สักไรผมกับปลูกผม แบบไหนดีกว่ากัน ปลูกผมทับรอยสักได้หรือไม่

/
/
สักไรผมกับปลูกผม แบบไหนดีกว่ากัน ปลูกผมทับรอยสักได้หรือไม่
เปรียบเทียบ สักไรผมกับปลูกผม แบบไหนดีกว่ากัน

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าหน้าผากกว้างขึ้น ไรผมร่น หรือมีจุดบางๆ บนศีรษะ หลายคนก็เริ่มมองหาทางแก้ไขที่เห็นผลได้จริงใช่ไหมคะ ที่ได้รับความนิยมและพูดถึงกันมาก คือ สักไรผม และการปลูกผมค่ะ ทั้งสองวิธีนี้ต่างก็มีข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับทั้ง สักไรผม และปลูกผม แบบละเอียดค่ะ เราจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ทั้งในเรื่องของความเจ็บ การฟื้นตัว ความทนทาน ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่ได้ พร้อมคำแนะนำว่าคุณเหมาะกับวิธีไหนมากกว่ากัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตัวเองได้อย่างมั่นใจที่สุดค่ะ

การ สักไรผม หรือชื่อเต็มๆ ว่า Scalp Micro Pigmentation (SMP) คือเทคนิคการเติมสีบนหนังศีรษะที่เลียนแบบลักษณะของรูขุมขนเล็กๆ คล้ายๆ กับผมที่เพิ่งโกนใหม่ๆ หรือเป็นเส้นไรผมธรรมชาติค่ะ หลายคนเรียกง่ายๆ ว่า “การสักผม” ก็ไม่ผิดนะคะ เพราะวิธีนี้ใช้เครื่องมือคล้ายปากกาเข็มจิ๋วๆ จุ่มสีลงบนหนังศีรษะ

สักไรผม คืออะไร

หลักการทำงานของ SMP คือ การใช้เม็ดสีเล็กๆ ฝังตื้นลงในผิวหนังศีรษะเพื่อให้ดูเหมือนมีผมขึ้นเต็มศีรษะค่ะ ไม่ได้ปลูกผมจริงๆ นะคะ แต่ทำให้ดูเหมือนว่ามีผมอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับคนที่มีผมบาง หน้าผากเถิก หรือหัวล้าน โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ชอบลุคทรงสกินเฮดหรือหัวเกรียนดูเข้มๆ

ขั้นตอนการทำ SMP จะเริ่มต้นจากการประเมินสภาพหนังศีรษะและเลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับสีผมเดิมของเรา แล้วจึงเริ่มกระบวนการสักที่แบ่งเป็นหลายรอบค่ะ โดยปกติจะใช้เวลาทำประมาณ 2–4 ชั่วโมงต่อครั้ง และต้องทำทั้งหมด 2–3 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เนียนและสม่ำเสมอค่ะ

ข้อดีของการสักไรผม

ถ้าอยากเปลี่ยนลุคให้ดูมั่นใจขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน SMP ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะเห็นผลได้ไว แถมยังไม่ต้องเจ็บตัวมากนัก ลองมาดูข้อดีหลักๆ กันเลยค่ะ

  • เห็นผลทันทีหลังทำเสร็จ
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก
  • เหมาะกับคนที่ชอบลุคผมสั้นหรือทรงเกรียน

ข้อเสียของการสักไรผม

ถึงแม้ SMP จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจเช่นกันนะคะ เพราะผลลัพธ์ที่ได้เป็นเพียงการ “จำลองลุค” ให้เหมือนมีผม ไม่ใช่ผมจริงค่ะ และนี่คือสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนค่ะ

  • ไม่ได้ทำให้ผมขึ้นจริงๆ แค่ทำให้ดูเหมือนมีผม
  • สีอาจจางลงเมื่อเวลาผ่านไป ต้องเติมสีทุก 2–4 ปี
  • ไม่เหมาะกับคนที่อยากไว้ผมยาว
  • ถ้าทำโดยผู้ไม่มีประสบการณ์ อาจทำให้ลุคดูไม่ธรรมชาติได้ค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับ สักไรผม (SMP)

