ปลูกผม FUE (Follicular Unit Excision) คือเทคนิคปลูกผมถาวร ที่ได้รับการรับรองจาก ISHRS โดยเจาะรากผมทีละกราฟท์ขนาด 0.8-1 มม. จากบริเวณท้ายทอยที่ผมไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT มาปลูกยังบริเวณศีรษะล้านหรือผมบาง
ที่ Hairsmith Clinic ใช้เครื่อง WAW FUE System รุ่นไฮบริด และ Implanter pen ทุกเคสโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทำให้ อัตรารอดกราฟท์สูงกว่า 95% พักฟื้นเพียง 1-2 วัน ไม่มีแผลเป็นยาว สามารถกลับไปทำงานได้ทันที เห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ใน 6-12 เดือน
ถ้าพูดถึงเรื่องของการปลูกผม หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า การปลูกผมนั้นมีกี่เทคนิค และมีขั้นตอนในการทำอย่างไรบ้าง ปลูกผม FUE เป็นเทคนิคที่แพร่หลายและได้รับความนิยมจากทั้งแพทย์และได้รับความสนใจจากผู้ที่อยากปลูกผมอย่างมากมาย ในวันนี้ทาง Hairsmith Clinic จะมาอธิบายรายละเอียด ของการปลูกผมแบบ FUE ให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ
ปลูกผม FUE คืออะไร

ปลูกผม FUE หรือ Follicular Unit Excision คือ 1 ใน 2 วิธีการปลูกผมที่สมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) บัญญัติเอาไว้ โดยเป็นวิธีการที่เราจะทำการเจาะเอารากผมจาก Donor area ที่อยู่บริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณของผมถาวรที่ไม่ได้รับหรือได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT น้อย อันเป็นฮอร์โมนต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วงผมบางตามกรรมพันธุ์น้อยกว่าบริเวณอื่นๆ นั่นเอง
ข้อดี ข้อจำกัด ของการปลูกผม FUE
ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการปลูกผม FUE ผู้ที่สนใจควรทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ข้อดีของการปลูกผม FUE
- แผลเล็ก ทั้งหัวเจาะและ Implanter pen มีขนาดเล็กกว่า 1 มม. ทำให้แผลที่เกิดขึ้นมีขนาดที่เล็กมากๆ จนถ้าหากไม่สังเกตใกล้ๆ ก็อาจจะไม่เห็นแผลเลยด้วยซ้ำ
- ระยะพักฟื้นสั้น ด้วยแผลที่มีขนาดเล็กมากๆ ทำให้หลังการปลูกผม คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่บ้านหรือคลินิกเลย
- เจ็บน้อย จากประสบการณ์ของคนไข้ที่เข้ารับการปลูกผมที่คลินิก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ็บน้อยมาก อีกทั้งแผลตรงบริเวณ Donor area ที่เจาะเอากราฟท์ผมออกมา ยังสามารถนอนทับได้และสระผมได้ตามปกติทุกวันอีกด้วย
- เสียเลือดน้อย หากเทียบกันกับวิธีแบบ FUT ที่จะต้องมีการตัดเอาหนังศีรษะของคนไข้ออกมา 15-20 ซม. แล้ว วิธี FUE ถือว่าเสียเลือดน้อยกว่ามากๆ เพราะแผลมีขนาดที่เล็กกว่า ทำให้ร่างกายสามารถสมานแผลได้อย่างรวดเร็วกว่าหลายเท่าตัว

