คุณหลุยส์ The Rapper

/
/
คุณหลุยส์ The Rapper
หลุยส์ The rapper ปลูกผม

สวัสดีครับทุกคน ผม หลุยส์ The Rapper นะครับ หรือที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาผมในบทบาทพิธีกรรายการ The Rapper วันนี้ผมไม่ได้จะมาแร็ป หรือมาประกาศผลอะไร แต่ผมอยากจะมาแชร์มหากาพย์ เรื่องเส้นผมของผมเองซึ่งบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เปลี่ยนความมั่นใจและชีวิตการทำงานของผมไปเยอะมาก

ถ้าใครที่ติดตามผมมาตลอด หรือเห็นผมตามหน้าจอโทรทัศน์ อาจจะดูเหมือนผมเป็นคนมั่นใจ สนุกสนาน แต่เชื่อไหมครับว่าลึกๆ แล้ว ผมมีความกังวลใจเรื่องหนึ่งที่ปิดบังมาตลอดนั่นก็คือเรื่อง ปัญหาหัวเถิก หรือแนวผมที่มันร่นขึ้นไปจนเริ่มจะกู่ไม่กลับครับ

ในฐานะพิธีกรการต้องอยู่หน้ากล้องแสงไฟมันจ้ามากครับ สิ่งที่ตามมาคือมันจะสะท้อนทุกรายละเอียดบนใบหน้าและศีรษะของเรา ความพีคอยู่ตรงนี้ครับเวลาผมไปทำงานในกองถ่าย พี่ๆ ช่างแต่งหน้าทำผมเขาก็หวังดีอยากให้เราดูดีที่สุดใช่ไหมครับ แต่เชื่อมั้ยครับว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ปัญหาผมเถิกของผมมันชัดมาก จนช่างทำผมต้องหยิบน้ำยาขัดรองเท้าสีดำ ใช่ครับ ฟังไม่ผิด น้ำยาขัดรองเท้านั่นแหละ! เอามาค่อยๆ ทา ค่อยๆ ป้ายลงบนหน้าผากของผม เพื่ออำพรางส่วนที่เป็นหัวเถิก ให้มันดูเหมือนมีแนวผมหนาๆ ขึ้นมา

หลุยส์ The Rapper ก่อนปลูกผม

วินาทีนั้นในหัวผมมันคิดไปไกลมาก เฮ้ยเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงวะ จุดที่เราต้องเอาน้ำยาขัดรองเท้ามาทาหัวเพื่อเรียกความมั่นใจ มันรู้สึกแย่นะครับ มันทำให้ผมตระหนักได้เลยว่า ปัญหาหัวล้านหัวเถิกของผมมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ มันหนักขนาดที่การแต่งหน้าปกติเอาไม่อยู่แล้ว หลังจากวันนั้น ความมั่นใจผมดิ่งลงเหวเลยครับ เวลาเดินไปไหน หรือต้องทำผมทรงอะไร ผมจะระแวงตลอด กลัวลมพัดบ้าง กลัวเหงื่อออกแล้วน้ำยาที่ทาไว้มันจะไหลย้อยลงมาบ้าง ชีวิตมันไม่มีความสุขเลยครับ

ทางเลือกที่เกือบตัดสินใจโกนหัวไปตลอดชีวิต

คำถามแรกที่ผมถามด้วยความระแวงคือ “เจ็บมั้ยพี่” เพราะภาพจำของผมเรื่องการปลูกผมคือมันต้องน่ากลัว ต้องเจ็บปวดแน่ๆ แต่พี่ทอมยืนยันเสียงแข็งเลยครับว่า “ไม่เจ็บเลยหลุยส์ สบายมาก” พอได้ยินแบบนั้นเหมือนมีแสงสว่างปลายอุโมงค์ครับ ผมเลยตัดสินใจว่า เอาวะ ลองเข้าไปปรึกษาดูหน่อยไม่เสียหาย