ถ้ากำลังลังเลว่า “เราเหมาะกับการสักไรผมไหมนะ” ลองดูข้อมูลนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้

  • มีปัญหาผมบางเป็นบางจุด หรือศีรษะล้านบางส่วน
  • ต้องการลุคผมแน่นขึ้นแบบรวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด
  • ชอบทรงผมสั้นหรือสกินเฮดอยู่แล้ว

การปลูกผม หรือ Hair Transplant คือเทคนิคทางการแพทย์ที่นำผมจริงจากบริเวณที่ผมหนา เช่น ด้านหลังหรือด้านข้างของศีรษะ ย้ายไปปลูกยังบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้านค่ะ เส้นผมที่ปลูกไปสามารถงอกขึ้นใหม่ได้จริง และอยู่ถาวรค่ะ วิธีนี้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนที่ต้องการทางออกถาวร เห็นผลลัพธ์ระยะยาว และอยากไว้ผมทรงต่างๆ ได้ตามใจค่ะ

หลักการของการปลูกผมคือการย้ายกราฟท์ผม ซึ่งคือกลุ่มรากผมที่ยังแข็งแรงดี จากบริเวณด้านหลังศีรษะ ไปยังอีกบริเวณหนึ่งที่ต้องการ ซึ่งก็คือตำแหน่งที่ผมบางหรือศีรษะล้านค่ะ เส้นผมที่ปลูกไปจะงอกขึ้นตามธรรมชาติ และเมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็จะสามารถตัด เล็ม หรือจัดทรงได้ตามปกติเลยค่ะ

ภาพก่อน-หลัง ปลูกผม

ปลูกผมมีกี่วิธี

การปลูกผมจะแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ FUE และ FUT ก่อนปลูกผมจริงๆ แพทย์จะพิจารณาใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับปัญหารของคนไข้แต่ละคนค่ะ

  1. ปลูกผม FUE (Follicular Unit Excision) เป็นเทคนิคที่นิยมมากในปัจจุบันค่ะ เพราะใช้วิธีเจาะเอารากผมออกทีละกราฟท์แบบ ไม่มีแผลยาวที่ด้านหลังศีรษะ แผลเล็ก หายเร็ว เหมาะกับคนที่ไม่อยากมีแผลเป็นแนวยาวค่ะ
  2. ปลูกผม FUT (Follicular Unit Transplantation) เป็นวิธีที่แพทย์จะตัดชิ้นหนังศีรษะออกมาเป็นแถบ แล้วแยกกราฟท์ผมจากแถบนั้น เหมาะกับคนที่ต้องการปลูกจำนวนมากในครั้งเดียว แต่จะมีแผลยาวด้านหลังศีรษะค่ะ

ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันนะคะ และควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดค่ะ อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ: ปลูกผมแบบ FUE กับ NON-SHAVEN FUE ต่างกันอย่างไร

ขั้นตอนการปลูกผม 

กระบวนการปลูกผมเริ่มจากการออกแบบแนวผม ตรวจสภาพเส้นผม และเลือกเทคนิคที่เหมาะสมค่ะ จากนั้นจึงเริ่มการเก็บกราฟท์ผม นำไปแยกอย่างละเอียด แล้วปลูกกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการ

หลังปลูกเสร็จแล้ว ผมจะเริ่มร่วงในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ จากนั้นเส้นผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นมาในช่วงเดือนที่ 3–6 และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 12 เดือน

ข้อดีการปลูกผม 

การปลูกผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลระยะยาว มีผมหนาแบบธรรมชาติ และสามารถตัด จัดทรงได้ตามใจ ข้อดีของการปลูกผม เช่น

  • เป็นการใช้ผมจริงของตัวเอง ปลูกแล้วผมขึ้นใหม่ได้ถาวร
  • สามารถตัดแต่งทรงผมได้เหมือนปกติ
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาศีรษะล้านชัดเจน
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อเสียของการปลูกผม 

