หลายคนที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค FUT หรือ FUE ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) มักจะมีคำถามที่คล้ายกันว่า “ทำไมต้องใช้ผมตรงท้ายทอยมาปลูกบริเวณที่ล้านเถิก? ใช้ผมบริเวณอื่นมาปลูกแทนได้หรือไม่?” บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจทางหลักการแพทย์ ว่าทำไม “ท้ายทอย” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่ทำให้การปลูกผมได้ผลลัพธ์ที่ถาวรและดูเป็นธรรมชาติ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: ปลูกผมถาวร มาตรฐานสากล โดยแพทย์อเมริกันบอร์ด
ทำไมต้องใช้ผมด้านหลังศีรษะมาปลูกผม

เหตุผลหลักที่แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผมเลือกใช้เส้นผมบริเวณท้ายทอยและด้านข้างศีรษะ (Donor Area) เป็นเพราะเส้นผมในบริเวณนี้จัดอยู่ใน โซนรากผมถาวร หากเราสังเกตผู้ชายที่มีภาวะศีรษะล้านขั้นรุนแรง (Severe Baldness) หรือที่คนไทยมักเรียกให้เห็นภาพว่า หัวขุนช้าง เราจะพบว่าแม้ผมด้านหน้าและกลางกระหม่อมจะร่วงหลุดร่วงไปจนหมด แต่ผมบริเวณด้านหลังและด้านข้างศีรษะจะยังคงดกดำอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลดังนี้
- บริเวณที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT: ฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) คือตัวการหลักที่ทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะตีบตันและเกิดภาวะผมร่วง แต่รากผมบริเวณท้ายทอยจะมีตัวรับฮอร์โมนนี้น้อยมาก ทำให้เส้นผมในบริเวณนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน
- ความแข็งแรงของรากผม: เมื่อแพทย์ทำการย้ายรากผมจากท้ายทอยไปปลูกในบริเวณที่ล้านเถิก รากผมเหล่านั้นจะยังคงคุณสมบัติความแข็งแรงและ ไม่หลุดร่วงตามกรรมพันธุ์ ติดตัวไปด้วย ทำให้ผลลัพธ์การปลูกผมอยู่ได้อย่างถาวร
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : ฮอร์โมน DHT คืออะไร ทำให้ผมร่วงผมบางได้อย่างไร
หากผมบริเวณท้ายทอยมีไม่พอ ใช้ขนส่วนอื่นของร่างกายแทนได้หรือไม่

ในบางกรณีที่คนไข้มีพื้นที่ศีรษะล้านกว้างมาก และจำนวนกราฟต์ผมบริเวณท้ายทอย (Donor Area) มีไม่เพียงพอต่อการปลูกผม สามารถใช้เส้นขนจากส่วนอื่นของร่างกายมาปลูกแทนได้ (Body Hair Transplant) เช่น ขนหน้าอก หรือขนเครา แต่มี ข้อควรระวังและข้อจำกัด ที่แพทย์ต้องประเมินอย่างละเอียด ดังนี้
- ลักษณะเส้นขนที่แตกต่างกัน: เส้นขนแต่ละบริเวณของร่างกายมีวงจรการเจริญเติบโต ความหนา ความหยิก และสีที่ไม่เหมือนเส้นผมบนศีรษะ
- ความเป็นธรรมชาติ: หากนำขนหน้าอกมาปลูก เส้นขนที่งอกใหม่ก็จะมีลักษณะเหมือนขนหน้าอก (มักจะหยิกและสั้นกว่า) ดังนั้น แพทย์จึง ไม่แนะนำ ให้นำขนตามร่างกายมาปลูกบริเวณแนวไรผมด้านหน้า (Hairline) เพราะจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
- เทคนิคการปลูกแซม: ขนส่วนอื่นของร่างกายจะถูกนำมาใช้ในลักษณะการ “ปลูกแซม” (Filler) บริเวณกลางกระหม่อม เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและพรางสายตาให้ดูผมดกหนาขึ้นได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถนำขนจากทุกส่วนในร่างกายมาปลูกได้นะคะ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ และความสมบูรณ์ของเส้นผม/ขน ของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ
สรุป
การใช้รากผมจากบริเวณท้ายทอยมาใช้ในการปลูกผม คือหลักการทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะเป็นเส้นผมถาวรที่ไม่ถูกทำลายโดยฮอร์โมน DHT สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องปริมาณกราฟต์ผมบริเวณท้ายทอย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพหนังศีรษะและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ
จองคิวปรึกษาแพทย์ได้ที่:
- Line Official Account: @hairsmithclinic
- E-mail: info@hairsmithclinic.com
- เบอร์โทรศัพท์: 085 836 9994



