สาวๆ หลายคนฝันอยากมีผมบลอนด์สวยๆ แบบใน Pinterest หรือเหมือนนางแบบสายฝอที่ดูแพงแบบ Effortless แต่ก็แอบกลัวว่าจะต้องแลกมาด้วยผมแห้ง ผมช็อต หรือสีเพี้ยนเป็นสีทองหม่นๆ ไม่เป็นใจใช่ไหมคะ ความจริงแล้วผมบลอนด์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการย้อมสีผมให้สว่าง แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องเข้าใจเรื่องโทนสี เทคนิคการฟอก การเลือกเฉดที่เข้ากับสีผิว รวมถึงวิธีดูแลเส้นผมหลังทำสีให้ยังคงสวย เปล่งประกาย และไม่เสียหายไปก่อนวัย
ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกทุกเรื่องของ ผมสีบลอนด์ ตั้งแต่การเลือกเฉดสีที่ใช่ ฟอกยังไงให้ไม่ช็อต ลงสีให้เป๊ะ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลผมให้บลอนด์นาน ไม่ติดเหลือง และไม่ต้องวิ่งหาทรีตเมนต์ทุกอาทิตย์ค่ะ
ผมบลอนด์ ทำไมถึงเป็นสียอดฮิต
ถ้าพูดถึงสีผมที่ทำแล้วเปลี่ยนลุคได้แบบสุดทาง ผมบลอนด์ ต้องติดโผเป็นเบอร์หนึ่งแน่นอนค่ะ เพราะแค่เปลี่ยนสีผมให้สว่างขึ้น ก็สามารถทำให้ใบหน้าดูโดดเด่น ลุคดูเปรี้ยวขึ้น หรือนุ่มละมุนขึ้นได้ทันที ที่สำคัญคือเข้ากับทั้งลุคสาวฝรั่งสายแฟ สายหวานเกาหลี หรือแม้แต่สาวไทยผิวสองสีก็ทำให้ดูเฉี่ยวแบบเฉพาะตัวได้เหมือนกัน
ผมบลอนด์มีหลายเฉดมาก ไม่ใช่แค่บลอนด์ทองแบบสายฝอ แต่ยังมีบลอนด์หม่น บลอนด์เทา บลอนด์เบจ บลอนด์ชมพู ฯลฯ ซึ่งแต่ละเฉดก็ให้ฟีลลิ่งที่ต่างกันไป บางสีทำให้ดูซอฟต์ หวานละมุน บางสีทำให้ดูคูล เท่ แพง มีสไตล์ ซึ่งเสน่ห์ของผมบลอนด์ก็คือความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและดึงดูดสายตาที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง

แต่ขึ้นชื่อว่า ผมบลอนด์ ก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะสาวไทยที่มีพื้นผมเข้มแบบธรรมชาติ เพราะการจะให้ผมสว่างถึงระดับบลอนด์ได้นั้น ต้องผ่านการ ฟอกสีผม (Bleaching) อย่างน้อย 1–3 รอบ บางคนอาจมากกว่านั้น และนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่ผมจะเสีย แห้ง แตกปลาย หรือถึงขั้นผมช็อตได้เลย ถ้าดูแลไม่ดีพอหรือฟอกแบบไม่มืออาชีพ
สิ่งที่ต้องยอมรับก่อนตัดสินใจทำผมบลอนด์
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกของผมบลอนด์อย่างเต็มตัว ลองเช็กก่อนว่า
- คุณพร้อมจะฟอกผมหลายรอบหรือเปล่า เพราะยิ่งอยากได้เฉดที่สว่างเท่าไหร่ ยิ่งต้องฟอกหนักเท่านั้น
- คุณมีเวลาบำรุงผมหรือเปล่า ผมบลอนด์ต้องการการดูแลที่มากกว่าเดิม ทั้งแชมพูพิเศษ มาสก์ ทรีตเมนต์ และหลีกเลี่ยงความร้อน
- คุณรับได้กับค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะนอกจากค่าทำสีแล้ว ยังมีค่าดูแลต่อเนื่องอีกพอสมควรเลยค่ะ
ผมบลอนด์คือการลงทุนในลุคและบุคลิกภาพที่ให้ผลลัพธ์สวยสะกดสายตา แต่ถ้าอยากเป๊ะแบบไม่พัง ก็ต้องเข้าใจและดูแลให้ถูกทางด้วยนะคะ
