ปลูกผมรอบสอง ได้ไหม ต้องรอกี่เดือนถึงทำได้

/
/
ปลูกผมรอบสอง ได้ไหม ต้องรอกี่เดือนถึงทำได้
ปลูกผมรอบสอง แก้ไขให้มั่นใจกว่าเดิมที่ Hairsmith Clinic
สารบัญบทความ แสดง

สำหรับคนที่เคยปลูกผม เคยไหมคะ ปลูกผมรอบแรกด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะได้ผมแน่นๆ กลับคืนมา แต่สุดท้ายกลับได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงปก บางคนผมขึ้นไม่เท่ากัน บางคนแนวผมดูหลอกตา หรือบางทีกราฟต์ผมก็ไม่ติดเลย ทำให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียความมั่นใจไปไม่น้อยเลยค่ะ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ทำไมบางคนถึงต้อง ปลูกผมรอบสอง วิธีสังเกตว่าคุณควรแก้ไขหรือไม่ ต้องรอกี่เดือนถึงทำได้ เทคนิคที่ใช้ในการแก้ไข รวมถึงราคาปลูกผมคร่าวๆ และรีวิวจากผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์นี้จริง เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจค่ะ

สำหรับใครที่รู้สึกว่าการปลูกผมครั้งแรกไม่เวิร์กอย่างที่ตั้งใจไว้ อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ เพราะความจริงแล้วมีหลายคนเลยค่ะที่ต้องกลับมาปลูกผมรอบสอง เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดจากคลินิกปลูกผมเดิม และกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างถูกวิธี ลองมาดูกันค่ะ ว่าปัญหาที่ทำให้หลายคนต้องกลับมาปลูกผมรอบสองมีอะไรบ้าง

สิ่งที่คนปลูกผมไม่อยากเจอ

1. ผลลัพธ์การปลูกผมครั้งแรกไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

หลังปลูกผม หลายคนคาดหวังว่าจะเห็นเส้นผมขึ้นแน่น ดูเต็ม และมีแนวผมที่เป็นธรรมชาติใช่ไหมคะ แต่ความจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น บางคนผมขึ้นไม่ครบ บางคนกราฟ์ผมไม่ติด หรือบางทีก็มีผมขึ้นเฉพาะบางจุด ทำให้ดูไม่สม่ำเสมอค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งเทคนิคที่ใช้หรือความชำนาญของแพทย์ค่ะ

2. แนวผมไม่เป็นธรรมชาติ กราฟท์ผมไม่ติด ผมขึ้นบาง

แนวผมที่ดู “หลอกตา” หรือไม่รับกับรูปหน้า เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่คนกลับมาปลูกผมรอบสองเลยค่ะ เพราะแนวผมที่ดีต้องดูสมูท รับกับหน้าผาก และมีความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแปลกแยก ส่วนกราฟต์ผมที่ไม่ติด หรือผมขึ้นบางๆ กระจายห่างกัน ก็อาจมาจากการปลูกผมที่ไม่ละเอียดพอ หรือมีการอัตราการรอดของกราฟท์ระหว่างขั้นตอนปลูกต่ำค่ะ

3. การออกแบบแนวผมที่ไม่เหมาะสมกับรูปหน้า

แต่ละคนมีโครงหน้าที่ไม่เหมือนกันค่ะ การออกแบบแนวผมจึงต้องคำนึงถึงสัดส่วนใบหน้า ทรงหน้าผาก และความสมดุลโดยรวม หากแพทย์ไม่ได้วิเคราะห์ดีพอ หรือออกแบบตามแพทเทิร์นทั่วไปโดยไม่ปรับให้เข้ากับใบหน้า ก็อาจทำให้แนวผมต่ำหรือสูงเกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ และส่งผลต่อบุคลิกโดยรวมค่ะ

4. การดูแลหลังปลูกผมที่ไม่ดีพอ

การดูแลหลังการปลูกผมก็สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการปลูกเลยนะคะ เพราะหากคนไข้ไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง หรือไม่มีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจทำให้กราฟท์ผมหลุด เส้นผมอ่อนแอ หรือแผลหายช้าค่ะ นอกจากนี้พฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเกาแรงๆ การสระผมผิดวิธี หรือการสูบบุหรี่ ก็ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์ได้เช่นกันค่ะ

