Call now
+66858369994
Messenger
Line
Email
[email protected]

Hair Transplant in Bangkok, Thailand
+66858369994

แกลเลอรี่

ปลูกผมราคาเท่าไร จะเลือกปลูกผมที่ไหนดี?

โดย : วันที่ : 19 August 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

ช่วงนี้มีคลินิกปลูกผมผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ใครๆ ก็บอกว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วจะเลือกปลูกผมที่ไหนดี วันนี้หมอมีเคล็ดลับในการเลือกว่าจะปลูกผมที่ไหนมาฝาก โดยพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ ผลลัพธ์ นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกว่าปลูกผมที่ไหนดี ผลลัพธ์ที่ว่านี่ไม่ใช่ผลลัพธ์หลังปลูกผม “ทันที” หรือหลังปลูกผม “2 อาทิตย์​“ แต่เป็นหลังปลูกผมไปแล้ว 6 เดือนขึ้นไป ยิ่งเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เหตุผลที่หมอย้ำเรื่องนี้บ่อยๆ ก็เพราะว่าผลลัพธ์หลังปลูกผมในช่วง 2 สัปดาห์แรกมันไม่ได้การันตีว่า “ผมจะขึ้น” ภาพหลังทำช่วงนี้อาจให้เราได้เห็นว่าปลูกผมแน่นขนาดไหน แต่ความแน่นก็ไม่ได้การันตีว่าผมจะขึ้นเช่นกัน นอกจากเรื่องผมขึ้นแล้ว เราควรพิจารณาความเป็นธรรมชาติของผมที่ปลูกด้วย ลองดูว่าทิศทางผมดูเป็นธรรมชาติมั้ย แนวผมด้านหน้า (Hairline) ดูแข็งเกินไปรึเปล่า เรื่องนี้ก็สำคัญเพราะหลังปลูกผมไปแล้ว คนไข้คงไม่อยากโดนคนอื่นทักว่าสวมวิกมาหรอกจริงมั้ยคะ ประสบการณ์ของแพทย์ อันนี้จริงแล้ว ข้อนี้จะสอดคล้องกับข้อที่ 1 เพราะผลลัพธ์ที่ดีย่อมต้องเกิดจากแพทย์ที่มีประสบการณ์​ แต่ถ้าคนไข้ดูผลลัพธ์แล้วแยกไม่ออกว่าแบบไหนดีไม่ดี ประสบการณ์ของแพทย์ก็จะช่วยกรองให้ได้ระดับหนึ่ง คำว่าประสบการณ์ที่ว่านี้หมายถึง “ประสบการณ์ด้านศัลยกรรมปลูกผม” นะคะ ที่ต้องย้ำแบบนี้เพราะบางคนบอกว่ามีประสบการณ์กว่า 10 ปี แต่พอตรวจสอบดีๆ กลับพบว่าเพิ่งอบรมหัดปลูกผมไม่กี่วันเท่านั้น ส่วน 10 ปีที่ว่าคือนับตั้งแต่เรียนจบแพทย์ แบบนี้ก็ถือว่าให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ก็แน่ล่ะ ใครจะไปโฆษณาตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์จริงมั้ย? ถ้านึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี การเลือกแพทย์ที่มีอเมริกันบอร์ดศัลยกรรมปลูกผม [...]

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมเทคนิค DHI แผลเล็กกว่า FUE จริงหรือ

โดย : วันที่ : 8 August 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่เพิ่งได้ยินจากคนไข้เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ว่าเทคนิค DHI จะทำให้แผลเล็กกว่า FUE ซึ่งถ้าใครเคยอ่านบทความ "ความเข้าใจผิดระหว่างปลูกผมแบบ DHI vs FUE" ของหมอมาก่อน ก็จะทราบแล้วว่า ปลูกผมเทคนิค DHI มันก็คือเทคนิค FUE นี่แหละ คือวิธีเอาผมออกจากด้านหลังศีรษะ (Donor Area) มันเหมือนกัน แผลด้านหลังมันก็ไม่ควรต่างกันสิคะ สิ่งที่ผลต่อขนาดของแผลเจาะเนี่ยมันอยู่ที่การเลือกขนาดหัวเจาะที่เหมาะสมต่างหาก หัวเจาะของเรา ที่ HAIRSMITH CLINIC เราเลือกใช้หัวเจาะแบบ Hybrid ของ WAW FUE SYSTEM ซึ่งช่วยลดอัตราความเสียหายขณะเจาะผมออกให้เหลือน้อยเทียบเท่ากับหุ่นยนต์ ARTAS หัวเจาะมีขนาด 0.85-1.00 มม. ซึ่งถือว่าเล็กมาก เราควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดกราฟท์ของคนไข้ เล็กไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะถ้าเลือกหัวเจาะเล็กไปใช้กับกราฟท์ใหญ่ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่ถ้าเลือกหัวเจาะใหญ่กว่าขนาดกราฟท์เกินไป ก็จะเกิดแผลเป็นที่ใหญ่เกินจำเป็น ของอย่างนี้ไม่มีกฎตายตัวค่ะ การให้ข้อมูลชนิดที่ฉีกตำราทิ้งกันได้เลยนี่นอกจากไม่มีจรรยาบรรณแล้วยังถือว่าสร้างความสับสนให้กับคนไข้ เหนื่อยให้หมอต้องมานั่งอธิบายคนไข้ใหม่หมด สรุปสั้นๆ ว่าถ้าเจอใครเค้าโกหกคำโตแบบนี้กับเรา ก็ควรระวังตัวไว้หน่อย เพราะเค้าไม่ซื่อสัตย์กับเราตั้งแต่เริ่มให้ข้อมูลแล้วค่ะ เครดิตรูปภาพหัวเจาะขนาดต่างๆจาก https://www.shklinika.hu/fue-tuk.html