เฉดสีผมบลอนด์ยอดนิยม เลือกอย่างไรให้เข้ากับสีผิวคนไทย
อยากทำผมบลอนด์ให้สวยปัง ต้องไม่เลือกแค่เพราะสวยในรูปนะคะ แต่ต้องดูว่าเฉดสี นั้นเข้ากับผิวของเราด้วยหรือเปล่า เพราะแม้บลอนด์จะมีเสน่ห์ทุกเฉด แต่ถ้าเลือกผิด อาจทำให้หน้าดูหมองหรือซีดจางได้ค่ะ
ทำความเข้าใจ Undertone ผิวคนไทย ก่อนจะไปเลือกเฉดสี มารู้จัก Undertone ของผิวกันก่อนค่ะ ผิวคนไทยส่วนใหญ่มักมีอันเดอร์โทนหลักๆ 3 แบบ
- โทนเหลือง (Warm) ผิวออกเหลือง ผิวสองสี หรือผิวแทน
- โทนชมพู (Cool) ผิวขาวอมชมพู ขาวแบบสาวเกาหลี
- โทนกลาง (Neutral) ผิวไม่เหลืองไม่ชมพูชัดเจน หรือตรงกลางระหว่างสองโทน
ผมบลอนด์หม่น (Ash Blonde)

สีบลอนด์โทนเทาหม่น หรือ Ash ดูคูลๆ แบบสายแฟ เป็นเฉดที่กำลังฮิตเลยค่ะ
- เหมาะกับ คนผิวขาวชมพู หรือโทนกลาง เพราะช่วยขับผิวให้ดูผ่อง ดูมีคลาส
- เคล็ดลับ สีนี้ต้องดูแลเยอะนิดนึงนะคะ เพราะหลุดสีง่าย ต้องใช้แชมพูม่วงช่วยคุมไม่ให้ติดเหลือง
ผมบลอนด์ทอง (Golden Blonde / Honey Blonde)

สีทองอมเหลืองนิดๆ ให้ฟีลอบอุ่น สดใส เหมือนแสงแดดค่ะ
- เหมาะกับ ผิวโทนเหลืองหรือสองสี จะช่วยให้หน้าดูสดใส สุขภาพดีมากๆ เลยค่ะ
- เคล็ดลับ ควรบำรุงบ่อยๆ เพราะสีทองจะฟอกเยอะหน่อย และอาจติดส้มได้ถ้าไม่ดูแลดีพอค่ะ
ผมบลอนด์แพลตตินัม (Platinum Blonde)

บลอนด์สุดสว่าง ไร้เม็ดสี ดูแซ่บและสายฝอสุดๆ
- เหมาะกับ คนที่ชอบลุคสายแฟ สุดทาง ผิวขาวหรือผิวกลางก็รอด
- เคล็ดลับ สีนี้ต้องฟอกหนักมากๆ และควรทำกับมืออาชีพเท่านั้น ต้องบำรุงหนักและสม่ำเสมอค่ะ
ผมบลอนด์เบจ (Beige Blonde)

โทนบลอนด์กลางๆ ที่ไม่เทาเกิน ไม่เหลืองเกิน ละมุนมากค่ะ
- เหมาะกับ ทุกโทนผิว โดยเฉพาะผิวโทนกลาง จะทำให้หน้าดูซอฟต์และนุ่มนวล
- เคล็ดลับ สีนี้ดูแลง่ายกว่าโทนแพลตตินัมและหม่น เหมาะกับมือใหม่เริ่มทำสีบลอนด์ค่ะ
ผมบลอนด์ชมพู / โรสโกลด์ (Rose Gold Blonde)

สีแฟชั่นสุดฮิตที่ยังไงก็ไม่ตกเทรนด์
- เหมาะกับ สาวหวานสายแฟทุกโทนผิว โดยเฉพาะคนผิวขาวถึงโทนกลาง
- เคล็ดลับ สีชมพูจะจางไวมาก ต้องเติมบ่อยๆ และเลี่ยงการสระผมบ่อยค่ะ
สีอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- Strawberry Blonde สีบลอนด์อมแดงอ่อนๆ ละมุนแบบสาวอังกฤษ
- Caramel Blonde บลอนด์น้ำตาลทอง เหมาะกับสาวผิวแทนมากค่ะ
เลือกเฉดให้เข้ากับผิวแล้วก็อย่าลืมคิดถึงสไตล์ที่เป็นตัวเองด้วยนะคะ จะได้มั่นใจทุกครั้งที่สะบัดผมค่ะ
ขั้นตอนทำผมบลอนด์ ฉบับคนผมเข้ม
ถ้าคุณเป็นคนผมเข้มแล้วฝันอยากมีผมบลอนด์สวยๆ เป๊ะๆ บอกเลยว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย เพราะกว่าผมจะเปลี่ยนจากโทนดำหรือน้ำตาลเข้มไปสู่สีบลอนด์ได้ จำเป็นต้องผ่าน กระบวนการฟอกสี และการลงโทนสี ที่ต้องใส่ใจมากๆ มาทำความเข้าใจในเรื่องของการทำผมสีบลอนด์กัน