ผมเคยคิดจะแก้ปัญหาแบบหักดิบไปเลยครับ คือ โกนหัวให้มันจบๆ ไป คิดว่าถ้าเราไม่มีผมเลย เราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องแนวผมเถิกเว้า แต่พอลองคิดดูดีๆ ต่อให้โกนจนโล้น ผิวสัมผัสและแนวผมที่เหลืออยู่มันก็ยังเห็นรอยเว้าอยู่ดีครับ แถมบุคลิกภาพเราก็จะเปลี่ยนไปเลย ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์กับการทำงานพิธีกรของผมเท่าไหร่นัก ผมเลยติดอยู่ในวังวนนั้นอยู่นาน จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้มีโอกาสเจอ พี่ทอม เทพลีลา พี่ชายที่สนิทกัน ผมสังเกตเห็นว่าแนวผมแกดูดีขึ้นมากกกก! ดูเป็นธรรมชาติและดูเด็กลง ผมเลยเข้าไปถามแกตรงๆ เลยว่า “พี่ทอม ไปทำอะไรมา” พี่ทอมก็บอกแบบแมนๆ เลยว่า “ไปปลูกผมมาที่ Hairsmith Clinic”

ความประทับใจแรกที่ Hairsmith Clinic

วันที่ผมเดินเข้าไปที่ Hairsmith Clinic สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความมืออาชีพครับ บรรยากาศคลินิกดูสะอาดสะอ้าน สบายใจ ไม่รู้สึกกดดันเลย และที่สำคัญที่สุดคือการได้พบกับคุณหมอพรีมา คุณหมอใจดีมากครับ และที่ผมชอบที่สุดคือการอธิบายที่เห็นภาพคุณหมอไม่ได้พูดแค่ทฤษฎี แต่คุณหมอเอาปัญหาของผมมาวิเคราะห์ให้ดูแบบเคสต่อเคส คุณหมอเริ่มวาดแนวผมใหม่ให้ผมดูบนหน้าผากจริงๆ เลยครับ

ตอนที่คุณหมอวาดและจำลองให้ดูว่าถ้าปลูกเสร็จแล้วหน้าหลุยส์จะเป็นแบบนี้นะ แนวผมจะประมาณนี้ ความหนาจะประมาณนี้ ผมบอกเลยว่ามันทำให้ผมเห็นภาพตัวเองในเวอร์ชันที่มั่นใจขึ้นมาทันที คุณหมอไม่ได้เชียร์ขายเลย แต่ให้ข้อมูลตามความจริง ทำให้ผมรู้สึกเชื่อใจและตัดสินใจจองคิวปลูกผมทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะเลยครับ

พอถึงวันนัดปลูกผม ยอมรับครับว่าตื่นเต้นมากกกก ในหัวยังแอบคิดลึกๆ ว่ามันจะเจ็บตอนไหนนะ แต่ปรากฏว่าผิดคาดครับ ขั้นตอนการฉีดยาชาคือส่วนที่ผมกังวลที่สุด แต่มันเจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก หลังจากนั้นก็แทบไม่รู้สึกอะไรเลยครับ

ระหว่างที่คุณหมอและทีมงานกำลังตั้งใจปลูกผมให้ผมอยู่ ผมจำได้ว่าเผลอหลับไปเลยครับ ตื่นมาอีกทีคือใกล้จะเสร็จแล้ว ทีมงานทุกคนดูแลดีมาก คอยถามไถ่ตลอดว่าไหวไหม เอาอะไรเพิ่มไหม เป็นประสบการณ์การผ่าตัดที่ชิลล์ที่สุดในชีวิตผมเลยก็ว่าได้

หลังทำเสร็จ ผมสามารถใช้ชีวิตได้ปกติเลยครับ ไม่ต้องนอนซม ไม่ต้องพักฟื้นยาวๆ ผมไปกินข้าว ไปทำงานต่อได้แบบสบายๆ แค่ต้องดูแลตัวเองตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัดในช่วงแรกเท่านั้นเอง

