Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

ศัลยกรรมปลูกผม

ในปัจจุบัน เทคนิคที่นิยมใช้ปลูกผม หรือปลูกผมถาวรจะมีกันอยู่สองแบบ นั่นก็คือวิธี FUE และ FUT โดยทั้งสองแบบจะมีจุดประสงค์เพื่อย้ายรากผมจากบริเวณเหนือกกหูและด้านหลังศีรษะ (Donor Area) มาปลูกในบริเวณที่ผมบางแทน  ซึ่งภายในเวลา 12-18 เดือนเส้นผมก็จะงอกขึ้นใหม่เต็มที่และเป็นธรรมชาติโดยไม่ร่วงอีก เพราะรากผมจากเหนือกกหูและด้านหลังศีรษะนั้นมีความแข็งแรงและไม่ได้ถูกฮอร์โมนที่ชื่อว่า  DHT ทำร้าย เพราะเจ้า DHT นี่แหละคือตัวการที่ทำให้ผมร่วง

ปลูกผม FUE กับ FUT แตกต่างกันยังไง

อันที่จริงแล้ว การปลูกผมถาวรทั้งสองเทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงวิธีที่จะนำรากผมออกมาจากบริเวณเหนือกกหู หรือด้านหลังศีรษะ (Donor Area) ขั้นตอนนี้เราจะเรียกว่า Donor Harvesting ซึ่งวิธีการที่แตกต่างกันนี้จะส่งผลให้แผลผ่าตัด การดูแลแผล การพักฟื้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าผลลัพธ์ไม่แตกต่างกัน ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าแต่ละเทคนิคแตกต่างกันยังไงบ้าง

ปลูกผมเทคนิค FUE

Graft excision step

1.) แพทย์จะใช้หัวเจาะแบบไฮบริดของ WAW FUE SYSTEM ที่ออกแบบโดย Dr. Jean Devroye ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 1 มม. เพื่อเจาะเอารากผมออกมาจากบริเวณ Donor Area

Cooling system

2.) รากผมที่เจาะออกมาจะถูกคัดแยกและจัดกลุ่มให้เหมาะสม แล้วนำไปเก็บไว้ในน้ำยา HypoThermosol ซึ่งถือว่าเป็นน้ำยาที่ดีที่สุดในโลกที่ออกแบบมาเพื่อการปลูกผมโดยเฉพาะ

PRP treatment

3.) แพทย์จะเติม ATP ซึ่งเป็นสารให้พลังงานแก่เซลล์เข้าไปด้วย ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนการเพิ่มสารอาหารให้กับเส้นผม เพื่อยกระดับให้ผลลัพธ์จากการปลูกผมดียิ่งขึ้นไปอีก

Graft placement step

4.) นำรากผมที่เจาะออกมาไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ขั้นตอนนี้เราจะใช้ Implanter Pen หรือที่เรียกว่าเทคนิค DHI แทนการใช้คีมเล็กๆ แบบดั้งเดิม เพื่อลดโอกาสสร้างความเสียหายให้กับรากผม

ข้อดีของเทคนิค FUE

ด้วยประสบการณ์ของแพทย์อเมริกันบอร์ดศัลยกรรมปลูกผมอย่าง พญ. พรีมา ทศบวร ผนวกกับหนึ่งในหัวเจาะไฮบริดที่ดีที่สุดในโลกอย่าง WAW FUE SYSTEM จากประเทศเบลเยี่ยม แผลที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหลังศีรษะจึงมีขนาดเล็กกว่า 1 มม. เมื่อคนไข้ไว้ผมยาวกว่า 3 มม. ก็ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นเหล่านั้น ข้อดีของการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE คือจะไม่มีรอยแผลเป็นแนวยาว 15-30 ซม. ซึ่งจะพบได้ในการปลูกผมด้วยเทคนิค FUT

