Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

แกลเลอรี่

ปลูกผมเทคนิค DHI แผลเล็กกว่า FUE จริงหรือ

โดย : วันที่ : 8 August 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่เพิ่งได้ยินจากคนไข้เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ว่าเทคนิค DHI จะทำให้แผลเล็กกว่า FUE ซึ่งถ้าใครเคยอ่านบทความ "ความเข้าใจผิดระหว่างปลูกผมแบบ DHI vs FUE" ของหมอมาก่อน ก็จะทราบแล้วว่า ปลูกผมเทคนิค DHI มันก็คือเทคนิค FUE นี่แหละ คือวิธีเอาผมออกจากด้านหลังศีรษะ (Donor Area) มันเหมือนกัน แผลด้านหลังมันก็ไม่ควรต่างกันสิคะ สิ่งที่ผลต่อขนาดของแผลเจาะเนี่ยมันอยู่ที่การเลือกขนาดหัวเจาะที่เหมาะสมต่างหาก หัวเจาะของเรา ที่ HAIRSMITH CLINIC เราเลือกใช้หัวเจาะแบบ Hybrid ของ WAW FUE SYSTEM ซึ่งช่วยลดอัตราความเสียหายขณะเจาะผมออกให้เหลือน้อยเทียบเท่ากับหุ่นยนต์ ARTAS หัวเจาะมีขนาด 0.85-1.00 มม. ซึ่งถือว่าเล็กมาก เราควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดกราฟท์ของคนไข้ เล็กไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะถ้าเลือกหัวเจาะเล็กไปใช้กับกราฟท์ใหญ่ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่ถ้าเลือกหัวเจาะใหญ่กว่าขนาดกราฟท์เกินไป ก็จะเกิดแผลเป็นที่ใหญ่เกินจำเป็น ของอย่างนี้ไม่มีกฎตายตัวค่ะ การให้ข้อมูลชนิดที่ฉีกตำราทิ้งกันได้เลยนี่นอกจากไม่มีจรรยาบรรณแล้วยังถือว่าสร้างความสับสนให้กับคนไข้ เหนื่อยให้หมอต้องมานั่งอธิบายคนไข้ใหม่หมด สรุปสั้นๆ ว่าถ้าเจอใครเค้าโกหกคำโตแบบนี้กับเรา ก็ควรระวังตัวไว้หน่อย เพราะเค้าไม่ซื่อสัตย์กับเราตั้งแต่เริ่มให้ข้อมูลแล้วค่ะ เครดิตรูปภาพหัวเจาะขนาดต่างๆจาก https://www.shklinika.hu/fue-tuk.html

อ่านเพิ่มเติม

ความเข้าใจผิดระหว่างปลูกผมแบบ DHI และ FUE

โดย : วันที่ : 24 June 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หมอได้ยินคำถามจากคนไข้ต่างชาติว่าปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ดีกว่า FUE ยังไง คำถามนี้แอบทำให้หมอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากด้วยกลยุทธ์โฆษณาในปัจจุบัน บ่อยครั้งมันทำให้คนไข้เริ่มเข้าใจผิด หมออยากเขียนอธิบายเกี่ยวกับ DHI และ FUE ดังนี้ค่ะ ปลูกผมมีแค่ FUE และ FUT นิยามของเทคนิคปลูกผม เราจะหมายถึง “วิธีการเอาผมที่จะนำไปปลูกออกจากบริเวณด้านหลังศีรษะหรือที่เรียกว่า Donor Area ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่ใช้ปลูกผม” ถ้ายึดตามสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) แล้วล่ะก็ ปลูกผมจะมีอยู่แค่ FUE และ FUT โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของทั้งสองเทคนิคได้ตามลิงก์ข้างล่างค่ะ แล้วปลูกผมแบบ DHI คืออะไร คำนี้ไม่ได้บัญญัติโดย ISHRS นะคะ คำว่า DHI ย่อมาจาก Direct Hair Implantation โดยเป็นการเจาะเอาผมออกทีละกอแบบ FUE ส่วนในขั้นตอนปลูกผม (Graft Placement) ก็จะใช้ Implanter Pen แทนการใช้ Forceps หรือคีมเล็กๆ [...]

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมถาวรนานแค่ไหนรากผมถึงจะฝังตัว

โดย : วันที่ : 18 ตุลาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (2)

