วิตามิน ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ

วิตามิน-ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ_1
สารบัญ

ปัญหาผมร่วงผมบางจากการขาดวิตามิน

การทานอาหารที่มีประโยชน์ นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้าง และป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย แม้ว่าเราจะรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นสำคัญ แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้ แค่ตื่นเช้า ฝ่ารถติดมาทำงานก็หนักเอาการอยู่แล้วใช่มั้ยคะ อย่าว่าแต่ทานอาหารที่ครบ 5 หมู่เลย บางคนไม่ทันได้ทานอาหารเช้าด้วยซ้ำ ซึ่งการที่สารอาหารไม่เพียงพอ หรือการขาดวิตามินนี่แหละค่ะ ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้เราผมร่วง ผมบาง ไปจนถึงหัวล้านได้เลย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราขาดวิตามินอะไร? ลองมาสังเกตุตัวเองคร่าวๆ กันค่ะ

วิตามิน ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ 2

มินตามิน A – วิตามิน A มีส่วนช่วยในการมองเห็น การเจริญเติบโตของกระดูก กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยในการทำงานของระบบสืบพันธุ์ อีกทั้งยังทำให้ผิวและผมแข็งแรง ซึ่งการขาดวิตามิน A มักจะทำให้เยื่อบุตาแห้ง มองในที่มืดได้ไม่ดี ผิวพรรณหยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และเป็นสาเหตุให้ผมร่วง ผมบาง วิตามิน A พบได้ในผักใบเขียว ไข่แดง ตับ นม มะเขือเทศ เป็นต้น

วิตามิน B รวม – เป็นวิตามิน ที่ช่วยในการทำงานของร่างกาย รวมไปถึงระบบประสาทและสมอง โดยอาการขาดวิตามิน B จะมีอาการที่สังเกตได้ ดังนี้

วิตามิน ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ 3
  • วิตามิน B1 มักมีอาการอ่อนเพลีย ชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้า เบื่ออาหาร ท้องผูก หัวใจเต้นเร็ว
  • วิตามิน B1 อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ตาไม่สู้แสง แสบตา มีอาการตาแดง และน้ำตาไหลร่วมด้วย รวมไปถึงอาจเกิดการแตกบริเวณมุมปาก เป็นต้น
  • วิตามิน B3 ผิวหนังอักเสบ ร่างกายอ่อนเพลีย เป็นจ้ำสีม่วงตามร่างกาย บางรายมีอาการท้องเดิน และเบื่ออาหาร
  • วิตามิน B6 นอนหลับยาก เกิดโรคผิวหนังบางชนิด รวมไปถึงมีอาการผมร่วง ผมบางจนสังเกตได้
  • วิตามิน B12 มีภาวะโลหิตจาง ส่งผลให้ผิวซีด ร่างกายอ่อนแรง รู้สึกหัวเบา ล่องลอย หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว และระบบการทำงานในร่างกายผิดปกติ
  • วิตามิน B พบได้ในอาหารทั่วๆ ไปที่เราทานกันทุกวัน เช่น ผัก ธัญพืช ถั่วต่างๆ และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเลย

วิตามิน H หรือไบโอติน – ช่วยให้เล็บ ผม และผิวหนัง มีสุขภาพที่ดี ดังนั้นอาการขาดไบโอติน จะทำให้มีผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า โดยเฉพาะรอบตา จมูก และปาก รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า เซื่องซึม ประสาทหลอน หรือเป็นเหน็บบริเวณแขน และขาได้ ซึ่งวิตามินตัวนี้ หากได้รับไม่เพียงพอในแต่ละวัน จะส่งผลอย่างมากเกี่ยวเส้นผม เพราะจะทำให้เกิดภาวะผมร่วงมากผิดปกติ ผมขาวไว เปราะบาง แตกปลาย หนังศีรษะอักเสบ ซึ่งถ้าปล่อยเอาไว้นานๆ ระวังภาวะหัวล้านจะถามหาเอานะคะ โดยเจ้าไบโอตินตัวนี้ ร่างกายสามารถผลิตขึ้นเองได้ค่ะ

วิตามิน ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ 4

ธาตุเหล็ก – ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง ช่วยเรื่องเสริมสร้างการเจริญเติบโต ผิวพรรณเปร่งปลั่ง เสริมสร้างภูมิต้านทาน ซึ่งถ้าหากเราขาดสารอาหารชนิดนี้ มักจะมีอาการโลหิตจาง รู้สึกหงุดหงิด นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ และเนื่องจากเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อเลือด เมื่อเลือดมีสารอาหารไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้เส้นผมได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากการไหลเวียดโลหิตที่ไม่สมบูรณ์นั่นเอง ซึ่งธาตุเหล็กสามารถพบได้ในเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียวเข้ม เป็นต้น

