ผมช็อต คืออะไร สาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาผมเสียขั้นรุนแรง

/
/
ผมช็อต คืออะไร สาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาผมเสียขั้นรุนแรง
ผมช็อต คืออะไร สาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาผมเสียขั้นรุนแรง
สารบัญบทความ แสดง

ผมช็อต คือ เส้นผมเสียจนโครงสร้างผมด้านในถูกทำลาย ทำให้ผมแห้งกรอบ ขาด เปราะยุ่ยและไม่มีความยืดหยุ่น เวลาจับจะรู้สึกสาก ผมไม่เรียบลื่น เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น การฟอกหรือทำสีผมบ่อยจนเกินไป ยืด ดัด รวมถึงการใช้ความร้อนกับเส้นผมเป็นประจำ วิธีดูแลและฟื้นฟูผมช็อตสามารถทำได้ง่ายๆ อย่างการงดทำเคมีกับเส้นผม หมั่นบำรุงผมด้วยทรีทเม้นต์และเล็มปลายผมออก


ถ้าคุณเคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าเส้นผมดูไม่เหมือนเดิม แห้งกรอบ เปราะ ขาดง่าย หรือแม้แต่ผมเปียกแล้วมีลักษณะผมเปื่อยยุ่ยนั่นอาจหมายความว่า คุณกำลังเจอกับภาวะที่เรียกว่าผมช็อต ค่ะ ซึ่งภาวะผมช็อตไม่ใช่แค่ผมเสียธรรมดา แต่เป็นขั้นรุนแรงที่โครงสร้างเส้นผมถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ง่ายๆ การดูแลรักษาจึงต้องมีความเข้าใจและทำอย่างต่อเนื่อง

การเข้าใจอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้จะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับภาวะนี้ให้ครบทุกแง่มุม เพื่อให้คุณสามารถดูแลเส้นผมได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยมากขึ้นค่ะ

หลายคนที่มีภาวะผมช็อตอาจไม่รู้ตัวค่ะ เพราะว่าเป็นปัญหาที่มีความคล้ายกับผมเสียทั่วไป โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรก แต่หากปล่อยไว้นานยิ่งทำให้ผมเสียหนักมากขึ้น การที่รู้ถึงสัญญาณเตือน และอาการเริ่มต้นของผมช็อตจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ได้รับการดูแล และหาวิธีแก้ผมช็อตเร่งด่วนได้ทันทีค่ะ โดยสัญญาณเตือนเบื้องต้นที่พบบ่อย มีดังนี้

เช็กอาการ ผมช็อต

เปียกแล้วเปื่อยยุ่ย เหมือนวุ้น หรือ ดึงแล้วยืดขาดง่ายผิดปกติ

เส้นผมเมื่อเปียกแล้วมีลักษณะเปื่อยยุ่ย เหมือนเส้นวุ้น หรือยืดออกได้มากผิดปกติแล้วขาดทันที นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าโครงสร้างภายในของผมถูกทำลายจนขาดความยืดหยุ่นในระดับที่รุนแรงแล้วนะคะ

แห้งแล้วแข็งกระด้างเหมือนไม้กวาด ชี้ฟู จัดทรงยาก

หากลองสัมผัสผมแล้วรู้สึกถึงความแข็ง แห้งกร้าน และไม่มีความเงางาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาพร้อมกับอาการชี้ฟูอย่างรุนแรงจนไม่สามารถจัดแต่งทรงได้ หากเป็นแบบนี้คือสัญญาณที่บอกว่าเส้นผมสูญเสียเคราตินและน้ำมันธรรมชาติไปจนเกือบหมดแล้วค่ะ

ผมขาดร่วงมากผิดปกติ แค่สางเบาๆ ก็หลุดติดมือ

เมื่อลองสางเบา ๆ หรือแค่ใช้ผ้าซับเบา ๆ แล้วมีเส้นผมขาดร่วงจำนวนมาก แปลว่าผมเปราะบางขั้นวิกฤต ไม่สามารถทนทานต่อแรงดึงได้ ซึ่งเป็นปัญหาผมช็อตที่มีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาค่ะ

ปลายผมแตกพรุน ไล่ระดับสูงขึ้น

ผมที่ปลายแตกเป็นเสี้ยน หรือขาดจนไล่ขึ้นมาจากปลายไปถึงช่วงกลางผม เป็นลักษณะของผมที่โครงสร้างชั้นนอก (Cuticle) ถูกทำลายจนไม่สามารถปกป้องชั้นในได้อีกต่อไป ทำให้เส้นผมอ่อนแอและขาดหลุดร่วงได้ง่าย

ผมดูไม่มีชีวิตชีวา สีซีดจาง ไม่เงางาม

ผมช็อตมักจะไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นหรือสีผมได้ ส่งผลให้สีดูซีดหมอง และดูไม่มีน้ำหนัก แม้จะได้รับการบำรุงแค่ไหนก็ไม่สามารถคืนชีวิตชีวาของเส้นผมกลับมาได้ 