ข้อจำกัดของการปลูกผม FUE
- ใช้เวลานาน การเก็บรากผมทีละกราฟท์ทำให้ใช้เวลามากกว่าการปลูกผมแบบ FUT
- ความเสี่ยงของการสูญเสียรากผม หากไม่ได้ทำโดยแพทย์ รากผมที่เก็บมาอาจเสียหายได้
ราคาปลูกผม FUE และการคำนวณค่าใช้จ่าย
ที่ Hairsmith Clinic เราเน้นความโปร่งใสในการให้ข้อมูล ค่าใช้จ่ายจึงถูกคำนวณตามจำนวนกราฟท์ที่ใช้จริง โดยคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดตามปัญหาของแต่ละบุคคล โดยค่าใช้จ่ายในการปลูกผมขึ้นอยู่กับพื้นที่ มาทำความเข้าใจกับราคาปลูกผม FUE พร้อมตารางการคำนวนคร่าวๆ และเปรียบเทียบราคาปลูกผม FUE กับเทคนิคอื่น เพื่อให้คนไข้สามารถวางแผนงบประมาณได้ค่ะ
ราคาปลูกผม FUE ต่อกราฟท์ ปี 2025
ราคาปลูกผม เทคนิค FUE กราฟท์ละ 80 บาท (ราคาปลูกผมปี 2568) เมื่อปลูกขั้นต่ำ 1,000 กราฟท์ค่ะ แต่ถ้าปลูกน้อยกว่านั้นก็จะอยู่ที่ 90 บาทต่อกราฟท์ โดยมีขั้นต่ำที่ 59,000 บาท
วิธีคำนวนราคาปลูกผม FUE
ปลูกผม FUE ที่ Hairsmith Clinic คิดตามจำนวนกราฟต์จริง โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม กราฟต์ละ 80 บาท เช่น ถ้าต้องใช้ 1,000 กราฟต์ ค่าใช้จ่ายจะประมาณ 80,000 บาท มาดูตัวอย่างราคาในแต่ละช่วงของจำนวนกราฟท์ตามตารางดังต่อไปนี้
| จำนวนกราฟท์ | ราคาสุทธิ (บาท) |
|---|---|
| 1,000-1,500 | 80,000-120,000 |
| 2,000-2,500 | 160,000-200,000 |
| 3,000-3,500 | 240,000-280,000 |
ตารางเปรียบเทียบราคา FUE กับเทคนิคอื่นๆ
หลายคนอาจสงสัยว่า ปลูกผม FUE มีราคาต่างจากเทคนิคอื่นอย่างไร เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราจึงสรุปเปรียบเทียบ ราคาของแต่ละเทคนิค มาให้เห็นภาพชัดเจน
| เทคนิค | ราคาต่อกราฟท์ (บาท) |
|---|---|
| FUE | 80 |
| FUT | 80 |
| Non-shaven FUE | 120 |
| Long Hair FUE | 160 |
ขั้นตอนการปลูกผม FUE
หลังจากเข้าพบคุณหมอเพื่อประเมินจำนวนกราฟท์ผมที่ต้องการปลูกกันแน่นอนแล้ว ขั้นตอนในการปลูกผมแบบ FUE จะดำเนินการ ดังนี้

1. ออกแบบแนวผมโดยแพทย์
แพทย์ทำการออกแบบแนวไรผมให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ตามความต้องการของคนไข้ จากนั้นทำการโกนผมที่บริเวณด้านหลัง ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือของคนไข้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเจาะเอากราฟท์ผมออกมา

2. เจาะกราฟท์ผม
หลังจากฉีดยาชาเรียบร้อย แพทย์จะเจาะกราฟท์ผม ด้วยเครื่องเจาะที่มีหัวเจาะขนาดเล็กกว่า 1 มม. ของ WAW FUE SYSTEM รุ่นไฮบริด ที่รอยแผลเจาะมีขนาดที่เล็ก สมานตัวได้ไว และเสียเลือดน้อยกว่าวิธีอื่น ยังสามารถกำหนดทิศทางการเจาะได้ตามทิศทางของเส้นผมคนไข้

3. คัดแยกรากผมที่มีความแข็งแรง
รากผมที่เจาะออกมาจะถูกคัดแยกและจัดกลุ่มให้เหมาะสม โดยแยกตามจำนวนเส้นผม 1 เส้น 2 เส้น และ 3 เส้น เป็นต้น ก่อนจะนำไปแช่ในน้ำยาแช่กราฟท์ที่ดีที่สุดเพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนการปลูกผมต่อไป