ความสำคัญของการฟอกสีผม
สำหรับคนเอเชียอย่างเรา ผมส่วนใหญ่มักมีเม็ดสีเข้มแน่นมาก เรียกว่าเมลานินแบบ Eumelanin การจะทำให้สีบลอนด์ติดชัดและดูสวย จึงต้องฟอกเพื่อดึงเม็ดสีเดิมออกก่อนค่ะ
- ทำไมต้องฟอก เพราะถ้าลงสีบลอนด์ไปโดยไม่ฟอก ผมจะไม่เปลี่ยนเลย หรืออาจได้แค่บลอนด์หม่นเข้มๆ ที่ไม่ค่อยสวย
- ฟอกกี่รอบถึงจะได้ ขึ้นอยู่กับพื้นผมและเฉดที่ต้องการเลยค่ะ เช่น
- ถ้าผมดำธรรมชาติ อาจต้อง ฟอก 2–3 รอบ ขึ้นไป
- ถ้าผมเคยผ่านการกัดหรือย้อมมาก่อน อาจต้อง ปรับแผนเป็นรายบุคคล
แต่การผอกสีผมก็มีความเสี่ยงที่ต้องรู้ คือ การฟอกหลายรอบอาจทำให้ผมแห้ง ขาดง่าย และเปราะมากขึ้น เพราะโครงสร้างเส้นผมถูกทำลายนั่นเองค่ะ ต้องมีการบำรุงควบคู่เสมอ
การลงสีทับ
หลังจากฟอกเสร็จ ผมเราจะออกเหลืองอ่อนหรือส้มทอง ซึ่งไม่ใช่บลอนด์ที่เราต้องการ ขั้นตอนนี้เองที่ต้องลงโทนเนอร์ หรือ Toning เพื่อปรับเฉดให้เป็นบลอนด์ตามต้องการ เช่น หากอยากได้ บลอนด์หม่น จะใช้โทนเนอร์ที่มีเม็ดสีม่วง/น้ำเงินช่วยหักล้างความเหลือง/ส้ม หรือถ้าอยากได้ผมบลอนด์โทนอบอุ่น เช่น Honey Blonde ก็จะใช้โทนเนอร์โทนน้ำตาลทองแทนค่ะ ดังนั้นโทนเนอร์คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สีผมดูแพงและตรงปกค่ะ
ทำเอง vs ทำที่ร้าน ทำไมการเลือกช่างให้ดี
ถ้าคิดว่าฟอกเองก็ได้มั้ง อาจจะต้องหยุดคิดก่อน เพราะผมบลอนด์ไม่ใช่แค่เรื่องสีสวย แต่ต้องปลอดภัยด้วย
- ฟอกเองที่บ้าน มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งฟอกไม่เท่ากัน ผมไหม้ ผมช็อต หรือได้สีเพี้ยน
- ทำกับช่างมืออาชีพ ช่างจะดูพื้นผม วิเคราะห์โครงสร้าง และวางแผนการฟอก + ลงสี + บำรุง ให้เหมาะกับสภาพเส้นผมคุณโดยเฉพาะ
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากมีผมบลอนด์ที่สวยทั้งสี สุขภาพดีทั้งเส้นผม ลงทุนปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ
เคล็ดลับดูแล ผมบลอนด์ ให้สวยนาน ไม่กลัวเสีย ไม่ติดเหลือง
หลังจากเปลี่ยนลุคเป็นสาวผมบลอนด์สุดปังแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการดูแลผมหลังย้อม เพราะผมบลอนด์โดยเฉพาะที่ผ่านการฟอกมา จะอ่อนแอกว่าปกติและสีอาจเพี้ยนได้ง่าย ดังนั้นถ้าอยากให้ผมบลอนด์ของคุณสวยเป๊ะ สีไม่ตุ่น ไม่เหลือง และผมไม่แห้งเหมือนไม้กวาด ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดูนะคะ
การสระผมที่ถูกต้อง
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมบลอนด์ซีดเร็วและสีเพี้ยน ก็คือการสระผมที่ผิดวิธี ถ้าทำถูกวิธีก็ช่วยยืดอายุสีผมให้สวยนานขึ้นได้จริงๆ
- ไม่ควรสระผมบ่อยเกินไป แนะนำให้สระผมประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ยิ่งสระบ่อย สีผมจะยิ่งหลุดไว แถมผมก็จะแห้งง่ายอีกด้วยค่ะ