แน่นอนว่าทุกอย่างมีข้อจำกัดของมันค่ะ การปลูกผมก็เช่นกัน เพราะเป็นหัตถการที่ต้องผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และต้องอาศัยระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรรู้ข้อเสียเหล่านี้ไว้ด้วยนะคะ

  • มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงกว่าวิธีอื่น
  • ต้องพักฟื้น และดูแลหนังศีรษะหลังทำอย่างเคร่งครัด
  • ต้องรอเวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน
  • ถ้าทำกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ อาจได้แนวผมที่ไม่เป็นธรรมชาติค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการปลูกผม

  • ผู้ที่มีศีรษะล้านหรือผมบางชัดเจน
  • ผู้ที่มีมีกราฟท์ผมด้านหลังศีรษะเพียงพอสำหรับย้ายมาปลูก
  • มีความอดทนในการดูแลหลังการผ่าตัด และพร้อมรอผลลัพธ์
  • ต้องการลุคผมธรรมชาติและสามารถไว้ผมยาวได้ค่ะ

เมื่อเรารู้จักทั้ง สักไรผม และ “ปลูกผม” กันไปแล้ว หลายคนก็คงเริ่มลังเลว่า แบบไหนดี แบบไหนเจ็บกว่ากัน อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องเสียเงินเท่าไหร่ หัวข้อนี้เราจะพาไป เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียในแต่ละด้านแบบชัดๆ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

1. ความเจ็บปวด

หลายคนกลัวการทำหัตถการเพราะเจ็บใช่ไหมคะ มาดูกันว่าการสักไรผมกับการปลูกผม แบบไหนเจ็บน้อยกว่ากันค่ะ

  • สักไรผม เจ็บเพียงเล็กน้อยเหมือนเข็มจิ้มเบาๆ บางคนบอกว่าเหมือนโดนรอยขีดจิ๋วๆ มากกว่าเจ็บจริงจังค่ะ
  • ปลูกผม ต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ และอาจรู้สึกปวดตึงๆ หลังจากหมดฤทธิ์ยา โดยเฉพาะถ้าใช้วิธี FUT ที่มีแผลยาวค่ะ

2. ระยะเวลาพักฟื้น

ใครที่ไม่อยากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือไม่มีเวลาพักฟื้นเยอะ นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเลยค่ะ

  • สักไรผม ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1–2 วันเลยค่ะ
  • ปลูกผม ปัจจุบันไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานประมาณ 2-3 วัน แต่ต้องระวังเรื่องการกระแทก เหงื่อ หรือการสระผมในช่วง 2 สัปดาห์แรกค่ะ

3. ความคงทนของผลลัพธ์ 

  • สักไรผม อยู่ได้ประมาณ 2–4 ปี แล้วจะเริ่มจางลง ต้องมีการเติมสีซ้ำค่ะ
  • ปลูกผม ผมที่ปลูกสามารถอยู่ได้ถาวร และดูเป็นธรรมชาติ

4. ค่าใช้จ่าย

เรื่องงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนให้ความสำคัญเลยค่ะ แต่ละวิธีราคาก็แตกต่างกันไป

  • สักไรผม ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 60,000 บาท แล้วแต่บริเวณและจำนวนครั้งที่ทำค่ะ
  • ปลูกผม มีราคาสูงกว่ามาก โดยเฉพาะถ้าปลูกจำนวนเยอะ ราคาจะอยู่ที่ 50,000 – 200,000 บาท หรือมากกว่านั้นค่ะ

5. เป็นธรรมชาติ 

ภาพลักษณ์หลังทำคือสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมากที่สุดค่ะ ลองดูว่าแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ยังไงบ้าง

  • สักไรผม ให้ลุคเหมือนคนไว้ผมสั้นเกรียนแบบเนียนๆ เหมาะกับผู้ชายที่ชอบลุคแมนๆ ค่ะ
  • ปลูกผม ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถจัดทรงหรือย้อมสีได้ค่ะ

