บอกลาผมบางด้วย PRP TREATMENT

บอกลาผมบางด้วย PRP TREATMENT_1

ผมบางมาก…แก้ไขได้

ระยะผมบางที่ยังไม่ถึงขั้นหัวล้านจนไม่เหลือรากผมแล้ว ถ้าเราไหวตัวทัน ก็ยังไ่ม่สายเกินไปที่จะทำให้บริเวณที่บางจนเห็นหนังศีรษะกลับมาหนาและแข็งแรงได้อีกครั้งนะคะ เพราะเส้นผมบริเวณที่บางนั้นยังมีรากผมอยู่ แต่ผมแค่เส้นเล็กลงและอ่อนแอ ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ทำอะไร ผมเส้นเล็กๆ เหล่านั้นก็จะหลุดร่วงไป และถ้ายังปล่อยให้ผมร่วงไปเรื่อยๆ จนครบวงจรของเส้นผมจะทำให้ผมในบริเวณนั้นๆ  ไม่งอกกลับขึ้นมาใหม่และทำให้เข้าสภาวะหัวล้านนั่นเองค่ะ

หมอเคยมีเขียนถึงวิธีการรักษาผมร่วง ผมบางด้วยการใช้เซรั่มปลูกผมต่างๆ มาบ้างแล้ว หรือการทานวิตามินบำรุง รวมไปถึงการทานยาปลูกผม เช่น Minoxidil และ Finasteride ตามที่แพทย์วินิจฉัยและแนะนำให้ทาน แต่สำหรับคนไข้บางคน พอหมอบอกว่าต้องทานยาติดต่อกันไปตลอดเพื่อช่วยไม่ให้ผมธรรมชาติบางลงอีก คนไข้ถึงกับตกใจ และถอดใจไม่ทานยาเลยก็มี หรือในคนไข้ที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นต่างๆ นาๆ ล้วนเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ค่ะ วันนี้หมอจึงอยากมาแนะนำถึงอีก 1 วิธี ที่ช่วยรักษาผมร่วงผมบางเพื่อให้เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากทานยาเพราะกลัวผลข้างเคียงจากตัวยาค่ะ

PRP TREATMENT อีกหนึ่งนวัตกรรมในการรักษาผมร่วงผมบาง

ทรีทเม้นต์ PRP หรือที่ย่อมาจาก Platelet Rich Plasma ที่แปลตรงตัวว่า พลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นซึ่งประกอบไปด้วย พลาสมา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เจ้าตัวเกล็ดเลือดนี่แหละค่ะ ที่อุดมไปด้วย Growth Factor ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เกิดจากการบาดเจ็บ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดอีกด้วย โดยตัว PRP ได้มาจากการนำเลือดของคนไข้มาปั่นในเครื่อง Centrifuge แยกชั้นและสกัดออกมาจนได้ PRP หลังจากนั้นก็นำมาฉีดกลับเข้าไปบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบาง ส่วน PRP ที่คุณภาพดีและมีความเข้มข้นสูงจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เครื่องปั่น Centrifuge และ Tube หรือหลอดที่ออกแบบเฉพาะเพื่อให้สามารถแยกชั้นได้ง่ายซึ่งต้นทุนก็จะสูงกว่าหลอดทดลองธรรมดาๆ ค่ะ และแน่นอนว่าการเลือกอุปกรณ์เหล่านี้ของแต่ละคลินิก ทำให้มีผลต่อราคาที่แตกต่างกันตั้งแต่ 2,000-13,000 บาทต่อครั้ง

บอกลาผมบางด้วย PRP TREATMENT 2

ความบ่อยครั้งในการทำทรีทเม้นต์ PRP เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดของคนไข้ที่เริ่มทำช่วงแรกๆ คือการทำเดือนละครั้งติดต่อกัน 3 เดือน หลังจากนั้นก็สามเดือนครั้งนึงค่ะ โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนที่ 6-12 ค่ะ

ข้อดี

ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 1ชัวโมงค่ะเนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด ดังนั้นจึงไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น

ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการแพ้หรือผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ เพราะเป็นการฉีดเกล็ดเลือดที่ได้จากร่างกายตนเอง นอกจากคนไข้จะแพ้เข็ม

เป็นตัวเลือกที่ได้ผลดีสำหรับคนไข้ที่ไม่อยากทานยาเลย หรืออยากทำ PRP เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์ที่ดีขึ้นไปอีก