- ใช้น้ำเย็นหรืออุ่นสระผม น้ำร้อนจะเปิดเกล็ดผม ทำให้สีหลุดง่ายมากขึ้น ดังนั้นควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุ่นแทน จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและสีผมได้ดีกว่า
- ใช้แชมพูม่วงหรือแชมพูน้ำเงินเป็นประจำ แชมพูม่วงเหมาะกับผมที่ติดเหลือง ส่วนแชมพูน้ำเงินเหมาะกับผมที่ติดส้มค่ะ ช่วยคุมโทนสีไม่ให้เพี้ยน วิธีใช้คือลงแชมพูทิ้งไว้ 3-5 นาที สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งพอค่ะ
การบำรุงหลังทำผมบลอนด์
ผมที่ผ่านการฟอกย้อมมาแล้วจะอ่อนแอกว่าปกติ การบำรุงอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ค่ะ
- ครีมนวดผม ควรใช้ทุกครั้งหลังสระ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมไม่แห้งเสีย
- ทรีทเม้นท์บำรุง มาสก์ผม 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงขึ้น
- ออยล์บำรุงปลายผม ลงบำรุงเฉพาะปลายผมที่มักจะแห้งเสียได้ง่าย จะช่วยลดชี้ฟู เพิ่มความเงางาม และทำให้ผมดูสุขภาพดีค่ะ
- สเปรย์กันความร้อนก่อนหนีบ ไดร์ ม้วนผม ผมบลอนด์ไวต่อความร้อนมากค่ะ การใช้เครื่องมือไฟฟ้าโดยไม่ป้องกันจะทำให้ผมแห้งกรอบได้ง่ายเลย
- ป้องกันผมจากแสงแดด คลอรีน และน้ำทะเล แนะนำให้ใส่หมวก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจาก UV เมื่ออยู่กลางแจ้ง และสระล้างคลอรีนทันทีหลังว่ายน้ำ
- เล็มปลายผมเสียเป็นประจำ การตัดเล็มปลายผมทุก 6-8 สัปดาห์ ช่วยให้ผมดูสุขภาพดี และไม่เสียลามขึ้นไปถึงโคนค่ะ
ใครที่ลงทุนเปลี่ยนลุคเป็นสาวผมบลอนด์แล้ว อย่าลืมลงทุนเรื่องการดูแลต่อด้วยนะคะ เพราะถ้าดูแลดี ผมบลอนด์ก็จะอยู่กับคุณแบบสวย เปล่งประกาย และไม่ทำให้เสียความมั่นใจแน่นอนค่ะ
อ่านบทความที่น่าสนใจ เคล็ดลับบำรุงผม ให้สวย เงางาม
วิธีรับมือปัญหาหลังจากทำผมบลอนด์
การมีผมบลอนด์สวยๆ เป็นเป้าหมายของหลายคน แต่หลังจากทำสีแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็อาจตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งผมที่เริ่มเหลืองจนไม่สวยเหมือนวันแรก หรือผมที่แห้งเสียจนหวีแล้วสะดุดไปทั้งหัว ถ้าใครกำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้ ลองมาเช็กวิธีรับมือแบบถูกต้องกันค่ะ
ปัญหาผมติดเหลือง/ส้ม (Brassy Hair)
ทำไมผมถึงกลายเป็นสีเหลืองหรือส้ม ทั้งที่เพิ่งทำบลอนด์มาใหม่ๆ บอกเลยว่าเป็นปัญหาคลาสสิกที่สาวผมบลอนด์แทบทุกคนต้องเจอ
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ผมติดเหลืองหรือส้ม
- เม็ดสีเดิมในเส้นผมของคนเอเชีย โดยเฉพาะผมสีเข้ม จะมีเม็ดสีแดง/ส้มอยู่เยอะ
- การฟอกผมไม่ถึงระดับ ทำให้สีบลอนด์ไม่สว่างพอ
- สระผมบ่อยเกินไป จนสีหลุดไว
- การโดนแสงแดดหรือความร้อนเป็นประจำ โดยไม่ปกป้องผมเลย
วิธีแก้ปัญหาให้ผมกลับมาโทนสวย ไม่เหลืองไม่ส้ม
