ย้อนกลับไปช่วงที่ผมเริ่มมีปัญหาผมบาง ผมพยายามหาวิธีแก้จนไปจบที่การสักไรผม บอกตามตรงว่าตอนนั้นทรมานและเจ็บมากครับ แต่ที่เจ็บใจกว่าคือหลังจากสักเสร็จ ผมพบว่ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริงๆ เลย เพราะสุดท้ายมันก็คือรอยสัก ไม่ใช่เส้นผม ดูยังไงก็ไม่เป็นธรรมชาติ สุดท้ายต้องมาจบที่ ปลูกผมทับรอยสัก
ทุกวันนี้ผมยังเสียดายอยู่เลยว่ารู้อะไรไม่เท่ารู้งี้ ถ้าเลือกปลูกผมไปตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ป่านนี้ผมคงใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจไปนานแล้วครับ ไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้ แต่พอได้มาปลูกผมจริงๆ แล้วผ่านไป 6 เดือน บอกเลยว่าความรู้สึกต่างกันลิบลับครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม: ปลูกผมทับรอยสัก สักไรผมกับปลูกผม แบบไหนดีกว่ากัน

ทำไมต้องที่ Hairsmith Clinic
เหตุผลที่ผมเลือกที่นี่มีอยู่ 2 ข้อหลักๆ ที่ทำให้ผมมั่นใจตั้งแต่วันแรก
- คุณหมอพรีมา (แพทย์ American Board) ผมหาข้อมูลมาว่าคุณหมอเป็นหมออเมริกันบอร์ด ซึ่งปกติเขาต้องต่ออายุทุก 10 ปี แต่คุณหมอที่นี่ต่อมาแล้วหนึ่งรอบ ประสบการณ์สิบกว่าปีในวงการปลูกผมทำให้ผมเชื่อมั่นในฝีมือมากครับ
- ผลลัพธ์จากคนใกล้ตัว ผมมีเพื่อนที่ปลูกผมที่ Hairsmith มาก่อน ได้เห็นด้วยตาตัวเองเลยว่ากราฟท์ผมขึ้นจริง ขึ้นแน่น และดูดีมาก พอเห็นของจริงแบบนี้ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากครับ
อ่านประวัติแพทย์ปลูกผมเพิ่มเติม
ความรู้สึกหลังปลูก 3,200 กราฟท์
ถ้าถามเรื่องความเจ็บ ผมยืนยันเลยว่าการสักไรผมเจ็บกว่าการปลูกผมเยอะครับ ใครที่กำลังลังเลหรือคิดจะไปสักเพราะกลัวการปลูกผม ผมอยากให้เปลี่ยนใจครับ การสักมันไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุและไม่ได้ให้ลุคที่ดูเหมือนผมจริงๆ

ฝากถึงทุกคนครับ ถ้ามีปัญหาผมบาง อย่าไปเสียเวลากับการสักเลยครับ มาปรึกษาคุณหมอที่ Hairsmith Clinic ดีกว่า 3,200 กราฟท์ของผมเปลี่ยนชีวิตผมให้มั่นใจขึ้นมากจริงๆ ครับ



