Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

แกลเลอรี่

ว่าด้วยเรื่องหัว Punch

โดย : วันที่ : 23 February 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

นอกจากทักษะของแพทย์ที่ลงมือทำในขั้นตอน Graft Extraction แล้ว หัว Punch ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อ Transection Rate (TX) หรืออัตราความเสียหายของกราฟท์หรือกอผมที่ถูกเจาะออกมา หัว Punch ทั่วไปจะเป็นแบบคม (Sharp) ทำให้เจาะง่าย แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิด TX สูง หากแพทย์กำหนดทิศทางในการเจาะไม่ถูกต้อง “แต่ที่ HAIRSMITH CLINIC เราเลือกใช้หัว Punch แบบ Hybrid Trumpet ของ WAW FUE SYSTEM จากประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหัว Punch ที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากมีความคมด้านนอก แต่ไม่คมด้านใน เมื่อเจาะผ่านผิวหนังลงไปแล้ว จึงไม่ไปตัดกราฟท์จนเกิด TX” เมื่อรวมกับความเชี่ยวชาญของหมอ จึงส่งผลให้ TX ที่ HAIRSMITH CLINIC อยู่ในอัตราที่ต่ำมากเพียง 1-3% เท่านั้น คนไข้จึงมั่นใจได้เลยว่าผมทุกเส้นที่ถูกเจาะออกมาจะได้รับความเสียหายน้อยที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผม 2 สัปดาห์ก็เห็นผลแล้ว … จริงหรือ?

โดย : วันที่ : 24 ธันวาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

จะตอบว่าเห็นผลก็คงไม่ถูกต้องหรอกค่ะ เพราะเมื่อพ้น 2 อาทิตย์ไปแล้ว ผมที่เพิ่งปลูกจะร่วงหลุดไปก่อนอยู่ดี จากนั้นจึงค่อยขึ้นมาใหม่ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่คนไข้กังวลกันมาก เพราะบางรายนี่ร่วงจนแทบไม่เหลือ เหมือนไม่เคยได้รับการปลูกผมมาก่อนเลย อันที่จริงแล้ว คนไข้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในเดือนที่ 3 ซึ่งผมที่ปลูกจะขึ้นราวๆ 10-30% ค่ะ “กลยุทธ์ในการโฆษณาถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่นั่นก็ต้องมาพร้อมกับ “จรรยาบรรณ” ในการให้ข้อมูลอย่างถูกต้องแก่คนไข้ด้วยเช่นกัน” ที่ HAIRSMITH CLINIC เราไม่เน้นโฆษณาสุดพิศดารที่ชวนให้คนไข้เข้าใจผิด แต่ยึดมั่นในจรรยาบรรณและยืนหยัดในหลักการที่จะให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

Graft Extractions ควรทำโดยแพทย์เท่านั้น

โดย : วันที่ : 15 พฤศจิกายน 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

แม้การใช้ผู้ช่วยในศัลยกรรมปลูกผมจะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ก็มีบางขั้นตอนที่ควรดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้นตามมาตรฐานของ ABHRS และ ISHRS หนึ่งในนั้นก็คือ Graft Extraction หรือการเจาะเอาผมออกจากบริเวณ Donor Area (บริเวณท้ายทอยและเหนือกกหู) นั่นเอง เหตุผลก็เพราะว่าคนไข้ที่ปลูกผมย่อมมีปัญหาผมเหลือน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว ผมจาก Donor Area ซึ่งจะนำมาปลูกนั้นก็มีอยู่จำกัด ดังนั้นหากผู้ดำเนินการขั้นตอนดังกล่าวไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือไม่เข้าใจธรรมชาติของทิศทางเส้นผมเป็นอย่างดี ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อรากผมจนไม่สามารถนำไปปลูกได้ (Transected Graft) นั่นเท่ากับเป็นการซ้ำเติมปัญหาของคนไข้ให้ยิ่งแย่เข้าไปอีก นอกจากนี้ยังต้องมีการคำนวณความหนาแน่นของกอผมเพื่อให้มั่นใจว่า Donor Area จะไม่บางเกินไปหลังเจาะเอาผมออกไปแล้ว ด้วยเหตุนี้บทบาทของแพทย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยความที่กอผมนั้นมีขนาดเล็กมาก จึงต้องใช้ความพิถีพิถันในการทำ Extraction เป็นพิเศษ โดยในระดับสากลนั้น หากเกิด Transected Graft เกิน 10% จะถือว่ามากเกินไป ไม่เป็นที่ยอมรับได้ ขณะที่ตัวเลขจากสถิติจริงของ HAIRSMITCH CLINIC จะอยู่ที่ประมาณ 1-3% คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าเราดูแลใส่ใจเส้นผมของท่านทุกเส้นอย่างพิถีพิถันที่สุด “ในยุคที่ “ทีมปลูกผมรับจ้าง” ซึ่งไม่ใช่แพทย์ดำเนินการระบาดไปทั่ว คนไข้จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับบริการที่ดีที่สุดตามมาตรฐาน ABHRS และ ISHRS” […]

