจะกลับมาขึ้นใหม่ใน 3-6 เดือน

สามารถทำ Endotine ซ้ำได้หรือไม่หากไม่พอใจผลลัพธ์ 

ได้ค่ะ แต่ควรรออย่างน้อย 1 ปี และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข
Prima Tossaborvorn

ผมบางกลางหัว แก้ยังไงดี เจาะลึกสาเหตุและวิธีแก้ไข

วันนี้ Hairsmith Clinic จะพาทุกคนมาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุว่าทำไมผมตรงกลางหัวถึงพร้อมใจกันลากิจ พร้อมวิธีแก้ไขและรักษาตั้งแต่การปรับพฤติกรรมไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ เพื่อทวงคืนเส้นผมและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง

Norwood Scale ตัววัดระดับหัวล้านในผู้ชาย
Prima Tossaborvorn

ทำความรู้จัก Norwood Scale การวัดระดับหัวล้านในผู้ชาย

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Norwood Scale คืออะไร มีกี่ระดับ และแต่ละระดับบอกอะไรกับเราบ้าง เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ของตัวเองและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ปลูกผม FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร เลือกเทคนิคไหนดี
Prima Tossaborvorn

ปลูกผม FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร เลือกเทคนิคไหนดี

บทความนี้จะพาคุณมาเปรียบเทียบ FUE กับ FUT อย่างละเอียด ทั้งในแง่ของกระบวนการทำ แผลหลังผ่าตัด ระยะเวลาฟื้นตัว จำนวนกราฟท์ที่ทำได้ ไปจนถึงความเหมาะสมตามลักษณะปัญหาผมของแต่ละคน