ถ้าคนไข้ยังไม่เคยรู้จักว่าศัลยกรรมปลูกผมถาวรคืออะไร มีขั้นตอนยังไงบ้าง หมอแนะนำให้เริ่มต้นทำความรู้จักจากการอ่านบทความเรื่อง ศัลยกรรมปลูกผม (คลิก) ก่อนนะคะ ส่วนคนไข้ของหมอส่วนใหญ่คงจะพอทราบกันอยู่แล้วว่าหลังปลูกผมถาวรไปประมาณ 2 สัปดาห์ ผมที่ปลูกจะร่วงออกไปก่อน แต่พอถึงเวลาที่ผมเริ่มร่วงจริงๆ ร้อยละ 90% ก็ยังกังวลอยู่ดีว่าผมที่ร่วงไปนั้นจะกลับมาขึ้นอีกมั้ย เรามาหาคำตอบจากบทความนี้ได้เลยค่ะ หลังจากปลูกผมถาวรไปแล้ว ผมที่ปลูกจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าที่รากผมจะฝังอยู่ใต้หนังศีรษะเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นเส้นผมก็จะหลุดออกจากราก แต่รากผมยังนอนสงบนิ่งอยู่ใต้หนังศีรษะ (ดูภาพประกอบด้านบนสุด) ในระยะนี้เราจะเรียกว่าช่วงพักตัว (Dormant Period) ซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 เดือน ก่อนที่ผมจะเริ่มขึ้นนั่นเอง ด้วยสาเหตุนี้ หมอจึงย้ำเสมอว่าการดูรูปหลังทำทันที หรือรูปหลังทำแค่สองสัปดาห์มันไม่ได้การันตีว่าผมจะขึ้น เพราะเดี๋ยวมันก็ร่วงไปก่อน ถ้าขั้นตอนระหว่างปลูกผมถาวรไม่ถูกต้อง พอร่วงไปแล้ว ผมที่ปลูกก็อาจไม่ขึ้นก็ได้ เชื่อหมอ ... หมอปลูกแก้มาเยอะ! ทางที่ดีควรดูผลลัพธ์หลังทำตั้งแต่ 6-12 เดือนเป็นต้นไปจะชัวร์กว่าค่ะ ดังนั้น ถ้าคลินิกที่ให้บริการปลูกผมถาวรอย่างถูกวิธี ส่วนคนไข้ก็ดูแลผมที่ปลูกเป็นอย่างดีไม่ให้หลุดร่วงไปก่อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก ก็สามารถเข้าใจได้ว่ารากผมนั้นฝังตัวเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัย อีกไม่กี่เดือนผมก็จะค่อยๆ เริ่มขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าคนไข้ไม่ระมัดระวังจนทำให้ผมหลุดไปก่อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก นั่นอาจเป็นไปได้ว่ารากผมยังไม่ฝังตัว ส่งผลให้ผมที่หลุดไปอาจไม่ขึ้นมาอีกได้เช่นกัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมหมอถึงคอยย้ำกับคนไข้ทุกคนว่า [...]

อ่านเพิ่มเติม

Shock Loss หลังปลูกผมคืออะไร

โดย : วันที่ : 12 ตุลาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ก่อนอื่นหมอขออธิบายให้ชัดเจนก่อนว่าเรากำลังพูดถึงผมธรรมชาติ หรือผมที่ไม่ได้ปลูก แต่มันร่วงหลังเข้ารับศัลยกรรมปลูกผมนะคะ สาเหตุของภาวะนี้ ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ก็คือขั้นตอนต่างๆ ในระหว่างปลูกผมมันทำให้ผมเดิมที่มีอยู่แล้ว “ตกใจ” และร่วงออกไป อารมณ์เหมือนกับอยู่ดีๆ ข้างบ้านเราก็ตอกเสาเข็มโป๊กๆ เพื่อสร้างบ้านใหม่ เสียงดังโครมครามจนเราทนไม่ไหวต้องหนีไปนอนบ้านเพื่อนชั่วคราวนั่นแหละค่ะ ภาวะ Shock Loss ก็เป็นปัญหาชั่วคราวเช่นเดียวกัน แถมยังสามารถเกิดได้ทั้งในบริเวณที่ปลูก (Recipient Area) และบริเวณที่นำผมออกมา (Donor Area) อีกด้วย โดยหลังจากที่ผมร่วงไปแล้ว กว่าจะขึ้นใหม่ก็ต้องใช้เวลา 3-5 เดือนสำหรับบริเวณที่ปลูก หรือ 6-12 เดือนสำหรับบริเวณที่นำผมออกมาซึ่งปกติมักจะใช้เวลานานกว่า ในบางกรณี ภาวะ Shock Loss ที่เกิดขึ้นบริเวณที่ปลูกก็อาจจะกลายเป็นปัญหาถาวรได้เช่นกัน หากผมที่ร่วงนั้นได้รับอิทธิพลจากกรรมพันธุ์ให้ต้องร่วง และอาจจะอยู่ใน Cycle สุดท้ายของมันพอดี ซึ่งพอร่วงไปแล้วก็เลยไม่ขึ้นอีก อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าคุณหมอจะเก่งชนิดหาตัวจับยาก สามารถเจาะผมออก หรือปลูกผมได้เบามือขนาดไหน ก็ต่างเคยเจอปัญหานี้กันทั้งนั้นค่ะ เพราะมันไม่ใช่ผลข้างเคียงที่แปลกใหม่ จากประสบการณ์ของหมอ คนไข้มีโอกาสเพียง 5% ที่จะเจอเจ้าภาวะนี้ แต่ถ้าใครโชคร้ายเจอเข้าหลังปลูกผมล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ รอซักนิดเดียวมันก็ขึ้นใหม่

อ่านเพิ่มเติม

ศัลยกรรมปลูกผมในตุรกี

โดย : วันที่ : 2 ตุลาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (0)

ถือว่าเป็นบทความที่น่าสนใจเลยทีเดียว (https://qz.com/954680/in-turkeys-cutthroat-hair-transplant-tourism-industry-the-biggest-losers-are-the-patients-and-syrian-refugees/) กับอุตสาหกรรมปลูกผมในตุรกี ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือการแข่งขันสูงมากจนทุกคลินิกพยายามลดต้นทุนด้วยการจ้างแรงงานต่างด้าวมาปลูกผม แล้วลดราคาแข่งกัน โดยหมอแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากให้คำปรึกษา ที่เหลือให้ลูกจ้างทำหมด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นคือผลลัพธ์ คุณภาพ ความสะอาด การติดเชื้อ ฯลฯ แม้กฎหมายของตุรกีจะกำหนดให้แพทย์เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเพราะคลินิกต่างๆ เลือกที่จะ “ติดสินบน” เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี HAIRSMITH CLINIC แสดงจุดยืนตรงข้ามกับสิ่งเหล่านี้มาตลอด โดยหวังอย่างยิ่งว่าปัญหานี้จะไม่เกิดกับวงการปลูกผมในไทย เพราะเราเห็นด้วยกับบทความนี้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว “ผู้แพ้จากปัญหาดังกล่าวก็คือตัวคนไข้นั่นเอง”

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!