4. ขั้นตอนการปลูกผม
ในขั้นตอนของการปลูกผม คุณหมอจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Implanter pen ปลูกให้กับคนไข้ทุกเคสแทนการใช้คีมปลายแหลมแบบเก่า โดยข้อดีของการใช้ Implanter pen นั้น จะช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบรากผมลงได้ ทำให้อัตรารอดของกราฟท์ผมสูงกว่า 95%
Timeline และการฟื้นตัวหลังปลูกผม
การปลูกผมแบบ FUE เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่การฟื้นตัวและการงอกใหม่ของเส้นผมต้องใช้เวลา โดยทั่วไปจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่ 12 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ผลลัพธ์สมบูรณ์ มาดูกันว่าหลังปลูกผมไปแล้วจะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

ช่วง 14 วัน หลังปลูกผม FUE
- วันที่ 1-2: อาจมีอาการตึงบริเวณศีรษะ
- วันที่ 3-7: เริ่มมีสะเก็ดแผล
- วันที่ 14: สะเก็ดแผลหลุด รากผมฝังตัวแล้ว

ช่วง 3 เดือน หลังปลูกผม FUE
ผมที่ปลูกจะร่วงออกก่อน เพื่อเตรียมงอกใหม่ และเริ่มขึ้นเป็นเส้นบางๆ ประมาณ 10-15%

ช่วง 6 เดือน หลังปลูกผม FUE
ผมใหม่เริ่มงอกหนาขึ้น มองเห็นแนวผมชัดเจนขึ้น เส้นผมดูหนา แข็งแรง และยาวขึ้น เห็นผลลัพธ์ประมาณ 50%

ช่วง 12 เดือน หลังปลูกผม FUE
ผลลัพธ์สุดท้ายของการปลูกผม เส้นผมดูหนา แข็งแรง แนวผมที่ออกแบบไว้เข้ากับรูปหน้า ดูเป็นธรรมชาติ
การดูแลก่อน หลัง การปลูกผม FUE
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่วางแผนไว้และหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ผู้ที่ตัดสินใจทำ FUE ควรเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลก่อนและหลังการปลูกผมอย่างเคร่งครัด ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำที่สำคัญในการดูแลก่อนและหลังการปลูกผม FUE
ก่อนการปลูกผม FUE
- พักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารได้ตามปกติ
- งดการใช้ยาที่อาจทำให้เลือดออกง่ายก่อนการปลูกผม FUE 2 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน หรือวิตามินอี
- สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย แนะนำให้สวมเสื้อสีเข้มที่มีกระดุมหน้า
หลังการปลูกผม FUE
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ปลูกผมในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ยกเว้นการว่ายน้ำและซาวน่าให้งดไปก่อน 2 เดือน
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานานในช่วง 3 เดือนแรก
ปลูกผม FUE เหมาะกับใคร
การปลูกผม FUE (Follicular Unit Excision) เป็นเทคนิคที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านทั้งจากพันธุกรรมหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ผมหลุดร่วง การปลูกผม FUE เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผมและคืนความมั่นใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหานี้ได้
- ผู้ที่ไม่ต้องการมีแผลเป็นใหญ่ เนื่องจาก FUE ไม่มีการตัดแถบผิวหนังออกจากศีรษะ แผลที่เกิดขึ้นจึงมีขนาดเล็กและซ่อนอยู่ในผมที่งอกขึ้นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากวิธี FUT ที่อาจทิ้งรอยแผลเป็นยาว
- ผู้ที่มีบริเวณที่เก็บรากผมเพียงพอ ผู้ที่มีผมบริเวณท้ายทอยเพียงพอต่อการเจาะรากผมเพื่อนำมาปลูก
- ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน เนื่องจากเป็นวิธีที่เจ็บน้อย การปลูกผม FUE จึงไม่ต้องการการพักฟื้นนาน คนไข้สามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
ผลข้างเคียงของการปลูกผม FUE
- อาการชาบริเวณที่ปลูกผม อาจมีอาการชาเล็กน้อยในบริเวณที่ปลูกผม ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเอง
- อาการคัน หลังปลูกผม FUE ไปแล้วในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ระหว่างที่แผลแห้งและตกสะเก็ดอาจทำให้เกิดอาการคันได้ทั้งบริเวณด้านหลังศีรษะและบริเวณที่ปลูกผม ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงตามปกติของการปลูกผม
- เป็นสิว หลังปลูกผม 1-3 เดือนแรกอาจเกิดสิวขึ้นได้ทั้งบริเวณที่ปลูกผมและด้านหลังศีรษะ สามารถปล่อยให้หายเอง กดออก หรือใช้ยาแต้มสิวทา ก็ได้เช่นกัน
ผลลัพธ์การปลูกผม FUE
ผลลัพธ์การปลูกผม FUE ที่ Hairsmith Clinic เน้นออกแบบแนวผมให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านอย่างมาก