วิตามิน ช่วยแก้ผมร่วงผมบางได้จริงหรือ 5

สังกะสี (Zinc) – เป็นอีกหนึ่งสารอาหาร ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ และมีความจำเป็นกับร่างกาย ในเรื่องของเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้ร่างกาย: ลดระยะเวลาการเจ็บป่วย และบรรเทาอาการหวัด ทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น กระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว จำเป็นต่อการสร้าง DNA บำรุงสุขภาพเส้นผม ลดทุกปัญหาของเส้นผม รวมถึงผมหงอกก่อนวัยอันควร ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้รับซิงค์ที่เพียงพอต่อวันแล้ว จะทำให้ผมร่วง ผมบาง ผิวหนังเป็นรอยฟกช้ำได้ง่าย มีการอักเสบระคายเคืองที่ผิวหนัง ผิวแห้งลอกไม่มีความชุ่มชื้น ผิวหยาบกร้าน ซิงค์พบได้มากในเนื้อสัตว์ ตับ นม อาหารทะเล ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า วิตามินและสารอาหารต่างๆ นั้น จำเป็นต่อร่างกาย และมีส่วนช่วยในเรื่องของอาการผมร่วง ผมบางได้จริง ดังนั้น หากเราไม่สามารถทานอาหารได้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันแล้ว การทานวิตามินเสริม เพื่อเป็นตัวช่วยนั้น ถือว่าทำได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดค่ะ แต่ทั้งนี้ การดูแลร่างกาย ให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น และต้องทำ เพื่อสุขภาพที่ดี และเป็นการหลีกเลี่ยงภาวะผมร่วง ผมบาง ได้อีกด้วยค่ะ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปลูกผม DHI
บทความ
Prima Tossaborvorn

ความเข้าใจผิดระหว่างวิธี ปลูกผม DHI และปลูกผม FUE

หมอได้ยินคำถามจากคนไข้ต่างชาติว่าวิธีปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ดีกว่า วิธีปลูกผม FUE ยังไง คำถามนี้แอบทำให้หมอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากด้วยกลยุทธ์โฆษณาในปัจจุบัน บ่อยครั้งมันทำให้คนไข้เริ่มเข้าใจผิด หมออยากเขียนอธิบายเกี่ยวกับวิธีปลูกผม DHI และวิธีปลูกผม FUE ดังนี้ค่ะ

ช่องเสือร้องไห้ YOUTUBER ชื่อดัง เลือกเข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ HAIRSMITH CLINIC_1
ข่าวสาร
Prima Tossaborvorn

ช่องเสือร้องไห้ YOUTUBER ชื่อดัง เลือกเข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ HAIRSMITH CLINIC

เมื่อช่องเสือร้องไห้ มีผู้ติดตามบนยูทูปกว่า 3 ล้านคน เข้ามาปรึกษาสุขภาพเส้นผมที่ Hairsmith Clinic พบกับความสนุกสนานพร้อมสอดแทรกสาระความรู้การปลูกผม และสาระน่ารู้เกี่ยวกับเส้นผม

ปลูกผมแบบ NON-SHAVEN FUE กับ FUE ต่างกันอย่างไร_1
บทความ
Prima Tossaborvorn

ปลูกผมแบบ NON-SHAVEN FUE กับ FUE ต่างกันอย่างไร

เข้าใจลึกซึ้งในการเปรียบเทียบระหว่างการปลูกผมแบบ Non-Shaven FUE และ FUE ทั่วไป ทำความเข้าใจในข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี, รวมถึงการฟื้นตัวหลังการผ่าตัด หาคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเลือกระหว่างวิธีการปลูกผมแบบ Non-Shaven FUE หรือ FUE ทั่วไป ทำให้การตัดสินใจของคุณเป็นไปอย่างมีข้อมูลและมั่นใจ.

มิตร THE RAPPER แก้ปัญหาผมร่วงผมบางที่ HAIRSMITH CLINIC_1
บทความ
Prima Tossaborvorn

มิตร THE RAPPER แก้ปัญหาผมร่วงผมบางที่ HAIRSMITH CLINIC

เส้นผมที่ร่วงปกคลุมพื้นห้อง แต่ละครั้งที่สระหรือหวีผม, เส้นผมหลุดออกมามากยิ่งขึ้น คุณมิตร The Rapper พบว่าผมบางลงและขนาดของเส้นผมยังลดลง เริ่มสังเกตเห็นว่าผมบางลงในบริเวณกลางศีรษะ, จึงตัดสินใจปรึกษากับแพทย์ที่ Hairsmith Clinic เพื่อหาทางแก้ปัญหาผมร่วงและอาจจะเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาผมร่วงผมบางสำหรับคุณ!