หลายคนพอเห็นผลลัพธ์การปลูกผมครั้งแรกแล้วไม่พอใจ ก็อยากรีบแก้ไขทันทีเลยใช่ไหมคะ เพราะมันทั้งเสียความมั่นใจและรู้สึกเสียดายเวลา แต่รู้ไหมคะว่า การรีบปลูกผมรอบสองโดยที่หนังศีรษะยังไม่ฟื้นตัวดี อาจยิ่งทำให้ผลลัพธ์แย่กว่าเดิมได้นะคะ

ทำไมต้องรอ 6–12 เดือนหลังการปลูกผมครั้งแรก

เหตุผลที่คุณหมอแนะนำให้เว้นช่วงประมาณ 6–12 เดือน ก่อนจะปลูกผมรอบสอง ก็เพราะว่า การปลูกผมไม่ใช่แค่เรื่องของการ “ย้ายกราฟท์” ค่ะ แต่ยังเกี่ยวกับอาการเจ็บและการฟื้นฟูของหนังศีรษะด้วย ช่วง 3 เดือนแรกหลังปลูกผม ผมใหม่จะเริ่มทยอยงอกขึ้นเรื่อยๆ และผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วง 6 เดือนเป็นต้นไปค่ะ

กระบวนการฟื้นตัวของหนังศีรษะและรากผม

หลังจากการปลูกผมครั้งแรก หนังศีรษะต้องใช้เวลาฟื้นตัว ทั้งในแง่ของผิวหนังและรากผม

  • ผิวหนังบริเวณที่เจาะกราฟท์ จะมีรอยเล็กๆ ที่ต้องใช้เวลาในการสมานตัว
  • รากผมที่ปลูกใหม่ ต้องใช้เวลาในการฝังตัวและปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่
  • ช่วง 3 เดือนแรก เส้นผมจะเริ่มขึ้น แต่ยังไม่แน่นหรือหนาเท่าที่ควร
  • ต้องรอให้ผมขึ้นเต็มที่ก่อน ถึงจะประเมินได้ว่าแนวผมสมดุลไหม กราฟท์ติดครบหรือเปล่า

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเกือบปีค่ะ ดังนั้นถ้ารีบร้อนเกินไป อาจเผลอปลูกซ้ำในจุดที่กราฟท์กำลังฟื้นตัวอยู่ แล้วทำให้ผลลัพธ์รวมๆ ดูไม่สวยเท่าที่ควรนะคะ

การประเมินความพร้อมของหนังศีรษะและกราฟท์ผม

ก่อนจะปลูกผมรอบสอง แพทย์จะต้องประเมินอย่างละเอียดเลยค่ะ ว่า

  • บริเวณที่ปลูกไปก่อนหน้า หายดีแล้วหรือยัง
  • กราฟท์ผมที่ปลูกไป มีเปอร์เซ็นต์รอดมากน้อยแค่ไหน
  • แนวผมเดิมและผมใหม่ เข้ากันไหม หรือจำเป็นต้องปรับแนวใหม่ทั้งหมด
  • บริเวณที่ใช้เก็บกราฟท์ (Donor Area) มีปริมาณเพียงพอสำหรับการปลูกซ้ำหรือไม่

ซึ่งขั้นตอนการประเมินนี้ สำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่าผลลัพธ์รอบสองจะออกมาดีแค่ไหน ถ้าคลินิกไหนไม่เช็กตรงนี้ให้ละเอียด คุณต้องระวังเลยค่ะ เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดหวังรอบสองเลยก็ได้

เมื่อพูดถึงการปลูกผมรอบสอง สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เทคนิค ก็คือความเข้าใจในปัญหาเฉพาะของแต่ละคนค่ะ เพราะการปลูกแก้ไม่ใช่แค่เติมผมที่หายไป แต่คือการออกแบบใหม่ และกู้ภาพลักษณ์ ให้กลับมาดูดีและเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งที่ Hairsmith Clinic เราให้ความสำคัญกับตรงนี้มากๆ เลยค่ะ

วิเคราะห์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

ก่อนเริ่มปลูกผมรอบสอง ทุกเคสจะได้รับการตรวจสภาพหนังศีรษะ ประเมินแนวผมเดิม ปริมาณกราฟท์ที่ยังเหลือในบริเวณ Donor Area และพูดคุยถึงความคาดหวังของผู้รับการรักษาอย่างละเอียดค่ะ หมอจะออกแบบแผนการรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละคน ไม่ใช้แพทเทิร์นเดิมๆ เหมือนสำเร็จรูป เพื่อให้แนวผมใหม่ออกมารับกับรูปหน้า และสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างดูเป็นธรรมชาติและเข้ากับแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ

