Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

แกลเลอรี่

เครื่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับปลูกผม

โดย : วันที่ : 2 May 2020 ข้อคิดเห็น : (0)

ในการผ่าตัดปลูกผมนั้น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค FUE หรือ FUT เมื่อแพทย์นำกราฟท์ (กอผม) ออกจากบริเวณด้านหลังศีรษะแล้ว กราฟท์เหล่านั้นจะถูกนำมาเก็บไว้ในสารละลายเพื่อไม่ให้กราฟท์แห้งตาย เพื่อรอนำกลับไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ เจ้าสารละลายหรือน้ำยาที่ว่านี้ก็มีหลากหลายแบบ ไล่ไปตั้งแต่น้ำเกลือธรรมดาที่เรารู้จัก ซึ่งกว่า 50% ของคลินิกปลูกผมทั่วไปเลือกใช้เพราะมีราคาถูกที่สุด ลิตรนึงแค่ 70 บาท ถ้าอลังการงานสร้างอย่าง HypoThermosol ก็จะอยู่ที่ลิตรละ 50,000 บาท และสาร ATP ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ที่ขายกันลิตรละ 180,000 บาท HypoThermosol ซึ่งเจ้าสองอย่างหลังเนี่ยเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแพงที่สุด และดีที่สุดในวงการปลูกผม ไม่ต้องเดาว่า Hairsmith Clinic เลือกใช้ทั้ง HypoThermosol และ ATP อย่างไม่ลังเล ด้วยเหตุผลที่อยากให้ผลลัพธ์ของคนไข้ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจที่สุด ลางเนื้อชอบลางยาฉันใด น้ำยาเหล่านี้ก็ไม่แตกต่างกัน น้ำยาบางประเภทจะมีข้อกำหนดเรื่องอุณหภูมิสำหรับใช้งานโดยเฉพาะ หากใช้ผิดก็อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกราฟท์ผมได้ ที่ Hairsmith Clinic เราจะมีการควบคุมอุณหภูมิน้ำยาที่ 2-8 องศาซึ่งเหมาะสมกับน้ำยาที่เราเลือกใช้ค่ะ ประเด็นที่เราจะคุยกันวันนี้ก็คือเทคนิคในการคุมอุณหภูมินี่แหละ คลินิกส่วนใหญ่จะใช้ถาดใส่กราฟท์แล้ววางบนน้ำแข็ง แต่ปัญหาก็คืออุณหภูมิที่ได้มันไม่คงที่ เพราะน้ำแข็งมันจะละลายเรื่อยๆ อุณหภูมิที่แกว่งตัวนั้นอาจสร้างความเสียหายให้กับกราฟท์ Photo Credit: Bruno [...]

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมอยู่ได้กี่ปี

โดย : วันที่ : 3 April 2020 ข้อคิดเห็น : (0)

ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายในการปลูกผมนั้นค่อนข้างสูง คนไข้หลายคนเลยกังวลว่าจะต้องเสียเงินหลายๆ รอบหากผมที่ปลูกนั้นอยู่ได้ไม่นาน จากนั้นก็ต้องกลับมาปลูกใหม่ บางคนคิดว่าปลูกผมเนี่ยต้องทำเป็นคอร์สเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องห่วงนะคะ หมอบอกเลยว่าศัลยกรรมปลูกผมเนี่ยคุ้มแน่นอน เพราะผมที่ปลูกจะอยู่ถาวรไปกับเราตลอดชีวิต สาเหตุเพราอะไรน่ะเหรอ มาหาคำตอบกันค่ะ คอนเซปต์ของการปลูกผมเนี่ย มันไม่ใช่การเพิ่มจำนวนเส้นผมอยู่แล้ว แต่เป็นการย้ายผมถาวรของคนไข้เองมาปลูกในบริเวณที่มีปัญหา แล้วเจ้าผมถาวรเนี่ยมันอยู่ตรงไหนล่ะ คำตอบก็คืออยู่ด้านหลังศีรษะหรือเหนือกกหูของคนไข้ค่ะ ต้องเข้าใจก่อนว่าหลักๆ แล้วสาเหตุของผมบาง ศีรษะล้านนั้นเกิดจากฮอร์โมน DHT แต่เผอิญผมถาวรในบริเวณที่หมอพูดถึงเมื่อกี้มันไม่มีตัวรับสัญญาณ DHT หรือภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Receptor นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ผมบริเวณดังกล่าวเลยไม่ร่วงไปตามกาลเวลา ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกถึงขุนช้าง ตัวละครในวรรณคดีไทย ที่ถึงจะศีรษะล้านยังไง แต่ก็ยังเหลือผมด้านหลังศีรษะอยู่ดี เพราะผมเหล่านั้นเป็นผมถาวรตามเหตุผลที่หมออธิบายให้ฟังข้างต้นค่ะ ทีนี้คงหายสงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะว่าผมปลูกอยู่ได้กี่ปี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผมปลูกจะอยู่ได้ตลอดชีวิต แต่ผมธรรมชาติที่ไม่ได้ปลูกของคนไข้ ก็อาจจะร่วงต่อไปได้ตามกรรมพันธุ์ หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอรับคำแนะนำในการป้องกันไม่ให้ผมร่วง ไม่งั้นอาจจะต้องปลูกผมเพิ่มเติมในภายหลังได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมเยอะเกินไปน่ากลัวตรงไหน