6. ผลข้างเคียง

แม้จะเป็นหัตถการเพื่อความงาม แต่เรื่องความปลอดภัยก็สำคัญมากค่ะ เราควรเข้าใจความเสี่ยงของแต่ละวิธีไว้ด้วยนะคะ

  • สักไรผม ความเสี่ยงค่อนข้างน้อย แค่ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อหรือแพ้สี ต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่ใช้สีคุณภาพดีค่ะ
  • ปลูกผม มีโอกาสเกิดอาการบวม แดง หรือแผลเป็นได้หากดูแลไม่ดี หรือทำกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ค่ะ

สรุปแล้วแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันไปนะคะ ขึ้นอยู่กับความคาดหวัง งบประมาณ สไตล์ที่ชอบ และการดูแลหลังทำค่ะ

สำหรับใครที่อ่านข้อมูลมายาวๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่า “เยอะจัง จำไม่หมดแน่เลย” ไม่ต้องกังวลค่ะ เรารวบรวมทุกประเด็นสำคัญมาไว้ใน ตารางเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่ายในแผ่นเดียว ให้คุณเห็นภาพชัดๆ

รายละเอียดสักไรผม (SMP)ปลูกผม (Hair Transplant)
หลักการเติมสีเลียนแบบไรผมย้ายรากผมมาปลูกใหม่
ผลลัพธ์ดูเสมือนมีตอผมเต็มพื้นที่ดูเป็นธรรมชาติ จัดทรงได้
ความเจ็บปวดเจ็บเล็กน้อย คล้ายเข็มจิ้มเบาๆเจ็บเล็กน้อยตอนฉีดยาชา
ระยะพักฟื้น1–3 วัน ใช้ชีวิตได้ปกติเร็วพักฟื้นสั้น 2-3 วัน แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษช่วง 2 สัปดาห์แรก
ความคงทน2–4 ปี ต้องเติมสีผลลัพธ์ถาวร
ค่าใช้จ่าย (โดยประมาณ)15,000 – 60,000 บาท50,000 – 200,000+ บาท
ผลลัพธ์ที่ได้เหมือนตอผมสั้นเกรียน แต่ไม่สามารถไว้ยาวได้เป็นผมจริง จัดทรง ย้อม ตัดได้ตามต้องการ
ผลข้างเคียงแพ้สี ระคายเคืองเล็กน้อยอาจมีอาการบวม แดง
เหมาะกับใครผู้ที่ผมบางบางจุด ไม่อยากผ่าตัดผู้ที่ศีรษะล้านหรืออยากปลูกผมถาวร

หลังจากที่เราเปรียบเทียบกันแบบครบทุกแง่มุมแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเจ็บมากน้อย ความคงทน หรือค่าใช้จ่าย หลายคนอาจจะยังมีคำถามในใจว่า “แล้วแบบไหนล่ะ ที่เหมาะกับเรา” เพราะบางทีแค่รู้ข้อดีข้อเสียก็อาจยังไม่พอค่ะ

สักไรผม กับ ปลูกผมเลือกแบบไหนดี

ลองมาประเมินตัวเองแบบง่ายๆ ผ่านปัจจัยที่สำคัญ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าทางเลือกไหน เหมาะกับสภาพผม ไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังของคุณจริงๆ ค่ะ ปัจจัยที่ต้องพิจารณา ได้แก่

  • ลักษณะปัญหาของเส้นผมเป็นแบบไหน ถ้าผมบางเฉพาะจุด หน้าผากเถิก หรือแนวไรผมร่น การสักไรผมก็ช่วยได้ค่ะ แต่ถ้าศีรษะล้านเยอะ หรืออยากไว้ผมยาว อยากให้ดูเป็นธรรมชาติ การปลูกผมถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ
  • งบประมาณของเราประมาณเท่าไหร่ ถ้ากำลังมองหาทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะสั้น และพร้อมเติมสีเป็นระยะ สักไรผมก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ แต่ถ้ามองระยะยาว มีงบประมาณพอสมควร และอยากทำครั้งเดียวจบ ปลูกผมคือคำตอบค่ะ
  • เราคาดหวังผลลัพธ์แบบไหน ถ้าอยากได้ลุคผมแน่นขึ้นแบบทันใจ ไม่เน้นจัดทรงมาก สักไรผมตอบโจทย์ค่ะ แต่ถ้าอยากได้ผมที่หนาขึ้น สามารถเซ็ตทรง ทำสี หรือไว้ยาว ปลูกผมจะให้ความยืดหยุ่นมากกว่าค่ะ