ผมร่วงแค่ไหนควรไปพบแพทย์

เทคนิคการแก้ไขแนวผม

แนวผมที่ไม่สวย เป็นเส้นตรงเกินไป หรือสูงเกินไป ทำให้ใบหน้าดูแข็ง ไม่สมดุลค่ะ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากจากคนไข้ที่มาปลูกผมแก้รอบสอง ที่ Hairsmith Clinic เราแก้ไขแนวผมให้มีลักษณะซอฟต์ลง และดูละมุนขึ้น โดยจะใช้กราฟท์ที่มีเส้นผมเส้นเล็ก มาจัดเรียงเป็นแนวหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

เพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม

บางคนอาจจะมีแนวผมที่โอเคอยู่แล้วค่ะ แต่ผมกลับขึ้นบางกระจาย ไม่แน่น ไม่ฟู ซึ่งทำให้ยังดูศีรษะโล่งอยู่ ในกรณีนี้คุณหมอจะใช้เทคนิคปลูกซ้ำแทรกในบริเวณเดิม โดยคำนึงถึงทิศทางและองศาของเส้นผม เพื่อไม่ให้ทับกับกราฟท์เดิม พร้อมเพิ่มความหนาแน่นให้ดูธรรมชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ

เทคนิคที่ใช้ในการปลูกผมแก้รอบสอง

สำหรับการปลูกผมรอบสอง เราจะเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม เช่น

  • FUE (Follicular Unit Excision): เทคนิคยอดนิยมที่เจาะกราฟท์ผมทีละกราฟท์ รอยแผลใหญ่เล็กและฟื้นตัวไว
  • Non-shaven FUE คือการปลูกผมแบบไม่โกน โดยจะใช้ผมที่สั้นปลูกกลับเข้าไปในบริเวณที่ต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องทรงผมหลังปลูกผม

อ่านบทความที่น่าสนใจ: ปลูกผมแบบ FUE กับ NON-SHAVEN FUE ต่างกันอย่างไร

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคที่เราใช้ในการปลูกผมรอบสองที่ Hairsmith Clinic ค่ะ เพราะเราเชื่อว่าการแก้ไข ต้องไม่ใช่แค่ซ่อมให้จบ แต่ต้องทำให้ดีกว่าเดิม และสวยที่สุดในแบบที่เป็นตัวคุณค่ะ

ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องการจากการปลูกผมรอบสอง ก็คือ สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการปลูกผมครั้งแรก และได้ผลลัพธ์ที่ดูเนียนเหมือนไม่เคยปลูก โดยการออกแบบแนวผมโดยใช้เส้นผมเส้นเล็กบริเวณด้านหน้า ไล่ระดับความหนาแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ และวางทิศทางของผมให้เหมือนเส้นผมธรรมชาติ 

นี้คือเหตุผลที่หลายคนเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ Hairsmith Clinic เป็นที่พึ่งสำหรับการปลูกผมรอบสองค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ทำให้ผมขึ้น แต่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างดูไม่ออกว่าเคยปลูกผมมา

ที่ Hairsmith Clinic เราคิดราคาปลูกผมรอบสองแบบ “ราคาต่อกราฟต์” นะคะ โดยราคาจะเริ่มต้นที่

  • 100 บาท/กราฟต์ สำหรับเทคนิค FUE แบบมาตรฐาน
  • 150 บาท/กราฟต์ สำหรับเทคนิค Non-shaven FUE (ปลูกผมแบบไม่ต้องโกน)

ซึ่งราคานี้รวมถึงการประเมินโดยแพทย์ การวางแผนเฉพาะบุคคล และการดูแลหลังปลูกด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่จ่ายแล้วจบ แต่ที่นี้เราดูแลกันจนกว่าผลลัพธ์จะออกมาดีตามที่วางแผนไว้เลยค่ะ

ราคาปลูกผมเคสแก้

การปลูกผมรอบสองไม่เพียงแต่ต้องอาศัยเทคนิคและความประสบการณ์จากแพทย์เท่านั้น แต่การเตรียมตัวของผู้เข้ารับการรักษาก็มีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์โดยรวมเช่นกันค่ะ หากมีการเตรียมตัวอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น