- ใช้แชมพูม่วง (สำหรับแก้ผมเหลือง) หรือแชมพูน้ำเงิน (สำหรับแก้ผมติดส้ม) อย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
- เข้าร้านทำสีเพื่อ ทำโทนเนอร์ (Toning) เติมเม็ดสีที่ขาดหายไป ช่วยปรับโทนให้กลับมาบลอนด์สวยแบบต้นฉบับอีกครั้ง
ปัญหาผมแห้งเสีย ชี้ฟู แตกปลาย เปราะขาดง่าย
อีกหนึ่งปัญหาที่มาคู่กับผมบลอนด์ก็คือผมเสีย เพราะการฟอกสีเป็นกระบวนการที่ทำลายโปรตีนและความชุ่มชื้นของเส้นผมอย่างหนัก ถ้าไม่ดูแลดีๆ ผมที่เคยนุ่มสลวยก็อาจเปราะขาดง่าย
สาเหตุของผมเสียหลังทำสี
- ฟอกผมหลายรอบเพื่อให้สีสว่างเพียงพอ
- ไม่ได้บำรุงผมอย่างล้ำลึกหลังจากทำสี
- ใช้ความร้อนกับเส้นผม (ไดร์ หนีบ ม้วน) โดยไม่มีตัวป้องกัน
- ไม่เล็มปลายผมที่เสีย ทำให้แตกปลายลุกลามขึ้นไปเรื่อยๆ
แนวทางฟื้นฟูผมเสียให้กลับมาสุขภาพดี
- บำรุงผมอย่างเข้มข้นด้วยมาสก์ผม หรือทรีทเม้นท์สูตรฟื้นฟูผมทำสี อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
- ใช้ออยล์หรือเซรั่มบำรุงปลายผมทุกวัน โดยเฉพาะหลังสระผมหรือก่อนไดร์
- ลดการใช้เครื่องหนีบ/ม้วน/ไดร์ และถ้าจำเป็นต้องใช้ ให้ลงสเปรย์กันความร้อนก่อนทุกครั้ง
- เล็มปลายผมที่เสีย ทุก 6–8 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ความเสียลามไปถึงโคน
ผมบลอนด์สวยๆ จะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำสีด้วยนะคะ ถ้าคุณใส่ใจสม่ำเสมอ รับรองว่าผมบลอนด์ของคุณจะไม่ใช่แค่สวย แต่ยังดูสุขภาพดีน่าสัมผัสอีกด้วย
สัญญาณเตือน เมื่อผมเสียหนักจากการทำสี
การทำสีบลอนด์ต้องผ่านการฟอก ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างเส้นผมโดยตรง ถ้าทำบ่อยหรือดูแลไม่ดี ผมอาจเสียสะสมจนฟื้นฟูเองไม่ไหวได้เลยค่ะ สัญญาณที่ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- ผมขาดร่วงมากผิดปกติ
- ผมเปื่อยยุ่ยเวลาสระ
- ปลายผมช็อต แข็งเหมือนลวด
ถ้ามีอาการเหล่านี้ แปลว่าผมคุณอาจเสียลึกถึงระดับแกนแล้วค่ะ การบำรุงทั่วไปอาจไม่พอ ต้องใช้การฟื้นฟูแบบล้ำลึก เช่น ทรีทเม้นท์เติมโปรตีน หรือเคราติน
เกร็ดความรู้ ผมบลอนด์ตามธรรมชาติ
รู้ไหมคะว่าไม่ใช่ทุกคนบนโลกที่ต้องฟอกผมเพื่อได้สีบลอนด์ เพราะบางคนเกิดมาก็มีผมสีนี้เลยแบบธรรมชาติ ผมบลอนด์ตามธรรมชาติเกิดจาก ยีนด้อย ที่ควบคุมเม็ดสีเมลานินในเส้นผมน้อยกว่าปกติ ทำให้ผมดูอ่อนสี กลายเป็นสีทอง สีบลอนด์ หรือแม้แต่แพลตตินัมอ่อนๆ ได้เลย
คนที่มีผมบลอนด์โดยกำเนิดส่วนใหญ่จะมาจากแถบยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และบางส่วนของรัสเซีย ในบางพื้นที่ของหมู่เกาะแปซิฟิก เช่น ปาปัวนิวกินี ก็พบคนที่มีผมบลอนด์ธรรมชาติเช่นกัน ถึงแม้จะมีผิวเข้ม ซึ่งถือว่าเป็นความพิเศษของยีนในพื้นที่นั้นเลยค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผมสีบลอนด์