หลายคนสงสัยว่าดูแลเส้นผมตามปกติแล้วแต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี โดยเฉพาะคนที่เคยมีผมสุขภาพดีแล้วกลายเป็นผมช็อตเสียหาย ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมถูกทำลายจนกลายเป็นผมช็อตนั้น มาจากปัจจัยต่อไปนี้ 

สาเหตุ ผมช็อต

การทำเคมีที่รุนแรงหรือถี่เกินไป

บางคนมีผมเสียจากการฟอกสี เช่น การฟอกสีซ้ำหลายรอบ การยืดหรือดัดผมบนผมที่มีโครงสร้างอ่อนแอ หรือการทิ้งน้ำยาเคมีไว้นานเกินไป ทั้งหมดนี้จะทำลายพันธะโปรตีนในเส้นผมโดยตรงจนเกิดปัญหาผมช็อตค่ะ 

การใช้ความร้อนสูงจัดเป็นประจำ

การหนีบหรือม้วนผมด้วยอุณหภูมิสูงที่มีความร้อนจัด โดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อน จะเร่งการเสื่อมสภาพของแกนผม ทำให้ผมสูญเสียความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น พร้อมกับผมเสียขาดง่าย

การทำเคมีหลายอย่างทับซ้อนกัน

การทำสีผมหรือจัดแต่งทรงเป็นประจำ ทำให้ผมได้รับสารเคมีมากเกินไป เช่น ยืดแล้วทำสีต่อทันที ผมที่เพิ่งถูกทำเคมีจะเปราะและไวต่อสารใหม่ที่เข้าไปซ้ำเติม ทำให้ผมช็อตได้ง่ายมาก

สภาพเส้นผมเดิมที่อ่อนแอ

บางคนมีพื้นฐานผมบาง ผมแห้ง โครงสร้างผมไม่แข็งแรง หรือไม่เคยผ่านการบำรุงมาก่อน ทำให้เส้นผมไม่ทนต่อความร้อนหรือเคมี เมื่อเจอกับปัจจัยเหล่านี้ จึงทำให้เส้นผมช็อตและเสียหายได้เร็วขึ้นค่ะ

เมื่อเจอกับปัญหาผมช็อต สิ่งที่ต้องรีบทำคือการทรีตเมนต์ผมช็อต หรือรีบปรึกษาแพทย์เป็นกรณีเร่งด่วนค่ะ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องรีบทำทันทีและห้ามทำเด็ดขาดเมื่อผมช็อต หมอได้สรุปมาให้ดังนี้ค่ะ 

สิ่งที่ควรทำทันที 

  • หยุดทำเคมีทุกชนิดทันที เช่น ฟอก ทำสี ยืด ดัด
  • หยุดใช้ความร้อนจัดในการดูแลผม เช่น ไดร์ลมร้อน หนีบ ม้วนผม
  • เปลี่ยนมาใช้แชมพูหรือครีมนวดสูตรอ่อนโยน
  • จัดการเส้นผมด้วยความอ่อนโยนและถูกวิธี ไม่ขยี้ ไม่หวีผมขณะเปียก
  • หมักผมด้วยทรีตเมนต์ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผมจากภายใน

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ห้ามซ้ำเติมด้วยการย้อมผมหรือยืดผม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนในการสระผม
  • ห้ามขยี้หรือหวีผมแรงๆ โดยเฉพาะตอนเปียก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือซิลิโคน

การซ่อมผมช็อตก่อนที่จะลุกลามไปสู่ปัญหาใหญ่ สามารถดูแลและฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง ดังนี้

  1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่ เลือกแชมพู ครีมนวด มาสก์ผม ที่เหมาะกับปัญหาและสภาพเส้นผม  ทำทรีตเมนต์เป็นประจำ หมักผมสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยฟื้นฟูผมปกป้องเส้นผมในชีวิตประจำวัน ใช้เซรั่มเคลือบผมปกป้องความชื้น สวมหมวกเมื่อออกแดด หลีกเลี่ยงคลอรีนจากสระว่ายน้ำ และใช้ปลอกหมอนผ้าไหมหรือซาตินเพื่อลดแรงเสียดสีขณะนอนหลับ
  2. ตัดส่วนที่เสียทิ้ง หากปัญหาผมเกินเยียวยาควรตัดผมเสียออกบ้าง เพื่อไม่ให้ปัญหาผมช็อตลุกลามขึ้นไป ช่วยให้ผมที่เหลือดูสุขภาพดีและดูแลได้ง่ายขึ้น

ต้องบอกตามตรงค่ะว่า “ผมช็อต” คือภาวะที่เส้นผมเสียหายถึงขั้นโครงสร้างภายใน พันธะโปรตีนและเคราตินถูกทำลาย ซึ่งไม่สามารถซ่อมแซมให้เหมือนเดิม 100% ได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยให้ผมดูดีขึ้นได้มาก เช่น มีความชุ่มชื้น เรียบลื่น จัดทรงง่าย และลดการขาดร่วง โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ผมเสียมากขึ้นระหว่างที่รอผมใหม่ที่แข็งแรงงอกขึ้นมาแทน การดูแลหนังศีรษะให้สะอาด บำรุงรากผม และเลี่ยงปัจจัยทำร้ายเส้นผม คือหัวใจสำคัญที่จะสร้างผมใหม่ให้ดีและแข็งแรงกว่าเดิมค่ะ

