สวัสดีค่ะ ชื่อจีนนะคะ เป็นนักไวโอลินอาชีพค่ะ งานส่วนใหญ่ต้องขึ้นแสดงบนเวที ถ่ายรูปและแต่งหน้าทำผมค่อนข้างบ่อยจริงๆ แล้วเราไม่ได้มีปัญหาผมบางหรือผมร่วงอะไรนะคะ แต่มีเรื่องที่ไม่ค่อยมั่นใจมาตั้งแต่เด็ก คือแนวไรผมบริเวณขมับที่เว้าลึกทั้งสองข้าง เวลาเกล้าผมหรือรวบผมตึงจะรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูแข็งกว่าที่อยากให้เป็น บางครั้งมองรูปตัวเองแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าดูคล้ายผู้ชาย ทั้งที่แต่งหน้าเต็มแล้วก็ตาม
สามารถติดตามผลงานของจีนได้ที่ YouTube: ViolinJina ค่ะ

จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจปลูกผม
ด้วยอาชีพที่ต้องออกงานและถ่ายรูปบ่อย ทำให้เราใส่ใจกับเรื่องนี้พอสมควร เวลาทำผมก็มักจะเลือกทรงที่ช่วยปิดบริเวณขมับไว้เสมอ ถ้าจำเป็นต้องรวบผมจริงๆ ก็จะคอยเช็กมุมตลอด หรือบางครั้งก็แต่งรูปเพิ่มเติมก่อนโพสต์ลงโซเชียล ก่อนหน้านี้เคยลองหลายวิธีค่ะ ทั้งเปลี่ยนทรงผม ใช้แป้งปิดไรผม หรือแม้แต่ใส่วิก แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่ายังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ เพราะต้องคอยพึ่งตลอด และบางครั้งก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเวทีที่มีแสงส่องค่อนข้างแรง
จุดเริ่มต้นของการปลูกผมมาจากตอนที่เราเห็นรีวิวของผู้หญิงคนอื่นๆ ในอินเทอร์เน็ตค่ะ ตอนนั้นเพิ่งรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงนิยมปลูกผมเพื่อปรับแนวไรผมกันเยอะกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้เรามองว่าการปลูกผมเป็นเรื่องของผู้ชายที่มีปัญหาศีรษะล้านเท่านั้น แต่พอได้เห็นเคสของผู้หญิงที่ปลูกเพื่อปรับกรอบหน้า ลดความกว้างของหน้าผาก หรือเติมขมับให้ดูสมดุลขึ้น ก็เริ่มสนใจมากขึ้น เพราะผลลัพธ์ที่เห็นดูเป็นธรรมชาติ และช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้พอสมควร
หลังจากหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ เราเข้าไปปรึกษาที่ Hairsmith Clinic เพื่อดูว่าปัญหาของเราสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ตอนปรึกษา คุณหมออธิบายว่าจริงๆ แล้วแนวไรผมมีผลกับภาพรวมของใบหน้ามากกว่าที่หลายคนคิด ถ้าแนวผมเว้าลึกเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูแข็งขึ้นได้
สิ่งที่เราชอบคือคุณหมอไม่ได้พยายามออกแบบให้แนวผมต่ำลงเยอะๆ แต่จะดูตามสัดส่วนใบหน้าจริง และออกแบบให้แนวผมดูโค้งนุ่มขึ้น เหมาะกับรูปหน้าของเรา เราเลือกปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ค่ะ ตอนแรกกังวลเรื่องการโกนผมด้านหลังมาก เพราะเป็นผู้หญิงและไว้ผมยาวมาตลอด แต่พอคุณหมออธิบายว่าบริเวณที่นำรากผมออกจะอยู่ด้านใน และผมด้านบนสามารถปิดได้อยู่แล้ว ก็สบายใจขึ้น
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: ปลูกผม FUE เทคนิคแผลเล็ก เจ็บน้อย ดูดีอย่างมั่นใจ

หลังปลูกผมเป็นอย่างไร
หลังทำจริงๆ คนรอบตัวแทบไม่มีใครสังเกตเห็นเลยค่ะ เพราะผมยาวช่วยปิดบริเวณที่โกนไว้ได้ค่อนข้างดี ช่วงแรกหลังปลูกก็มีช่วงที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษตามปกติ จากนั้นผมที่ปลูกจะค่อยๆ เข้าสู่วงจรการเจริญเติบโตของมันเอง ต้องอาศัยเวลาและความอดทนพอสมควร
สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดหลังจากผมเริ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องความหนาของเส้นผม แต่เป็นเรื่องของการทำผมค่ะ เมื่อก่อนเวลาเกล้าผมหรือรวบผมขึ้นแสดง เราจะรู้สึกไม่มั่นใจตลอด เพราะต้องคอยมองว่าขมับดูเว้าหรือเปล่า หน้าดูแข็งเกินไปไหม แต่พอแนวไรผมเต็มขึ้นตามที่ออกแบบไว้ ความรู้สึกเหล่านั้นลดลงไปมาก
ผลลัพธ์หลังปลูกผมครบ 1 ปี
ตอนนี้สามารถเลือกทรงผมได้หลากหลายขึ้น ทั้งแสกกลาง รวบตึง หรือเกล้าผม โดยไม่ต้องคอยหาวิธีปิดบริเวณขมับเหมือนเมื่อก่อน อีกอย่างที่สังเกตได้คือเวลาแต่งหน้า รู้สึกว่าภาพรวมของใบหน้าดูสมดุลขึ้น แม้จะใช้การแต่งหน้าแบบเดิมก็ตาม บางครั้งดูรูปเก่าๆ แล้วยังรู้สึกถึงความแตกต่างอยู่เหมือนกัน

สำหรับเรา การปลูกผมครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แต่เป็นการแก้ปัญหาเล็กๆ ที่อยู่กับเรามานาน และทำให้รู้สึกสบายใจกับตัวเองมากขึ้น ถ้ามีผู้หญิงคนไหนที่มีปัญหาเรื่องแนวไรผมเว้า ขมับลึก หรือรู้สึกไม่มั่นใจกับกรอบหน้าของตัวเอง อยากบอกว่าการปลูกผมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ อย่างน้อยสำหรับเรา มันช่วยให้การแต่งหน้า ทำผม และการขึ้นแสดงในแต่ละครั้ง เป็นเรื่องที่สบายใจขึ้นกว่าเดิมมากค่ะ