ยังลังเลกับผมบลอนด์ใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟอกกี่รอบ ผมจะเสียไหม หรือผมติดเหลืองจะแก้ยังไง เรารวมคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยไว้ให้แล้วค่ะ อ่านตรงนี้ก่อนตัดสินใจกันนะคะ
อยากทำผมบลอนด์ต้องฟอกกี่รอบ แล้วผมจะเสียไหม
จำนวนรอบในการฟอกสีผมขึ้นอยู่กับพื้นผมของแต่ละคน ถ้าผมเข้มมาก อาจต้องฟอก 2–3 รอบขึ้นไป เพื่อให้ได้เฉดสีผมบลอนด์ที่สว่างพอ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการฟอกสีหลายรอบเสี่ยงผมเสียจากการฟอกได้ง่ายถ้าดูแลไม่ดี แนะนำให้ทำกับมืออาชีพและบำรุงควบคู่กันไปค่ะ
จะเลือกเฉดสีผมบลอนด์ยังไงให้เข้ากับผิวเรา
ดู Undertone ผิวเราก่อนเลยค่ะ เช่น ผิวโทนเหลืองจะเหมาะกับ ผมบลอนด์ทอง หรือ Caramel Blonde ส่วนผิวขาวชมพูจะเข้ากับ ผมบลอนด์หม่น หรือ ผมบลอนด์เทา ได้ดีค่ะ ถ้าไม่แน่ใจ ลองปรึกษาช่างหรือใช้แอปเทียบสีก็ได้ค่ะ
ทำไมผมถึงแห้งเสียหลังย้อมผมบลอนด์ มีวิธีฟื้นฟูไหม
เพราะการฟอกสีผมจะทำลายโครงสร้างเส้นผม ทำให้ผมสูญเสียโปรตีนและความชุ่มชื้น ถ้าดูแลไม่ดีจะช็อต หรือขาดง่ายได้เลยค่ะ วิธีบำรุงผมทำสีที่แนะนำคือใช้มาสก์สูตรเข้มข้น ทรีทเมนต์เติมเคราติน และเลี่ยงความร้อน รวมถึงใช้เซรั่มบำรุงปลายผมเป็นประจำค่ะ
ย้อมผมบลอนด์เองที่บ้านได้ไหม หรือควรไปทำที่ร้าน
สำหรับผมสีเข้ม แนะนำอย่าฟอกเองที่บ้านเลยค่ะ เพราะถ้าฟอกไม่เท่ากันอาจผมไหม้หรือช็อตได้ง่าย การทำสีย้อมผมบลอนด์ให้เป๊ะและปลอดภัยควรทำโดยช่างที่มีประสบการณ์และรู้จักโครงสร้างผมค่ะ
ผมเริ่มเสียหลังฟอก ผมเปื่อยยุ่ยเวลาเปียก ต้องทำยังไงดี
ถ้ามีอาการแบบนี้แปลว่าผมอาจเสียถึงระดับแกนผมแล้วค่ะ วิธีแก้คือต้องฟื้นฟูผมทำสี แบบล้ำลึก เช่น ทำเคราติน หรือโปรตีนบำรุงเฉพาะทาง และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีเครื่องมือตรวจสภาพเส้นผมโดยเฉพาะค่ะ
สรุป ผมบลอนด์สวยได้ แค่เข้าใจและใส่ใจดูแล
ผมบลอนด์ คือเสน่ห์ที่หลายคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะเป็นลุคหวานละมุน หรือสวยสับสไตล์สายฝอ แต่ความสวยนี้ก็ต้องแลกมาด้วยความใส่ใจมากกว่าปกติ เพราะการฟอกและย้อมสีบลอนด์ โดยเฉพาะบนพื้นผมเข้มแบบคนไทย ต้องอาศัยทั้งเทคนิคและการบำรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผมเสีย ช็อต หรือสีหลุดง่าย
สิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นฐานผมที่แข็งแรง ถ้าผมสุขภาพดีตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถรองรับการเปลี่ยนสีได้อย่างสวยงามและปลอดภัยมากขึ้น และถ้าทำไปแล้วรู้สึกว่าผมเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน อย่ารอช้า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและดูแลอย่างถูกต้องได้ที่ hairsmithclinic.com