  • ช่วง 3 เดือนแรก: เป็นช่วงที่ผมเริ่มเห็น ไรผมอ่อนๆ ขึ้นมาครับ แม้มันจะยังไม่หนามาก แต่มันคือสัญญาณที่ดีว่ารากผมที่ปลูกไปมันติดแล้วนะ ใจชื้นขึ้นเยอะเลยครับ
  • ช่วง 6 เดือน: ผมเริ่มมีความหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าผากที่เคยเถิกเว้าเริ่มถูกเติมเต็มด้วยผมจริงของตัวเอง ไม่ใช่สีจากน้ำยาขัดรองเท้าอีกต่อไป
  • ปัจจุบัน (9 เดือน): บอกเลยว่าแฮปปี้มาก ผมขึ้นตามแนวที่คุณหมอพรีมาออกแบบไว้เป๊ะเลยครับ ที่สำคัญคือความเนียนคือถ้าไม่บอกว่าไปปลูกผมมา ไม่มีใครดูออกเลยครับ เพราะทิศทางของเส้นผมมันดูเป็นธรรมชาติมาก กลืนไปกับผมเดิมของผมสุดๆ
ก่อนปลูกผม
หลังปลูกผม 3 เดือน
หลังปลูกผม 9 เดือน

ตอนนี้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะมากครับ ในแง่ของความรู้สึกนะ มั่นใจหน้ากล้อง ผมไม่ต้องคอยกังวลว่าช่างทำผมจะเอาอะไรมาทาหัวผมอีกแล้ว ผมสามารถเปิดหน้าผาก เซ็ตผมทรงไหนก็ได้ตามใจชอบ ล่าสุดผมลองตัดทรงผมใหม่ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยกล้าทำ เพราะต้องคอยปิดบังรอยเถิก ตอนนี้หรอครับ จะสั้นจะยาว จะเสยขึ้นแค่ไหนก็ได้ มั่นใจสุดๆ ผมอยากขอบคุณคุณหมอพรีมาและเจ้าหน้าที่ Hairsmith ทุกคนจริงๆ ครับ ทุกคนทำงานแบบมืออาชีพมาก ไม่มีการกดดันคนไข้ ให้คำปรึกษาเหมือนคนในครอบครัว และดูแลผมอย่างดีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ผมมีผมดกดำแบบนี้

สำหรับใครที่กำลังอ่านรีวิวนี้อยู่ แล้วกำลังเจอปัญหาแบบผม ไม่ว่าจะเป็นหัวเถิก หัวล้าน ผมบาง จนทำให้เสียความมั่นใจ ผมอยากบอกว่าไม่ต้องทนครับ เทคโนโลยีการปลูกผมสมัยนี้ไปไกลมาก และที่สำคัญคือต้องเลือกคลินิกที่เราไว้ใจได้จริงๆ

แชร์บทความนี้

Picture of พญ.พรีมา ทศบวร
พญ.พรีมา ทศบวร

แพทย์ประจำ คลินิกปลูกผม ผ่าตัดสำเร็จมาแล้วกว่า 3,000 ราย แพทย์ American Board of Hair Restoration Surgery หรือ ABHRS จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันด้าน ศัลยกรรมปลูกผม ของโลก

รีวิวจากลูกค้าของเรา

Ali Koca ปลูกผม
Prima Tossaborvorn

Ali Koca

Hairsmith สร้างมาตรฐานการปลูกผมไว้สูงมาก ทั้งประสบการณ์คุณหมอ และเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพสูง

รีวิวปลูกผมแก้เคสคุณทอม จักรกฤต
Prima Tossaborvorn

คุณทอม จักรกฤต

จากความผิดหวังในครั้งแรก สู่ความมั่นใจหลังปลูกผมแก้ที่ Hairsmith Clinic