  1. ปรึกษาแพทย์

ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ค่ะ โดยแพทย์จะทำการประเมินลักษณะหนังศีรษะ ปริมาณกราฟท์ที่จำเป็น รวมถึงพูดคุยถึงผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การปรึกษาล่วงหน้าจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของกระบวนการปลูกผมอย่างชัดเจน และสามารถเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจค่ะ

  1. งดยาและวิตามินบางชนิด

ก่อนเข้ารับการปลูกผมประมาณ 14 วัน ควรงดใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), วิตามิน E, น้ำมันปลา (Fish Oil) การงดยาเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกมากในระหว่างการรักษา

  1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แนะนำให้งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 7 วันก่อนและหลังการปลูกผมค่ะ แอลกอฮอล์ อาจรบกวนระบบการแข็งตัวของเลือด และเพิ่มโอกาสเกิดอาการบวมหลังการรักษา

      4. พักผ่อนให้เพียงพอ

ก่อนวันเข้ารับการรักษา ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมสำหรับขั้นตอนการปลูกผม การพักผ่อนอย่างเหมาะสมจะช่วยลดอาการบวมหลังปลูกผม และทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูบริเวณที่ทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

การเตรียมตัวที่ดีคือจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจค่ะ หากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เส้นผมขึ้นสวย ดูเป็นธรรมชาติ และฟื้นตัวได้อย่างราบรื่นในระยะยาวค่ะ

การปลูกผมรอบสองไม่ใช่แค่ทำซ้ำ ขั้นตอนเดิมๆ เท่านั้นนะคะ แต่เป็นการ “แก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน” จากการปลูกผมครั้งก่อน ไม่ว่าจะเป็นแนวผมที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ผมขึ้นบาง เพราะฉะนั้นทุกขั้นตอนในการรักษาที่ Hairsmith Clinic จึงต้องพิถีพิถันและวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและตรงกับความคาดหวังของคนไข้ค่ะ

  1. ปรึกษาแพทย์และการวางแผนการรักษา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการปลูกผมจริง ผู้เข้ารับบริการทุกท่านจะต้องพบแพทย์เพื่อประเมินสภาพหนังศีรษะ วางแผนการรักษา และออกแบบแนวผมใหม่อย่างเหมาะสมค่ะ โดยเฉพาะกรณีที่เคยปลูกผมมาแล้ว แนวผมเดิมอาจต้องปรับใหม่ทั้งหมด หรือมีข้อจำกัดในการใช้กราฟท์ผม แพทย์จึงต้องวิเคราะห์ทุกจุดอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคลค่ะ
  2. เตรียมพื้นที่รับกราฟท์และพื้นที่ปลูกผม หลังจากวางแผนเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมหนังศีรษะให้พร้อมสำหรับการปลูกผมค่ะ ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ บริเวณที่ใช้เก็บกราฟท์ผม (Donor Area) และบริเวณที่ต้องปลูกผมใหม่ (Recipient Area) โดยแพทย์จะทำความสะอาดหนังศีรษะ และฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบาย ไม่เจ็บระหว่างการรักษาค่ะ
  3. เจาะและเก็บกราฟท์ผม จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บกราฟท์ผม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงค่ะ แพทย์จะใช้หัวเจาะแบบไฮบริด เจาะเอารากผมจากบริเวณที่แข็งแรงทีละกราฟท์ โดยต้องระมัดระวังไม่ให้ทำลายเส้นผมรอบข้าง รวมถึงไม่ทำให้ Donor Area เสียหายจนเกินไป เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตหากต้องการปลูกซ้ำอีกครั้งค่ะ
  4. คัดแยกกราฟต์ผม เมื่อได้กราฟท์ผมมาแล้ว จะทำการคัดแยกกราฟท์ผมออกตามลักษณะของเส้นผม เช่น กราฟท์ที่มีเส้นเดียว สองเส้น หรือหลายเส้น เพื่อใช้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างเหมาะสมค่ะ โดยจะนำเส้นผมเส้นเล็กมาปลูกบริเวณแนวหน้า และใช้เส้นผมที่หนากว่าในส่วนที่ต้องการความหนาแน่น ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและสวยงามค่ะ
  5. ปลูกผม สุดท้ายคือขั้นตอนการปลูกกราฟท์ผมลงในตำแหน่งที่ออกแบบไว้ค่ะ 

หลังจากปลูกผมรอบสองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีค่ะ เพื่อให้กราฟท์ผมที่ปลูกไปสามารถยึดเกาะหนังศีรษะได้ดี ลดอาการบวมและระคายเคือง และช่วยให้ผมใหม่งอกขึ้นได้อย่างเต็มที่และสวยงามค่ะ ซึ่งการดูแลที่ดีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีค่ะ

วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกผมรอบสอง
  1. การสระผม ในช่วง 2–3 วันแรก ควรงดการสระผมค่ะ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีสระผมอย่างถูกวิธี โดยใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการถูหรือเกาบริเวณที่ปลูกผม ใช้มือแตะเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  2. การใช้ยา แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะและยาลดบวมให้หลังทำ ควรรับประทานให้ครบตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยลดอาการบวมค่ะ และหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกทันที
  3. การประคบเย็น ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกบริเวณหน้าผาก (ไม่ใช่บริเวณที่ปลูกผมนะคะ) เพื่อช่วยลดอาการบวม และอย่าใช้ความร้อน หรือประคบบริเวณที่เพิ่งปลูกผมเด็ดขาดเลยค่ะ
  4. เข้ารับการติดตามผล การติดตามผลช่วยให้แพทย์สามารถปรับแผนการดูแลได้อย่างทันท่วงที และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ อย่าลืมไปตามนัดนะคะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

การตัดสินใจปลูกผมรอบสองเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆ คน แต่ที่ Hairsmith Clinic เรามีคนไข้ที่ประสบความสำเร็จและพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้รับค่ะ มาดูรีวิวและกรณีศึกษาจริงจากคนไข้ของเรากันนะคะ

รีวิวเคสแก้
รีวิวเคสแก้
ปลูกผมแก้จากที่อื่น

สำหรับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์การปลูกผมมาแล้วแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง การปลูกผมรอบสองถือเป็นโอกาสสำคัญในการแก้ไขปัญหาและกู้ความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้งค่ะ ซึ่งการเลือกคลินิกที่ดี มีแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างของเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแท้จริง จะมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์รอบสองประสบความสำเร็จได้

แชร์บทความนี้

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี
Prima Tossaborvorn

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี 

หลายคนที่เคย กัดสีผม หรือฟอกสีเพื่อให้ได้เฉดที่ต้องการ แล้วผมขาดง่าย ยืดหยุ่นเหมือนหมี่เปียก หรือแค่หวีเบาๆ ก็หลุดเป็นกระจุก แบบนี้เรียกว่า ผมเป็นวุ้น ซึ่งเป็นภาวะที่เส้นผมเสียหายอย่างรุนแรงจากกัดสีผม บทความนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่า ทำไมกัดสีแล้วผมถึงเป็นวุ้น ภาวะนี้อันตรายแค่ไหนแล้วจะมีวิธี ฟื้นฟูผมเสียจากการกัดสีได้อย่างไร

7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด
Prima Tossaborvorn

7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด

หลายคนอยากไว้หนวดเคราให้ดูเข้ม เท่ และเสริมความมั่นใจ แต่กลับพบว่าหนวดเคราขึ้นช้า แหว่งบาง ไม่เป็นทรงตามต้องการ จริงๆ แล้วการเร่งหนวดเคราให้ยาวเร็วขึ้นทำได้ไม่ยาก เพียงเข้าใจวิธีดูแลที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวม 7 วิธีเร่งหนวดเครายาว เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และคนที่อยากให้เคราดูเต็มและสุขภาพดีมากขึ้น

ความเครียดทำให้ผมร่วงได้อย่างไร
Prima Tossaborvorn

ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงมั้ย พร้อมวิธีจัดการอย่างได้ผล

เครียดจนผมร่วง เป็นแค่คำพูดติดปาก หรือเรื่องจริงกันแน่ หลายคนอาจเคยสังเกตว่าหลังผ่านช่วงงานหนัก เครียดจากชีวิตส่วนตัว หรือเจอเรื่องสะเทือนใจ ผมเริ่มร่วงเยอะกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็เริ่มสงสัยว่า ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงหรือเปล่า