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม FUE
ผู้ที่สนใจเข้ารับการปลูกผม FUE มักมีคำถามและข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับกระบวนการ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และการดูแลหลังการปลูกผม เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม FUE พร้อมคำตอบที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจกระบวนการมากขึ้น ก่อนตัดสินใจเข้ารับการปลูกผม
ปลูกผม FUE เจ็บไหม
ในการปลูกผม FUE เป็นการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บปวด คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในช่วงที่ฉีดยาชา และจะไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างการผ่าตัด
ผลลัพธ์ปลูกผม FUE จะเห็นได้เมื่อไหร่
ผลลัพธ์เต็มที่ของการปลูกผม FUE จะเห็นได้หลังจาก 6-12 เดือน เมื่อผมที่ปลูกเริ่มงอกและหนาอย่างเต็มที่
ต้องทำการปลูกผมหลายครั้งไหม
การปลูกผม FUE ส่วนใหญ่จะทำครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่คนไข้บางรายอาจต้องการปลูกผมเพิ่มเติมบริเวณอื่นที่มีปัญหา
ปลูกผม FUE หลายครั้งได้ไหม
สามารถทำได้ค่ะ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับรากผมบริเวณด้านหลังศีรษะมีเพียงพอหรือไม่
ปลูกผม FUE กับ FUT ต่างกันอย่างไร
ปลูกผม FUE จะใช้เครื่องมือเจาะเอารากผมออกทีละกอจากด้านหลังทีละราก ทำห้มีแผลเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วๆ ของด้านหลังศีรษะ ซึ่งจะใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-3 วัน ส่วนการปลูกผม FUT จะเป็นการผ่าตัดหนังศีรษะด้านหลังออกมาเป็นแถบเพื่อนำรากผมมาแยก แล้วนำไปปลูก ทำให้มีแผลเป็นเส้นยาวด้านหลังศีรษะ อาจเห็นได้ถ้าตัดผมสั้นและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าปลูกผม FUE
สรุป
การปลูกผมแบบ FUE เป็น 1 ใน 2 วิธีที่สมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRH) รับรอง โดยจะเป็นการปลูกผมที่คุณหมอจะทำการเจาะย้ายรากผมจาก Donor area ไปยังบริเวณที่คนไข้ต้องการ ซึ่งในขั้นตอนของการปลูกผม จะทำการปลูกโดยใช้เครื่องมือ Implanter pen ให้กับทุกเคสแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบรากผม ทำให้อัตราการรอดของกราฟท์ผมมีสูงกว่า 95% และยังเพื่อผลลัพธ์ที่ดีของคนไข้ทุกคน ที่จะมั่นใจได้ว่า ปลูกผมที่ Hairsmith Clinic จะได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างแน่นอน