แม้ว่าผมช็อตจะค่อยๆ ฟื้นฟูให้กลับมามีสุขภาพผมที่ดีขึ้นได้บ้าง แต่การป้องกันย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้เกิดผมช็อตซ้ำรอยเดิม เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงของเส้นผมและหนังศีรษะได้ สำหรับใครที่กังวลเกี่ยวกับผมช็อต ลองใช้วิธีต่อไปนี้ในการป้องกันได้ค่ะ 

  • ประเมินสภาพผมก่อนทำเคมีทุกครั้ง และควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล หรือให้คำแนะนำก่อนทำเคมีทุกครั้ง
  • เว้นระยะเวลาระหว่างการทำเคมีอย่างเหมาะสม เช่น ฟอกสีควรเว้นอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
  • บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงก่อนและหลังทำเคมีเสมอ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนทุกครั้งที่ใช้เครื่องหนีบ ม้วน หรือไดร์ผมด้วยความร้อน
  • หมั่นดูแลผมเป็นประจำด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผม

ผมช็อตอาจทำให้หลายคนรู้สึกหมดหวัง แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่จุดจบของเส้นผมค่ะ แม้จะฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิม 100% ไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลให้ดีขึ้นอย่างเห็นผลได้ แล้วค่อยๆ บ่มเพาะเส้นผมใหม่ให้เกิดขึ้นมาอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมได้นะคะ ขอแค่มีวินัยในการดูแลผม ให้ความสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน เท่านี้ก็ช่วยให้ผมของคุณกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งแล้วค่ะ

สังเกตอย่างไรว่าเรากำลังมีภาวะผมช็อต

อาการเด่นชัด ได้แก่ ผมเปียกแล้วเปื่อยยุ่ยหรือยืดขาดง่าย ผมแห้งกรอบแข็งจัดทรงไม่ได้ ขาดร่วงง่าย ปลายผมแตกพรุน และสีผมดูซีดหมองแม้จะบำรุงแล้ว

การดูแลผมช็อตเองทำได้แค่ไหน

หากไม่เสียหายหนักมาก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูที่บ้านได้ เช่น มาสก์ผม ทรีตเมนต์เข้มข้น และผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อน เพื่อช่วยให้ผมดูดีขึ้น

ผมช็อตควรใช้แชมพูแบบไหน

ควรเลือกแชมพูสูตรอ่อนโยน ปราศจากซัลเฟต (Sulfate-Free) และมีส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผม เช่น เคราติน เซราไมด์ 

แชร์บทความนี้

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี
Prima Tossaborvorn

กัดสีผม ผมเป็นวุ้น แก้ไขอย่างไรให้ผมกลับมาสวยสุขภาพดี 

หลายคนที่เคย กัดสีผม หรือฟอกสีเพื่อให้ได้เฉดที่ต้องการ แล้วผมขาดง่าย ยืดหยุ่นเหมือนหมี่เปียก หรือแค่หวีเบาๆ ก็หลุดเป็นกระจุก แบบนี้เรียกว่า ผมเป็นวุ้น ซึ่งเป็นภาวะที่เส้นผมเสียหายอย่างรุนแรงจากกัดสีผม บทความนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่า ทำไมกัดสีแล้วผมถึงเป็นวุ้น ภาวะนี้อันตรายแค่ไหนแล้วจะมีวิธี ฟื้นฟูผมเสียจากการกัดสีได้อย่างไร

7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด
Prima Tossaborvorn

7 วิธี เร่งหนวดยาวแบบธรรมชาติ ก่อนตัดสินใจปลูกหนวด

หลายคนอยากไว้หนวดเคราให้ดูเข้ม เท่ และเสริมความมั่นใจ แต่กลับพบว่าหนวดเคราขึ้นช้า แหว่งบาง ไม่เป็นทรงตามต้องการ จริงๆ แล้วการเร่งหนวดเคราให้ยาวเร็วขึ้นทำได้ไม่ยาก เพียงเข้าใจวิธีดูแลที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวม 7 วิธีเร่งหนวดเครายาว เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และคนที่อยากให้เคราดูเต็มและสุขภาพดีมากขึ้น

ความเครียดทำให้ผมร่วงได้อย่างไร
Prima Tossaborvorn

ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงมั้ย พร้อมวิธีจัดการอย่างได้ผล

เครียดจนผมร่วง เป็นแค่คำพูดติดปาก หรือเรื่องจริงกันแน่ หลายคนอาจเคยสังเกตว่าหลังผ่านช่วงงานหนัก เครียดจากชีวิตส่วนตัว หรือเจอเรื่องสะเทือนใจ ผมเริ่มร่วงเยอะกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็เริ่มสงสัยว่า ความเครียดทำให้ผมร่วงจริงหรือเปล่า