อ่านเพิ่มเติม

หลังปลูกผม 3 เดือนผมจะขึ้นแค่ไหน

โดย : วันที่ : 17 ตุลาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

บ่อยครั้งที่หมอมักเจอคำถามจากคนไข้ของเราว่าทำไมปลูกผมไป 3 เดือนแล้วแต่ผมขึ้นนิดเดียว อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ หลังจากปลูกผมไปแล้ว 2 สัปดาห์ผมที่ปลูกจะเริ่มร่วงออกไปก่อน ตอนนั้นคนไข้ส่วนใหญ่จะตกใจว่าผมไม่ขึ้นแถมยังร่วงอีกต่างหาก ขอให้ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ หมอแนะนำให้ลองสังเกตผมที่ร่วงไปนั้นไม่ได้มีรากผมหลุดไปด้วย ดังนั้นผมที่ร่วงไปเดี๋ยวมันก็จะขึ้นมาใหม่ โดย 3 เดือนแรกเนี่ย ผมที่ปลูกจะขึ้นเพียงประมาณ 10-20% คนไข้จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนที่ 6 ซึ่งผมจะขึ้นประมาณ 50-60% ก่อนที่จะขึ้นเต็มที่ใน 1 ปีค่ะ “ปลูกผมก็เหมือนกับปลูกต้นไม้ ต้องใจเย็น รู้จักรอคอยให้มันค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ นะคะ” ข้อมูลพวกนี้หมออธิบายให้คนไข้ทุกคนตั้งแต่เจอกันวันแรกแล้วล่ะ แต่พอถึงเวลาที่ผมร่วงจริงๆ คนไข้ก็ตกใจกันเกือบทุกคนอยู่ดี (ฮ่า)

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมแบบ FUE กับ FUT แบบไหนดีกว่ากัน

โดย : วันที่ : 16 ตุลาคม 2017 ข้อคิดเห็น : (0)

อันที่จริงแล้วไม่มีแบบไหนที่เรียกว่าดีที่สุด เพราะศัลยกรรมปลูกผมทั้งสองเทคนิคนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป FUT นั้นเหมาะสำหรับเคสที่ต้องใช้กอผม (graft) มากๆ โดยไม่สูญเสียความหนาแน่นของผมจาก Donor Area คุณภาพของกอผมจะดีกว่า ลดเวลาในขั้นตอน Donor Harvesting หรือการนำกอผมออกจากบริเวณท้ายทอย แต่ก็จะทิ้งแผลเป็นเส้นยาวประมาณ 10-20 ซม. เอาไว้ ถ้าตัดผมสั้นมากๆ ก็จะเห็นแผลเป็นได้ง่าย ส่วน FUE นั้นเหมาะกับเคสที่ไม่ต้องใช้กอผมมาก เทคนิคนี้จะมีแผลเป็นที่เล็กกว่า 1 มม. กระจายบริเวณ Donor Area แต่ข้อเสียก็คือถ้าใช้นำกอผมออกมามากเกินไป ก็จะสูญเสียความหนาแน่นของผมบริเวณ Donor Area ได้ “ดังนั้นเราควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมปลูกผม ‘เท่านั้น’ เป็นผู้ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะกับคนไข้” ที่ต้องเน้นแบบนี้ก็เพราะว่าหากไม่ได้เชี่ยวชาญหรือเข้าใจปัจจัยต่างๆ อย่างถ่องแท้แล้ว เทคนิคที่ถูกเลือกใช้อาจไม่ใช่เทคนิคที่เหมาะสมที่สุด หากแต่เป็นเพียง “เทคนิคที่หมอถนัด” ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!