หัวเจาะแบบไฮบริด

วิดีโอปลูกผมเทคนิค FUE

ปลูกผมเทคนิค FUE คืออะไร

ขั้นตอนเจาะเอารากผมออกมา

ขั้นตอนปลูกผมด้วย Implanter Pen

ปลูกผมเทคนิค FUT

ปลูกผมเทคนิค FUT จะแตกต่างจากปลูกผมเทคนิค FUE แค่อย่างเดียวนั่นก็คือขั้นตอนการนำผมออกจากด้านหลังศีรษะ ราคาปลูกผมก็เท่ากัน เทคนิคปลูกผมแบบนี้จะเป็นการผ่าเอาหนังศีรษะออกมาทั้งชิ้น แล้วจึงนำมาแบ่งเป็นกราฟท์ใต้กล้องจุลทรรศน์ ส่วนขั้นตอนที่เหลือนั้นจะเหมือนกับปลูกผมเทคนิค FUE ทั้งหมด

ข้อดีของเทคนิค FUT

ปลูกผมด้วยเทคนิค FUT จะช่วยให้แพทย์สามารถนำรากผมออกจากบริเวณด้านหลังศีรษะได้จำนวนมากภายในเวลาที่สั้นกว่าโดยที่ผมบริเวณด้านหลังศีรษะนี้จะไม่บางลง ที่สำคัญคนไข้ไม่จำเป็นต้องโกนศีรษะก่อนผ่าตัดอีกด้วย ปลูกผมด้วยเทคนิคนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่ต้องใช้จำนวนกราฟท์จำนวนมาก หรือมีแนวโน้มที่จะต้องปลูกซ้ำหลายรอบ อย่างไรก็ดี ข้อเสียของการปลูกผมด้วยเทคนิค FUT ก็คือจะมีแผลเป็นยาว 15-30 ซม. ที่ด้านหลัง คนไข้จึงควรไว้ผมยาวประมาณ 2-3 ซม. เพื่อปิดแผลเป็นให้มองไม่เห็น

เคสFUTและ FUE

ผลลัพธ์ปลูกผม FUE และ FUT

ผลลัพธ์จากวิธีปลูกผมทั้งสองเทคนิคนั้นไม่แตกต่างกัน โดยหลังจากปลูกผมไปแล้วสองสัปดาห์ ผมที่ปลูกจะหลุดร่วงไปก่อนเกือบหมด จากนั้นผมจะค่อยๆ ขึ้นในเดือนที่สี่ และขึ้นเต็มที่ในเดือนที่ 12-18 ผมที่ปลูกนี้คือผมธรรมชาติ คนไข้สามารถตัดสั้น ย้อม หรือดัดผมได้ตามปกติ

อย่างไรก็ดี ควรทราบว่าการดูรูปผลลัพธ์หลังปลูกทันทีนั้น “ไม่ได้บ่งบอกหรือรับประกัน” ว่าผมที่ปลูกจะขึ้น หรือผลลัพธ์จะออกมาดี คนไข้ควรพิจารณาผลลัพธ์จากรูปหลังปลูกผมไปแล้ว 6-12 เดือนมากกว่า

คนไข้เรา
คนไข้เรา
our patient
คนไข้เรา
FUe vs FUT

ปลูกผมถาวรเทคนิคไหนดี

จากข้อมูลที่อธิบายมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าแต่ละเทคนิคจะมีข้อดีและข้อด้อยของตัวเองแตกต่างกันไป ไม่มีสูตรสำเร็จว่าเทคนิคไหน “ดีที่สุด” แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากกว่า คุณควรนัดปรึกษาแพทย์ในคลินิกปลูกผมที่มีประสบการณ์เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม

แพทย์ศัลยกรรมปลูกผมที่ดี จะไม่แนะนำแต่เทคนิคที่ตัวเองถนัด หากแต่จะแนะนำเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดให้กับคนไข้ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องโดยเห็นแก่ประโยชน์ของคนไข้เป็นหลัก

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

ด้วยความที่ศัลยกรรมปลูกผมเป็นการผ่าตัดเล็ก ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนและหลังปลูกผมเลยไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่งดพวกวิตามินต่างๆ สัก 1-2 สัปดาห์ หากใครที่ทานยา Minoxidil อยู่ก็ให้หยุดทานก่อน ในวันที่ปลูกผม ก็ให้งดทานชา กาแฟด้วย เพราะวิตามิน ยา และเครื่องดื่มเหล่านี้ อาจทำให้เลือดหยุดไหลช้าลง ส่งผลให้การผ่าตัดอาจใช้เวลานานขึ้น ระยะเวลาที่รากผมอยู่นอกร่างกายก็จะนานขึ้น อาจทำให้อัตราการรอดของกราฟท์ลดลง ที่สำคัญผู้เข้ารับการปลูกผมจะเมื่อยนานขึ้น