โดย : วันที่ : 29 February 2020 ข้อคิดเห็น : (0)

ก่อนอื่นคนไข้ต้องเข้าใจก่อนว่าคนเราเนี่ยไม่สามารถปลูกผมซ้ำแล้วซ้ำอีกได้เรื่อยๆ เนื่องจากการปลูกผมไม่ใช่การเพิ่มจำนวนเส้นผม แต่เป็นการย้ายผมถาวรจากด้านหลังศีรษะไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ นั่นหมายความว่าผมถาวรของคนไข้นั้นมีอยู่อย่าง “จำกัด” ไอ้การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT เนี่ยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่ที่จะมีปัญหาคือเทคนิค FUE เสียมากกว่า เพราะบริเวณผมถาวร (Donor Area) มันมีจำกัด ถ้าเจาะเอาผมออกมามากเกินไป (Over-harvesting) ก็จะทำให้ผมบริเวณนั้นบางลง ตัวอย่างภาพจาก ISHRS ยิ่งถ้าคนทำหน้าที่เจาะ (Graft Excision) ไม่มีประสบการณ์ กระจายการเจาะได้ไม่ดี (Poor Distribution) ก็ยิ่งทำให้ผมบางเป็นหย่อมๆ ได้เลยนะ ไม่เชื่อลองดูภาพประกอบ ซึ่งปัญหานี้ถ้าเกิดแล้วมันแก้ยากมากค่ะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องไว้ผมยาวปิด หรือสักอณูสีช่วยแทน ด้วยเหตุนี้ หมอมักแนะนำเทคนิค FUE ให้กับคนไข้ที่ปลูกผมไม่เกิน 3,000 กราฟท์ เพราะถ้ามากกว่านี้ก็อาจทำให้ด้านหลังศีรษะของคนไข้บางเกินไป คนไข้สามารถคลิกดูตัวอย่างที่กระจายการเจาะได้ไม่ดี (Poor Distribution) จากกระทู้ของ RealSelf ตามลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ https://www.realself.com/question/bangkok-donor-area-depleted-s-red-chance-surgery-work-didn-t# ประเด็นที่หมอยกขึ้นมาเล่าให้ฟังวันนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์และความรู้ของแพทย์นั้นสำคัญมาก ศัลยกรรมปลูกผมมันไม่ได้มีแค่เรื่องทำให้ขึ้นหรือไม่ขึ้น แต่ยังรวมถึงรายละเอียดในมิติอื่นอีกด้วย คนไข้คงไม่อยากมีผมขึ้นด้านหน้า แต่ด้านหลังศีรษะแหว่งแบบในกระทู้ใช่มั้ยคะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแล้วยังต้องกินยาอยู่มั้ย

โดย : วันที่ : 11 กรกฎาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

คำถามนี้เจอบ่อยมากทั้งทางโทรศัพท์และที่เข้ามาพบหมอที่คลินิกนะคะ คนไข้หลายคนสงสัยว่าปลูกผมแล้ว ทำไมบางคนยังต้องทานยา ถ้าปลูกผมแล้วยังต้องทานยา แล้วจะปลูกไปทำไม จริงๆ แล้วประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ผมปลูก แต่อยู่ที่ผมธรรมชาติต่างหาก เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นดังนี้ค่ะ 1.) ผมที่ปลูก - ผมพวกนี้ย้ายมาจากบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นผมที่ไม่ร่วงอยู่แล้ว เนื่องจากไม่มี Receptor ของฮอร์โมน DHT คุณสมบัตินี้จะติดตัวมาด้วยเมื่อเรานำมาปลูก ดังนั้นต่อให้ไม่ทานยา ผมที่ปลูกก็จะขึ้นและอยู่กับเราไปตลอดเหมือนเพื่อนๆ ที่อยู่บริเวณท้ายทอยค่ะ 2.) ผมธรรมชาติ (ผมเก่าในบริเวณอื่น) - ปัญหาจะอยู่ตรงนี้แหละ เพราะถ้าคนไข้มีกรรมพันธุ์ผมบาง ศีรษะล้าน มันก็มีแนวโน้มที่ผมพวกนี้จะหลุดร่วงไปตามกรรมพันธุ์ การทานยาก็จะมีบทบาทตรงนี้เพื่อไม่ให้ผมธรรมชาติมันร่วงไปจนเหลือแต่ผมปลูกค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรทาน ... หน้าที่นี้ปล่อยให้หมอจัดการค่ะ ต้องบอกก่อนว่ายาไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน บางคนก็ควรทาน บางคนก็ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่ต้องพิจารณาว่าคนไข้นั้นๆ ยังมีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาธรรมชาติผมบางต่อไปหรือไม่ ซึ่งหมอก็ต้องดูทั้งอายุ ระดับความบางของผม ประวัติกรรมพันธุ์ในครอบครัว ฯลฯ ไม่ทานยาได้มั้ย ... ไม่ทานก็ได้ค่ะ ไม่ได้บังคับ แต่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกันว่าหาคนไข้มีแนวโน้มที่จะเจอปัญหาผมธรรมชาติบางไปเรื่อยๆ ผมธรรมชาติก็อาจจะร่วงไปจนเหลือแต่ผมที่ปลูก ในอนาคตก็อาจต้องกลับมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมธรรมชาติหายไปนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!