ข้อจำกัด

การทำทรีทเม้นต์ PRP ต้องคอยทำต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อใดที่คนไข้หยุด ผมก็จะกลับมาบางและร่วงอีกเหมือนเดิมตามกรรมพันธุ์ คล้ายๆกับการทานยาค่ะ

ราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าการรักษาแบบการทานยา

ทรีทเม้นต์ PRP ไม่สามารถทำได้ทุกคนค่ะ ดังนั้นคนไข้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการเข้ารับบริการ

อย่างไรก็ตามทรีทเม้นต์ PRP พูดง่ายๆก็คือเหมือนเป็นการให้อาหารเสริมกับเส้นผม ไม่ใช่หนึ่งในวิธีการปลูกผมอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจผิดกันนะคะ ดังนั้นวิธีนี้จะไม่ได้ช่วยบริเวณที่ล้านไปแล้ว แต่จะช่วยในบริเวณที่ยังมีรากผมหรือผมเส้นเล็กลงจนบางอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคนด้วยค่ะ ถ้ายังสงสัยว่าหมอจะรู้ได้ยังไงว่าบริเวณไหนยังมีรากผม ทำนัดเข้ามาหาหมอที่ Hairsmith clinic ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหมอจะตรวจเส้นผมโดยใช้กล้อง Dermatoscope ส่องให้ดูไปพร้อมๆ กัน แล้วพบกันนะคะ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปลูกผม DHI
บทความ
Prima Tossaborvorn

ความเข้าใจผิดระหว่างวิธีปลูกผม DHI กับ FUE

หมอได้ยินคำถามจากคนไข้ต่างชาติว่าวิธีปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ดีกว่า วิธีปลูกผม FUE ยังไง คำถามนี้แอบทำให้หมอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากด้วยกลยุทธ์โฆษณาในปัจจุบัน บ่อยครั้งมันทำให้คนไข้เริ่มเข้าใจผิด หมออยากเขียนอธิบายเกี่ยวกับวิธีปลูกผม DHI และวิธีปลูกผม FUE ดังนี้ค่ะ

ช่องเสือร้องไห้ YOUTUBER ชื่อดัง เลือกเข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ HAIRSMITH CLINIC_1
บทความ
Prima Tossaborvorn

ช่องเสือร้องไห้ ยูทูปเบอร์ชื่อดัง เลือกเข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ Hairsmith Clinic

เมื่อช่องเสือร้องไห้ มีผู้ติดตามบนยูทูปกว่า 3 ล้านคน เข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ Hairsmith Clinic พบกับความสนุกสนานพร้อมสอดแทรกสาระความรู้การปลูกผม และสาระน่ารู้เกี่ยวกับเส้นผม

ปลูกผมแบบ NON-SHAVEN FUE กับ FUE ต่างกันอย่างไร_1
บทความ
Prima Tossaborvorn

ปลูกผมแบบ NON-SHAVEN FUE กับ FUE ต่างกันอย่างไร

เข้าใจลึกซึ้งในการเปรียบเทียบระหว่างการปลูกผมแบบ Non-Shaven FUE และ FUE ทั่วไป ทำความเข้าใจในข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี, รวมถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าตัด หาคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเลือกระหว่างวิธีการปลูกผมแบบ Non-Shaven FUE หรือ FUE ทั่วไป ทำให้การตัดสินใจของคุณเป็นไปอย่างมีข้อมูลและมั่นใจ.

ทำไมถึงเลือกปลูกผมถาวรที่ HAIRSMITH CLINIC_1
ข่าวสาร
Prima Tossaborvorn

Buffet Channel ช่องยูทูปชื่อดังตัดสินใจปรึกษาปลูกผม

เติ้ลและชิน Buffet Channel เล่าถึงประสบการณ์ในการตัดสินใจปลูกผมที่ Hairsmith Clinic หลังจากได้เห็นรีวิวจากช่อง YouTube ของพี่ๆ เสือร้องไห้ หลังจากปรึกษากับแพทย์ที่คลินิก, รู้สึกประทับใจกับความเชี่ยวชาญและคำแนะนำที่ได้รับ ที่สำคัญ, การออกแบบแนวผมที่เหมาะสมกับรูปหน้า จึงตัดสินใจเลือกปลูกผมที่ Hairsmith Clinic รอติดตามผลลัพธ์กันได้เลย