ในวันที่ปลูกผม อย่าลืมใส่เสื้อเสื้อติดกระดุมแทนเสื้อยืด เมื่อกลับบ้านจะสามารถถอดเสื้อได้ง่ายกว่า ไม่ไปโดนบริเวณที่เพิ่งปลูกผม มิฉะนั้นกราฟท์ที่เพิ่งปลูกอาจจะหลุดและไม่ขึ้นตามที่ควรจะเป็น

การดูแลตัวเองหลังปลูกผม

หลังปลูกผมถาวรไปแล้วก็ดูแลไม่ยาก ต้องเข้าใจก่อนว่าแผลจากการปลูกผมจะใช้เวลา 2-4 วันกว่าที่จะแห้งสนิท ในช่วงนี้เวลาอาจต้องระวังสักหน่อย เพราะกราฟท์ยังมีโอกาสหลุดง่ายอยู่ ควรระวังไม่แคะ แกะ หรือเกาบริเวณที่เพิ่งปลูกผมไป งดออกกำลังกายประมาณ 2 สัปดาห์ งดว่ายน้ำและซาวน่า 4 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการตากแดดโดยตรงเป็นเวลานานจนผิวไหม้ หากต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ ควรสวมหมวกเพื่อเป็นการป้องกันผมที่เพิ่งปลูกไป

และสามารถสระผมได้ทุกวัน แต่ควรเป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่คลินิก ตลอดจนใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ก็สามารถสระผมได้ตามปกติ รวมทั้งใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องระวังอะไรมากแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนหลังปลูกผม

การปลูกผมจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยมาก ซึ่งไม่ได้เป็นที่น่ากังวล ที่พบได้ทั่วไปก็มักจะเป็นอาการบวม อาการปวดเล็กน้อย รอยแดง ภาวะผมร่วงชั่วคราว (Shock Loss) หรือเส้นผมเปลี่ยนสี เป็นต้น อย่างไรก็ดี ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นเรื่องชั่วคราวและสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกคลินิกปลูกผมที่มีมาตรฐานจะลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้ ในทางตรงกันข้าม หากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีมาตรฐานหรือไม่มีประสบการณ์ ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน อย่างเลวร้ายที่สุดคือติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิต ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วที่ประเทศอินเดีย จะเห็นได้ว่าการเลือกคลินิกปลูกผมที่ดีจึงสำคัญมาก

ปลูกผมกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

เพราะผมที่ใช้ปลูกเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นหากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่มีประสบการณ์ ผมที่ปลูกอาจไม่ขึ้น เท่ากับเสียผมที่ปลูกไปฟรีๆ การปลูกผมกับผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี ที่ Hairsmith Clinic เรามี พญ. พรีมา ทศบวร ดีกรีเป็นแพทย์อเมริกันบอร์ดศัลยกรรมปลูกผม (ABHRS) ตั้งแต่ปี 2014 [ตรวจสอบแพทย์อเมริกันบอร์ดศัลยกรรมปลูกผมได้ที่นี่สำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านผิวหนังจาก Cardiff University สหราชอาณาจักร และเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยกรรมนานาชาติ (ISHRS) พร้อมประสบการณ์ด้านศัลยกรรมปลูกผมกว่า 8 ปี ตลอดจนเข้าร่วมเวิร์กช็อปและการประชุมของ ISHRS อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเช็ก เกาหลีใต้ สเปน

กับผลงานคนไข้ที่ปลูกผมประสบความสำเร็จแล้วกว่า 2,000 เคส คุณจึงมั่นใจได้เลยว่า Hairsmith Clinic คือตัวจริงเรื่องปลูกผมถาวรอันดับต้นๆ ของประเทศแน่นอน

ประวัติคุณหมอ

พญ.พรีมา ทศบวร

dr.Prima

Hairsmith Clinic คือใคร

จรรยาบรรณในการปลูกผม

เทคนิคและเทคโนโลยีของเรา

สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!

phone
line
messenger

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!