อ่านเพิ่มเติม

ความเข้าใจผิดระหว่างปลูกผมแบบ DHI และ FUE

โดย : วันที่ : 24 June 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หมอได้ยินคำถามจากคนไข้ต่างชาติว่าปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ดีกว่า FUE ยังไง คำถามนี้แอบทำให้หมอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากด้วยกลยุทธ์โฆษณาในปัจจุบัน บ่อยครั้งมันทำให้คนไข้เริ่มเข้าใจผิด หมออยากเขียนอธิบายเกี่ยวกับ DHI และ FUE ดังนี้ค่ะ ปลูกผมมีแค่ FUE และ FUT นิยามของเทคนิคปลูกผม เราจะหมายถึง “วิธีการเอาผมที่จะนำไปปลูกออกจากบริเวณด้านหลังศีรษะหรือที่เรียกว่า Donor Area ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่ใช้ปลูกผม” ถ้ายึดตามสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) แล้วล่ะก็ ปลูกผมจะมีอยู่แค่ FUE และ FUT โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของทั้งสองเทคนิคได้ตามลิงก์ข้างล่างค่ะ แล้วปลูกผมแบบ DHI คืออะไร คำนี้ไม่ได้บัญญัติโดย ISHRS นะคะ คำว่า DHI ย่อมาจาก Direct Hair Implantation โดยเป็นการเจาะเอาผมออกทีละกอแบบ FUE ส่วนในขั้นตอนปลูกผม (Graft Placement) ก็จะใช้ Implanter Pen แทนการใช้ Forceps หรือคีมเล็กๆ [...]

อ่านเพิ่มเติม

PRP กับปัญหาผมบาง

โดย : วันที่ : 7 February 2019 ข้อคิดเห็น : (0)

หนึ่งในแนวทางรักษาผมร่วงและผมบางก็คือเจ้าทรีตเม้นต์ PRP นี่แหละค่ะ คำว่า PRP นั้นย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma ซึ่งหลักการก็คือดูดเลือดของคนไข้ออกมา แล้วเข้าเครื่องปั่นที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อสกัดแยกพลาสม่าที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นออกมา จากนั้นก็นำกลับไปฉีดหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นให้เส้นผมสามารถเติบโตและดูหนาขึ้นกว่าเดิม เดี๋ยวนี้มีสถานพยาบาลที่ให้บริการ PRP เยอะแยะไปหมด คนไข้ก็ต้องศึกษาดีๆ หน่อย เพราะบางที่จะใช้แค่หลอดทดลองธรรมดาราคาถูกในการปั่นแยกเอาเกล็ดเลือด ซึ่งข้อเสียของหลอดทดลองแบบนี้คือมีโอกาสที่จะได้เกล็ดเลือดเข้มข้นยากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะด้อยลงมา ขณะที่ HAIRSMITH CLINIC จะใช้หลอดที่ออกแบบเฉพาะสำหรับทำ PRP เพื่อสกัดแยก ผลลัพธ์ที่ได้คือ PRP ที่เข้มข้นกว่าการใช้หลอดทั่วไปถึง 3-4 เท่าเลยทีเดียว แนวทางการรักษาแบบนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่อยากได้ตัวช่วยเสริมกับการรักษาหลัก หรือเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไข้ที่ไม่อยากทานยาหรือทายาก็ได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปลูกผมนานแค่ไหนรากผมถึงจะฝังตัว

โดย : วันที่ : 18 ตุลาคม 2018 ข้อคิดเห็น : (2)

คนไข้ของหมอส่วนใหญ่จะพอทราบกันอยู่แล้วว่าหลังปลูกผมไปประมาณ 2 สัปดาห์ ผมที่ปลูกจะร่วงออกไปก่อน แต่พอถึงเวลาจริง ร้อยละ 90% ก็ยังกังวลอยู่ดีว่าผมที่ร่วงไปนั้นจะกลับมาขึ้นอีกมั้ย เรามาหาคำตอบจากบทความนี้ได้เลยค่ะ หลังจากปลูกผมไปแล้ว ผมที่ปลูกจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กว่าที่รากผมจะฝังอยู่ใต้หนังศีรษะเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นเส้นผมก็จะหลุดออกจากราก แต่รากผมยังนอนสงบนิ่งอยู่ใต้หนังศีรษะ (ดูภาพประกอบ) ในระยะนี้เราจะเรียกว่าช่วงพักตัว (Dormant Period) ซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 เดือน ก่อนที่ผมจะเริ่มขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าคนไข้ดูแลผมที่ปลูกเป็นอย่างดีไม่ให้หลุดร่วงไปก่อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก ก็สามารถเข้าใจได้ว่ารากผมนั้นฝังตัวเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัย อีกไม่กี่เดือนผมก็จะค่อยๆ เริ่มขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าคนไข้ไม่ระมัดระวังจนทำให้ผมหลุดไปก่อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก นั่นอาจเป็นไปได้ว่ารากผมยังไม่ฝังตัว ส่งผลให้ผมที่หลุดไปอาจไม่ขึ้นมาอีกได้เช่นกัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมหมอถึงคอยย้ำกับคนไข้ทุกคนว่า 2 สัปดาห์แรกนั้นมีความสำคัญมาก ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดีนั้น นอกจากรายละเอียดระหว่างการปลูกผมแล้ว ความใส่ใจของตัวคนไข้เอง ก็ไม่ได้มีความสำคัญน้อยไปกว่ากันเลย

อ่านเพิ่มเติม

FREE CONSULTATION WITH OUR ABHRS-CERTIFIED SURGEON

Grow confidence with us!