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

แม้ว่าข้อมูลในบทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายแล้วการประเมินโดยแพทย์ด้านเส้นผม ก็ยังคงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะแพทย์จะสามารถดูสภาพหนังศีรษะของคุณจริงๆ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มของปัญหา และแนะนำวิธีที่เหมาะกับแต่ละบุคคลค่ะ

ผลลัพธ์ปลูกผมทับรอยสักที่ Hairsmith Clinic

มีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่เข้ามาปรึกษาหมอที่ Hairsmith Clinic เพื่อทำการปลูกผมทับรอยสัก ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดความเด่นชัดของรอยสักบนศีรษะ หรืออยากให้ลุคโดยรวมให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่ Hairsmith Clinic เรามีคนไข้เข้ารับการปลูกผมในลักษณะนี้ โดยใช้เทคนิคที่ช่วยให้เส้นผมใหม่สามารถขึ้นปกคลุมบริเวณรอยสักได้ แพทย์จะช่วยประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ผลที่ได้เหมาะสมและเป็นธรรมชาติมากที่สุดสำหรับแต่ละคนค่ะ

เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณค่ะ ทั้งการ สักไรผม และการปลูกผม ต่างก็มีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเจ็บ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาการพักฟื้น หรือผลลัพธ์ระยะยาว

สิ่งสำคัญคือการ ทำความเข้าใจตัวเองว่าเราต้องการอะไร คาดหวังผลแบบไหน และพร้อมดูแลตัวเองหลังทำมากน้อยแค่ไหนค่ะ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ ซึ่งจะช่วยวางแผนให้เราได้ทางเลือกที่ตรงใจ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจค่ะ

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

ประวัติแพทย์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีคำนวณจำนวนกราฟท์
Prima Tossaborvorn

วิธีคำนวณจำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ และประเมินงบปลูกผมเบื้องต้น

ต้องปลูกผมกี่กราฟท์ ขึ้นกับระดับผมบางและพื้นที่ที่ต้องการปลูก ซึ่งก็มีส่วนต่อการคิดค่าใช้จ่ายในการปลูกผมนั่นเอง สำหรับบทความนี้หมออยากชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีคำนวณกราฟ์ผม เพื่อช่วยในการประเมินและวางแผนงบปลูกผมในเบื้องต้นกันค่ะ

แผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine ปลูกผมแก้ไขได้ไหม
Prima Tossaborvorn

แผลเป็นจากการดึงหน้า Endotine ปลูกผมแก้ไขได้ไหม

สำหรับใครที่กังวล หรือกำลังเผชิญกับปัญหา แผลเป็นจาก Endotine จนทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งหมดหวังนะคะ เพราะที่ Hairsmith Clinic เรามีวิธีการแก้ไขด้วยเทคนิค ปลูกผม FUE บริเวณแผลเป็น ที่ช่วยเติมเต็มแนวไรผมให้กลับมาสวยเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี
Prima Tossaborvorn

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี 

หลายคนที่เคย กัดสีผม หรือฟอกสีเพื่อให้ได้เฉดที่ต้องการ แล้วผมขาดง่าย ยืดหยุ่นเหมือนหมี่เปียก หรือแค่หวีเบาๆ ก็หลุดเป็นกระจุก แบบนี้เรียกว่า ผมเป็นวุ้น บทความนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่าภาวะนี้อันตรายแค่ไหนแล้วจะมีวิธี ฟื้นฟูผมเสียจากการกัดสีได้อย่างไร